ตอนที่ 1747
บทที่ 1747 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1587
October 28, 2026
เย่เฟิ่งหยีส่งสายตาให้สาวใช้ออกไป ที่นี่เหลือแค่ติงยียีกับเธอสองคน เธอดึงมือของติงยียีมา “ย่ามีวิธีให้เธอกับเนี่ยนโม่ไม่ต้องเจอกันอีกต่อไป”
ติงยียีกระตุกแขน แต่ถูกเย่เฟิ่งหยีจับแน่นขึ้น เธอกลืนน้ำลายลงไปอย่างยากลำบาก “คืออะไรคะ? ”
“ศัลยกรรม”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นกลางอากาศ เห็นอีกฝ่ายทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เย่เฟิ่งหยีจึงคว้ามือที่อยู่ในกำมือไว้แน่นอีกครั้ง “ฟังย่าพูด ตอนนี้เนี่ยนโม่เขาหมกมุ่นกับเธอมากเกินไป เธอไปศัลยกรรม เป็นฐานะและใช้ชีวิตต่อไป ย่ารับประกันเรื่องนี้มีเพียงย่าที่รู้คนเดียว ใครก็ไม่บอก”
ติงยียีกลัวจนหนาวไปทั้งตัว กลไกกลอกตา เธอพยายามที่จะยื้อ “จะสนับสนุนเราได้มั้ย หนูจะพยายามเป็นภรรยาที่ดีที่สุด เป็นสะใภ้ที่ดี ไม่ทำให้พวกท่านโมโหอีก”
“ไม่ได้!” เย่เฟิ่งหยีปล่อยมือเธอและพูด“เธอดูตั้งแต่เธอมาที่ตระกูลเย่ทำเรื่องอะไรบ้าง เธอไม่ใช่ตระกูลเย่ ตระกูลเย่ก็ไม่ใช่ของเธอ”
เห็นท่าทีผิดหวังของติงยียี เธอจึงผ่อนน้ำเสียงลง “เด็กเอ๊ย ย่าเสียเนี่ยนโม่หลานคนนี้ไปอีกไม่ได้แล้ว ถึงจะทำไปงั้น ให้ทางเลือกตระกูลเย่สักทางเถอะ”
“ขอโทษค่ะ หนูมีธุระด่วน หนูขอตัวสักครู่” ติงยียีลุกขึ้นพรวด เก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังถูกการกระทำของเธอทำให้ล้มลงพื้นดัง “ปัง”
เย่เฟิ่งหยีไม่ได้ขยับ “ฉันให้เวลาเธอคิดทบทวนหนึ่งวัน ยียีฉันหวังว่าเธอจะคิดได้ว่าสรุปแล้วอะไรคือการดีต่อเนี่ยนโม่”
ติงยียีหนีออกมาจากร้านกาแฟอย่างลำบาก เหม่อและหลงทางอยู่ริมถนนข้างโรงพยาบาล จู่ๆข้างหลังก็มีร้องดังขึ้น “คนข้างหน้าหลบหน่อย!”
เธอเพิ่งดึงสติได้ จักรยานไฟฟ้าขับผ่านด้านข้างเธอไปอย่างเร็ว ผู้ชายตะโกนด่า “ทำอะไรอยู่! หูหนวกหรือไง!”
ติงยียีเซถอยหลังหลายก้าว น่องพาดบนเก้าอี้ยาวข้างถนน เธอทิ้งก้นนั่งลง
พลังในร่างกายราวกับถูกสูบไปหมดจนทรมาน เธอมองไปทางประตูโรงพยาบาลมีผู้คนเดินผ่านไปมาจากนั้นจึงนึกขึ้น “ถ้าหากไม่มีฉัน เย่เนี่ยนโม่จะเป็นยังไงนะ? ”
ขณะที่สะลึมสะลือ เสียงอ่อนโยนก็พยายามปลุกเธอให้ตื่น “ยียี ตื่นได้แล้ว นอนตรงนี้จะเป็นหวัดนะ”
เธอฝืนลืมตา คนที่อยู่ข้างหน้ายืนสู้แสง ความอ่อนโยนที่คุ้นเคยบนใบหน้านั้นทำให้น้ำตาของเธอไหลทันที “ชูหวิน”
“เด็กโง่ เธอร้องไห้ทำไม” นิ้วเรียวยาวช่วยเธอเช็ดหยดน้ำตาบนหน้าอย่างอ่อนโยน อยู่ๆเขาก็หยุดการกระทำที่มือ และหันไปมองด้านข้าง
ติงยียีมองตามไปด้านข้าง นั่นก็คือประตูใหญ่สีขาวที่มองไม่เห็นขอบ ประตูใหญ่ถูกควันปกคลุมเอาไว้ เลือนรางดูแล้วเหมือนไม่จริง
ด้านหน้ายื่นมือมาข้างนึง เย่ชูหวินพูด“ไปเถอะ มีคนนึงกำลังรอเธออยู่”
“ใครเหรอ? ” ติงยียีวางมือลงบนมือของเขา มือของอีกฝ่ายเย็นมาก แต่เธอก็ยังจับมันแน่นขึ้นไปอีก
เย่ชูหวินไม่ได้ตอบ แต่ก็พาเธอมายังประตูใหญ่สีขาวบานนั้น เขาผลักเธอเบาๆ “ไปเถอะ”
ติงยียีดันประตูอย่างสงสัย แสงสว่างประหลาดก็สาดเข้ามา เธออดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง
ด้านในประตูเป็นงานแต่งงาน ทุกคนมีรอยยิ้มมีความสุข กระดาษสีรุ้งและลูกโปร่งบินอยู่กลางเพดาน ผู้คนในงานล้วนต่าง มีความสุขกับคู่ที่จูบกัน
เธอเดินเข้าไป ผู้ชายใบหน้าหล่อสง่าทำให้ใจเธอสั่น “เนี่ยนโม่? ”
ไม่มีใครเห็นเธอ เย่เนี่ยนโม่มองอ้าวเสว่ด้วยความรักลึกซึ้ง คว้ามือเธอและเดินออกไปข้างนอก
ติงยียีรีบตามไป ในใจเธอลนลานมาก อยากจะให้อีกฝ่ายเห็นตัวเองมากๆ “เนี่ยนโม่!”
เย่เนี่ยนโม่พาอ้าวเสว่ไป ฝีเท้าของทั้งสองไวมาก ทิ้งติงยียีไว้ข้างหลังไกลๆ
ติงยียีเบียดเสียดออกมาจากฝูงคนอย่างลำบาก กลับเห็นประตูสีขาวเปิดออก เย่เนี่ยนโม่จับมืออ้าวเสว่เดินออกไปด้านนอก
“รอฉันก่อน!” ติงยียีเบียดฝูงคนที่บ้าคลั่งไปทางประตูใหญ่ที่กำลังจะปิด ในที่สุดในวินาทีสุดท้ายก็เบียดออกจากประตูใหญ่มาได้
แสงสว่างจ้าทำให้เธออดไม่ได้ที่จะหรี่ตาอีกครั้ง ข้างหูมีเสียงทารกร้องไห้ดังขึ้น เธอลืมตา และเซถอยหลังอย่างแรง
เย่เนี่ยนโม่อุ้มเด็กคนนึง บนใบหน้ามีความปีติยินดีที่ควบคุมไม่ได้ อ้าวเสว่ยังคงอยู่ข้างเขา มองสายตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก
ชั่วพริบตา เด็กก็ค่อยๆเติบโตขึ้น ครอบครัวสามคนเตะบอลอยู่บนสนามหญ้า ลูกบอลกลิ้งมาที่เท้าของติงยียี เด็กชายคนนึงเดินเตาะแตะมีด้านหน้าติงยียี “คุณน้าทำไมถึงร้องไห้เหรอ? ”
ติงยียีเช็ดน้ำตา ยื่นมือไปลูบหัวเด็กน้อย กลับมีมือใหญ่มือนึงเร็วกว่าเธอจับมือเด็กน้อยขึ้นมา
“ลูก ดูอะไรอยู่เหรอ? ” เย่เนี่ยนโม่เดินมาจูงมือเด็กผู้ชาย พลางมองตามนิ้วที่เด็กชายชี้มาทางติงยียี
เขาขมวดคิ้วสงสัย “ลูกครับไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ครับ? ”
“เนี่ยนโม่ ลูกคะ” อ้าวเสว่เข้ามา เหลือบมองมาทางติงยียี “พวกคุณดูอะไรกันอยู่?”
“ไม่มีอะไร” เย่เนี่ยนโม่มือข้างนึงจูงมืออ้าวเสว่ อีกมือนึงจูงเด็กชายหันหลังจากไป