ตอนที่ 1750
บทที่ 1750 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1590
October 28, 2026
“ออกไป” ติงยียีพูดเตือนเสียงต่ำ
เสี่ยวไตเบะปาก ขนตาหนาอย่างไม่สมเหตุสมผลก็กะพริบๆ อย่างกับว่าวินาทีถัดไปจะร้องไห้ออกมาได้แล้ว แม้แต่คนขับรถยังทนมองไม่ไหว “หนู นี่น้องชายหนูสินะ เขาป่วยก็ยอมเขาหน่อย”
ติงยียีกุมขมับปวดหัว ทำได้แค่ลดน้ำเสียงลง “เสี่ยวไต ถ้าหากเธอไปไหนมั่วซั่วคนที่บ้านเธอจะกังวลมากๆนะ”
“ผมไม่ได้ไปไหนมั่วซั่วซะหน่อย แม่เสียแล้ว ผมจะไปหาพ่อ” เสี่ยวไตมองเธออย่างงอนๆ อายุก็ยี่สิบกว่าๆได้แล้ว แต่ดูแล้วกลับไม่เหมือนเลย
ขณะนั้นด้านหลังก็มีเสียงแตรดังขึ้น คนขับรถคนนึงยื่นหัวออกมาตะโกนมาทางพวกเธอ“สรุปจะไปไม่ไปเนี่ย อยู่ตรงนี้มันขวางทาง”
“ไปครับ ลูกพี่” คนขับรถรีบยื่นหน้าออกไปพูด จากนั้นก็เอาหัวเข้ามาหันมามองติงยียี “เอายังไง ไปไม่ไป? ”
เสี่ยวไตดึงแขนเสื้อติงยียี ทำหน้าตาน้อยใจ
ติงยียีดึงแขนเสื้อของตัวเองที่โดนดึงจนไม่เหมือนแขนเสื้อแล้ว และกัดฟันพูด“ไปค่ะ”
รถจอดลงที่ถนนใหญ่ คนขับรถพูด“ด้านหน้าเป็นย่านคนรวย รถแท็กซี่เข้าไปไม่ได้ จากถนนนี้เธอเลี้ยวไปก็ถึงแล้ว”
เสี่ยวไตร้องอย่างดีใจและวิ่งลงจากรถไปก่อน ติงยียีจ่ายตังค์และลงจากรถ เมื่อขนสัมภาระลงแล้วเธอก็พบว่าเสี่ยวไตกำลังกวักมือเรียกเธอที่ประตูร้านสะดวกซื้อ
เธอเดินตามเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ก็ไม่เห็นเงาของเสี่ยวไตแล้ว เธอต้องมองข้ามชั้นวางของร้านสะดวกซื้อ จนเห็นเงานึงอย่างไม่ง่าย เธอตามเข้าไป ก็ถูกคนในกระจกทำให้ตกใจ และถอยหลังรัวๆ
“ทำไมเหรอ? ” พนักงานด้านข้างหันมามองหญิงสาวงดงามอย่างสงสัย
ติงยียีถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางมองเงาผู้หญิงที่ทำหน้าช็อกคนเดิมในกระจกและพูดอย่างลำบาก “ฉันไม่เป็นไร”
ลากเสี่ยวไตมายังคฤหาสน์ที่จูหลินพักอยู่ก็ถูกรปภ.ขวางไว้ รปภ.เห็นเธอหน้าตาดี และด้านข้างก็เห็นผู้ชายหน้าตาราวกับตุ๊กตา เลยคิดว่าเป็นญาติของผู้อาศัยในละแวกนี้ จึงถามคำถามสองสามคำและปล่อยเธอเข้าไป
เมื่อมาถึงบ้านของจูหลิน พ่อบ้านก็เชิญเธอเข้าไป สุนัขพันธุ์ทิเบตันตัวนึงก็วิ่งเข้ามาและเดินไปมารอบๆเท้าของเธออย่างเป็นมิตร
พ่อบ้านตักเตือนอยู่ด้านข้าง “เจ้านี่ปกติไม่ชอบสนใจใคร วันนี้เป็นครั้งแรกที่ปฏิบัติต่อผู้คนได้ดีมาก ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนมีแค่คุณหนูแซ่ติงคนนึงเท่านั้นที่จะทำให้มันร่าเริงแบบนี้ได้”
ติงยียีลูบหัวมันอย่างอ่อนโยน กรอบตาเธอเริ่มชื้นเล็กน้อย เธอรีบเงยหน้าถาม “ไม่ทราบว่าคุณจูหลินอยู่มั้ยคะ? ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอหน่อยค่ะ”
“คุณหนูจูหลินไปบ้านตระกูลเย่ครับ” พ่อบ้านเป็นห่วงเล็กน้อย “ตั้งแต่ที่เพื่อนท่านนึงของคุณหนูเสียหลังจากนั้นคุณหนูก็เสียใจมาก จนกระทั่งวันหนึ่งจู่ๆก็ขอให้ผมไปเอาเฮลิคอปเตอร์ของนายท่านออกมา แถมยังจ้างนักบินด้วยตัวเองอีก”
พ่อบ้านพูดขึ้น ทันใดนั้นเสี่ยวไตก็กระโดดขึ้นไปบนสุนัขพันธุ์ทิเบตันและกอดคอของสุนัขพันธุ์ทิเบตันโดยไม่ยอม มันสลัดเขาทิ้งอย่างแรง แต่ก็สลัดไม่หลุด ฟัดกันอยู่นานสุดท้ายก็ล้มลงกับพื้นด้วยความไม่ชอบ
ออกมาจากตระกูลจู ติงยียีก็โค้งคำนับขอโทษอีกครั้ง “ขอโทษด้วยนะคะ เจ้าเด็กนี่ไม่ได้ตั้งใจค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับๆ” พ่อบ้านปัดมืออย่างเร็ว สาวใช้ก็วิ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง “พ่อบ้าน ทิเบตันโมโหกัดโซฟาเป็นรูแล้วค่ะ”
มองดูท่าทีของพ่อบ้านที่รีบจากไป ติงยียีก็จ้องเสี่ยวไตตาเขม็ง “สำนึกผิดให้ดี เมื่อกี้ถ้ามันกัดเธอจะทำยังไง!”
“ผมจะบอกให้” เสี่ยวไตค่อยๆเข้าใกล้หูของเธอ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
ติงยียีเอนตัวเข้าตาม และกดเสียงต่ำ “ไม่เป็นไร”
“ผมจะบอกให้ ผมมีเวทมนตร์! โอ๊ย พี่เหยียบเท้าผมทำไม!” เสี่ยวไตเจ็บเท้าจนกระโดดโหยง ติงยียีเหลือบมองเขาและเชิดหน้ากอดอกเดินไป ได้แต่บ่นในใจ
พูดแบบนี้ก็คือว่ามีคนให้กล่องแหวนนั้นกับจูหลิน และตอนนั้นคนที่อยู่ในงานช่างเยอะมากจริงๆ เป็นใครกันแน่นะ? เย่เนี่ยนโม่พาเธอไปที่ตระกูลเย่หรือว่าจะตรวจพบแล้วว่าคนๆนั้นเป็นใคร?
มาถึงหน้าประตูใหญ่ตระกูลเย่ ติงยียีมองเห็นคนที่คุ้นเคย ปากก็ไว “พ่อบ้าน!”
พ่อบ้านหันมามองหญิงสาวสวยที่อยู่ตรงนั้นอย่างสงสัย “คุณคือ? ”
“อ๋อ ขอโทษค่ะ ฉันอยากจะถามว่าคุณใช่พ่อบ้านของตระกูลเย่หรือเปล่าอ่าค่ะ? ” ติงยียีอธิบายอย่างเลิ่กลั่ก โชคดีที่อีกฝ่ายไม่สงสัย “ใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณมาหาใครครับ? ”
เมื่อพูดจบ สาวใช้ก็วิ่งเข้ามา “พ่อบ้านคะ คุณชายอารมณ์เสียอีกแล้วค่ะ!”
พ่อบ้านสนใจติงยียีไม่ได้ และรีบวิ่งเข้าไปบริเวณสวนดอกไม้กับสาวใช้ เธออดไม่ได้ที่จะไล่ตามไปจึงพาเสี่ยวไตไล่ตามไปด้วย
ในสวนดอกไม้ เย่เนี่ยนโมดื่มจนเมาหัวราน้ำ เย่เฟิ่งหยีมองดูอยู่ด้านข้างเจ็บปวด และหยิบกระดาษใบนึงขึ้นมา “หลานเอ๊ย ยียีเธอไปเอง ที่จริงย่าไม่อยากให้จดหมายนี้กับหลาน กลัวว่าหลานจะเสียใจ”
เมื่อพูดจบจดหมายก็พูดเย่เนี่ยนโม่เอาไป เปิดจดหมายออก เขามองดูอย่างละเอียด สีหน้าก็กลับมืดมนมากขึ้นไปอีก เขาขยำกระดาษแผ่นนั้นอย่างแรงจนเป็นก้อนและเขวี้ยงมันไปอีกฝั่ง
ในมุมอับ ติงยียีนั่งยองอยู่ในพุ่มดอกไม้ดวงตาแดงก่ำ เธอรู้ว่าเย่เนี่ยนโม่จะเสียใจ แต่เมื่อมาเห็นภาพนี้จริงๆ เธอกลับเสียใจมากกว่าเขาอีก
“เสี่ยวติงติง พี่ร้องไห้ทำไม” เสี่ยวไตกระซิบเสียงเบาข้างหูเธอ
ติงยียีเช็ดน้ำตา “เพราะว่าพี่แกล้งพี่ชายคนนั้นแล้ว”