ตอนที่ 1748
บทที่ 1748 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1588
October 28, 2026
เธอนอนลง บนเตียงผ่าตัดไฟจ้าทำให้เธออดไม่ได้ที่จะหรี่ตา รู้สึกได้ถึงมือข้างนึงลูบและนวดบนใบหน้า เธอหลับตาลง
ยาชาเข็มแรกฉีดเข้าที่แก้มเธอ เธอเจ็บจนสะดุ้งเล็กน้อย ทันใดนั้นความชาก็ทำให้น้ำลายของเธอไหลออกมาจากมุมปากไม่หยุด เธอเฉยเมย และหลับตาลงอย่างเจ็บปวด
ตาสองข้างบวมจนลืมไม่ขึ้น ใบหน้าระบม เธออยากจะขมวดคิ้ว แต่กลับพบว่าหน้าของตัวเองไม่สามารถแสดงสีหน้าได้
ยื่นมือไปสัมผัสหน้า ก็สัมผัสโดนผ้าพันแผลหนาๆ เธอจึงวางแขนลง วางลงโดนกระจกที่วางอยู่ข้างมือพอดี
คนในกระจกราวกับสัตว์ประหลาด ตาสองข้างบวมจนกลายเป็นเส้นเดียว บนหน้านอกจากจมูกกับตาส่วนอื่นๆต่างก็ถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าก๊อซเป็นชั้นๆ
เธอเขวี้ยงกระจกออกไปอย่างแรง กระจกหล่นลงบนพื้นจนเกิดเสียงดัง ขณะเดียวกันด้านข้างก็มีเสียงอุปกรณ์หล่นลงพื้นอย่างดัง
ห้องผู้ป่วยด้านข้าง ตาสองข้างของเย่เนี่ยนโม่แดงก่ำ ดูมืดมน “ย่าบอกว่าเธอไปแล้วเหรอ? ”
“ใช่แล้ว เธอบอกว่าเธออยากไป ย่าเลยช่วยเธอหาเที่ยวบินไปลอสแอนเจลิส” เย่เฟิ่งหยีพูดยืนยัน
อ้าวเสว่กับเย่ป๋อก็ประหลาดใจมาก เรื่องนี้พวกเขาไม่รู้มาก่อนเลย ดูเหมือนว่าในหนึ่งวันหนึ่งคืน เรื่องราวมากมายกลับตาลปัตร
เย่เนี่ยนโม่ลงจากเตียง เย่เฟิ่งหยีรีบเข้าไปช่วยพยุง “เด็กดีของย่า สมองหลานได้รับการกระทบกระเทือนนะ รีบอยู่ที่นี่พักฟื้นให้ดี หลานอยากให้ย่าปวดใจจนตายเลยหรือไง”
เย่เนี่ยนโม่กระชากสายน้ำเกลือออกอย่างไม่สนใจ พลางพูดกับเย่ป๋อด้วยสีหน้าเย็นชา“ไปที่สนามบินทันทีเพื่อตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินล่าสุดและเช็กดูว่าเธอได้ไปลอสแอนเจลิสจริงหรือไม่”
“ครับ”
เย่ป๋อหันหลังเดินไปทันที อ้าวเสว่เห็นร่างของเย่เนี่ยนโม่โซเซเหมือนกับจะล้ม เลยรีบเข้ามาพยุง “เธอไปแล้วก็ดีไม่ใช่หรือไง? นายดูสิที่นายบาดเจ็บล้วนเกี่ยวกับเธอ”
“แล้วมันยังไง” เย่เนี่ยนโม่สะบัดมือเธอทิ้งอย่างแรง “ฉันยินดีตายเพื่อเธอ”
พูดจาเย็นชา เขาเดินโซเซไปทางประตู เย่เฟิ่งหยีกับอ้าวเสว่จึงรีบตามไป
เขาเดินก้าวยาว ประตูด้านข้างเปิดออก พยาบาลคนนึงกำลังก้มลงเก็บเศษกระจก บนเตียงมีผู้หญิงที่ทั้งใบหน้าถูกพันด้วยผ้าพันแผลนอนอยู่ เขาเหลือบมอง และเดินก้าวเท้ายาวไปด้านหน้าต่อ
ติงยียีกำผ้าคลุมเตียงแน่น ดวงตาที่บวมมองทันแค่แผ่นหลังของเย่เนี่ยนโม่จากไป เธอคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด พยาบาลด้านข้างนึกว่าเธอเจ็บแผล เลยรีบไปเรียกหมอ
สนามบิน เย่เนี่ยนโม่เดินก้าวยาวไปทางเคาน์เตอร์เช็คอิน เย่ป๋อพูดอยู่ข้างเขา“คุณติงได้นั่งเครื่องบินเที่ยวก่อนหน้าไปลอสแอนเจลิสแล้วจริงๆครับ”
“ช่วยฉันหาตั๋วเที่ยวที่เร็วที่สุดไปลอสแอนเจลิสที” เย่เนี่ยนโม่ชกกำปั้นเข้าผนัง ในใจเจ็บปวด ผู้หญิงคนนั้นทำไมถึงได้ฉวยโอกาสตอนที่เขาสลบหนีไป เขาจะต้องจับเธอให้ได้
มองดูคุณชายกำลังพยุงร่างอยู่ เย่ป๋อจึงพยายามโน้มน้าวเขา “ลอสแอนเจลิสกว้างมาก ไปตอนนี้ไม่แน่ว่าจะหาคุณยียีพบ ผมคิดว่า ”
ยังไม่ทันพูดจบ สายตาที่เฉียบคมของเย่เนี่ยนโม่ทำให้เขาไม่สามารถพูดต่อได้ เขาจึงทำได้แค่พยักหน้า “ผมจะไปหาเดี๋ยวนี้”
“ฉันไปด้วย” อ้าวเสว่ที่ตามหลังมาตลอดพูดขึ้น น้ำเสียงแน่วแน่ “นายเป็นแบบนี้ฉันไม่วางใจ ถ้าหากนายจะไปหาเธอ ฉันจะไปเป็นเพื่อน นายหาเจอฉันจะกลับมา”
ดวงตาของเย่เนี่ยนโม่ไม่เคยตกบนใบหน้าของเธอเลย แต่กลับจ้องเย่เฟิ่งหยีตาเขม็ง “ย่าไปพูดอะไรกับเธอ”
“ย่าไม่ได้พูดอะไรเลย” เย่เฟิ่งหยีเข้าไปพลางมองเขาอย่างเอ็นดู “เธอบอกว่าไม่มีทางรับรักของหลานได้ที่มีต่อเธอได้ เธอบอกว่าอยากจะไปนานแล้ว ย่าแค่ซื้อตั๋วเครื่องบินให้เธอตามที่เธอต้องการ และส่งเธอไป”
“พอแล้ว!” มือของเย่เนี่ยนโม่ที่ทิ้งลงข้างลำตัวมีเส้นเลือดปูด เขาเจ็บปวดพลางพิงเข้ากับผนังที่เย็นเฉียบ ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็แน่วแน่และมั่นใจ “ไม่ว่าเธอจะหนีไปไกลสุดขอบฟ้า ฉันก็จะหาเธอให้เจอและพากลับมาจนได้”
เครื่องบินบินขึ้น เย่เฟิ่งหยียื่นอยู่ในโถงลานพลางมองตัวเครื่องที่ค่อยๆห่างไกลออกไปในเมฆหมอก และถอนหายใจอย่างหนัก
ในห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล ติงยียีมองเพดาน เธอกินยาแก้ปวดเข้าไป ทั้งตัวก็เหมือนเครื่องจักรที่ไม่เจ็บปวด ประตูค่อยๆถูกดันออก
“เย่เนี่ยนโม่ถึงกับบินตามไปที่ลอสแอนเจลิสแล้ว”
เย่เฟิ่งหยีเดินมาที่หัวเตียงมองเธอ นัยน์ตามีความโมโหเล็กน้อย แต่ก็ซ่อนไว้อย่างดีมาก “เขายังป่วย หมอบอกว่าเขาแบบนี้ห้ามไปไหนมาไหนมั่วซั่วไม่งั้นจะเป็นหนักกว่าเดิม แต่ว่าเพื่อเธออะไรเขาก็ไม่สนใจ”
ติงยียีทำเสียงสะอื้น พยายามฟังแล้วได้ยินคำว่า “ขอโทษ”
เย่เฟิ่งหยีหยิบกระดาษออกมาใบนึงกับปากกา และช่วยเธอปรับระดับเตียงชันขึ้น “เด็กเอ๊ย ได้โปรดให้เขาตัดใจเถอะ ฉันเสียหลานคนเดียวของฉันไปไม่ได้แล้ว”
เธอวางปากกาและกระดาษในมือของติงยียีเพื่อช่วยให้เธอจับแน่น “เขียนเถอะ ขอแค่ผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ หลังจากนี้ก็จะไม่เจ็บปวดแล้ว”
กระดาษนั้นมีเสียงสั่นเพราะนิ้วที่สั่น เธอจับปากกาอย่างยากลำบาก ทันทีที่เขียนคำลงบนกระดาษในปากก็ครางเสียงสะอื้นอย่างเจ็บปวด เสียงครวญครางดังก้องไปทั่วทั้งห้องผู้ป่วยด้วยความรู้สึกมืดมนอย่างรุนแรง
หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ เย่เนี่ยนโม่ก็ถูกส่งตัวกลับมา แพทย์ได้ตรวจร่างกายอีกครั้ง:“ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก แล้วก็ยังได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เขาไปทำอะไรมาที่ลอสแอนเจลิส”
“เขาไม่กินไม่ดื่มเอาแต่ตามหาผู้หญิงคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง พูดยังไงก็ไม่ฟัง เขาไม่ฟังเลย” อ้าวเสว่ร้องไห้พลางพูดเสียงดัง ทันใดนั้นก็ตาเลือกและล้มลง พยาบาลรีบเข้ามาพยุงหล่อน