ตอนที่ 1751
บทที่ 1751หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1591
October 28, 2026
ไปไหน ติงยียีหยุดฝีเท้า ในใจเศร้าหมอง เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหน โลกกว้างใหญ่ไพศาล ใจของเธอกลับวนเวียนอยู่ในที่ที่ไม่อาจลงหลักปักฐานได้
เสี่ยวไตที่อยู่ข้างหลังตามมา “ไปหาตามพ่อที่ลาสเวกัสเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้มั้ย หาเจอแล้วฉันจะเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชเธอ”
มองสายตาวิงวอนขอร้องของเขา ติงยียีหัวเราะ ในใจกลับรู้สึกปล่อยวางลงได้บ้าง ในเมื่อไม่รู้จะไปที่ไหน อย่างนั้นก็ไปเป็นเพื่อนเขาตามหาพ่อที่ลาสเวกัสแล้วกัน
สนามบิน
พนักงานขายตั๋วเครื่องบินมองติงยียี “คุณบอกว่าคุณชื่อติงยียี แต่ว่าในบัตรประชาชนคุณเขียนว่าติงวั่งโยวนะคะ”
“ฉันพูดผิดไปค่ะ” ติงยียีฝืนยิ้ม ชื่อนี้มีซึมลึกเข้าไปในกระดูกและความคิดแล้ว จู่ๆจะให้เปลี่ยนไม่ใช่เรื่องง่าย
ผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่แถวนั้นเข้าใกล้เธอ ติงยียีจำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดของตระกูลเย่ เธอได้แต่รักษาความสงบนิ่งเอาไว้ จับกระเป๋าเดินทางแน่น
พอบอดี้การ์ดเห็นท่าทางเธอก็จากไปโดยอัตโนมัติ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก เสี่ยวไตที่อยู่ข้างๆพูดลอยๆขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “เสี่ยวติงติง ผมคิดว่าที่นี่คุณสวยที่สุดเลย”
ติงยียีชะงัก ลูบแก้มเขาอย่างไม่รู้ตัว ไม่ผิด เธอในตอนนี้แม้จะชื่อว่าติงยียี ก็ไม่มีใครที่จะเอาเธอไปเปรียบเทียบกับติงยียีตัวจริงคนนั้น
ภายในห้องโดยสาร ติงยียีมองไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย เงาของผู้หญิงที่สะท้อนอยู่ในหน้าต่างนั้นช่างสวยงามและมีชีวิตชีวาเธอค่อยๆคลี่ยิ้มที่มุมปาก คนในหน้าต่างเองก็เผยรอยยิ้มหวานออกมา
แม้จะสวยสักแค่ไหน แต่ก็เป็นคนแปลกหน้า เธอหันหน้ากลับมาอย่างกะทันหัน หัวใจกลับเต้นแรง ความอบอุ่นกุมอยู่บนหลังมือเธอ เธอหันหน้าไปพบดวงตาที่ไร้กังวลของเสี่ยวไต
เธอยิ้มให้เขา ติงยียีปรับที่นั่งแล้วก็ค่อยๆสงบจิตใจของตัวเองลง ใจสงบลงแล้ว เงาของเย่เนี่ยนโม่ก็โผล่เข้ามาในความคิด
เขาเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บปวดเสียใจจนถึงขั้นเกลียดเธออยู่หรือเปล่า
แอร์โฮสเตสกำลังเตือนผู้โดยสารแถวหน้าให้ปิดโทรศัพท์มือถือ ทันใดนั้นเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดเครื่อง “สวัสดีค่ะ เครื่องบินจะขึ้นแล้ว ขอความกรุณาปิดเครื่องมือสื่อสารด้วยนะคะ”
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินพูดพลางยิ้มกับเธอ สายตาแสดงความหมายให้เธอปิดโทรศัพท์มือถือ
“ไม่นานค่ะ รอสักครู่นะคะ” ติงยียีถือโทรศัพท์มือถือหันมายิ้มด้วยรอยยิ้มรู้สึกผิดกับแอร์โฮสเตส พลางดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีสัญลักษณ์ของการเปิดเครื่องส่งแสงกะพริบอย่างใจจดใจจ่อ
จะเปิดเครื่องได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เสียงของแอร์โฮสเตสดังขึ้นมาอีก “ขอโทษนะคะ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารท่านอื่น ขอความกรุณาให้คุณปิดเครื่องมือสื่อสารด้วยค่ะ”
“ฉับรีบอยู่ค่ะ ขอโทษอย่างมากจริงๆค่ะ” ติงยียีกดบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว สีหน้าท่าทางลนลาน
“โอ้ว!” ทันใดนั้นเสี่ยวไตก็ยื่นมือออกไปชนกับแอร์โฮสเตสที่กำลังถือแก้วน้ำอุ่นอยู่ตรงทางเดิน น้ำในแก้วกระดาษหกลงมาบนตัวเขา กางเกงเปียกเป็นวงกว้าง
แอร์โฮสเตสรีบช่วยเสี่ยวไตเก็บทำความสะอาด ติงยียีฉวยจังหวะรีบกดส่งข้อความเลย
ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แอร์โฮสเตสที่อยู่ข้างๆมองเสี่ยวไตอย่างรู้สึกผิดขอโทษอีกครั้งแล้วจึงเดินจากไป
มองเสี่ยวไต จู่ๆติงยียีก็โพล่งออกมาหนึ่งประโยค “เมื่อครู่คุณแกล้งช่วยฉันใช่มั้ย”
“คุณพูดอะไร” เสี่ยวไตหมุนนิ้วเล่นพลางถามอย่างใสซื่อไร้เดียงสาพลาง ติงยียีถอนหายใจ เมื่อครู่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเสี่ยวไตจงใจแกล้งทำน้ำหกเพื่อให้ยื้อเวลาให้ตนเองกันนะ
บ้านตระกูลเย่
เย่เนี่ยนโม่กรอกเหล้าเข้าปากไปหนึ่งอึก ปล่อยให้โทรศัพท์สั่น พ่อบ้านผลักประตูเข้ามา “คุณชาย ทานอะไรสักหน่อยนะครับ เย็นนี้คุณชายไม่ได้ทานอะไรเลยนะครับ”
“วางไว้ตรงนั้นแหละ” เย่เนี่ยนโม่เขย่าแก้วเปล่าในมือ ลุกขึ้นไปเอาเหล้าขวดใหม่มาจากในตู้ พอลุกขึ้นก็ทำให้โทรศัพท์มือถือที่วางตรงขอบโต๊ะตกลงมา
โทรศัพท์มือถือหล่นลงบนพรมขนสัตว์ พ่อบ้านไปตรวจสอบ เผลอกดเปิดโทรศัพท์เข้าอย่างไม่ทันระวัง มองเห็นข้อความก็ตกใจ “คุณชาย ดูเหมือนจะเป็นข้อความที่คุณติงส่งมานะครับ”
เสียงฝีเท้าที่ดังหนักแน่นสม่ำเสมอด้านหลัง มือข้างหนึ่งแย่งโทรศัพท์ในมือของเขาไป เย่เนี่ยนโม่ปัดผมที่ปิดบังหน้าผากออก จ้องมองเนื้อหาในข้อความ ข้อความกลับมีเพียงแค่ประโยคเดียว
“ฉันอยากไปเที่ยวให้ทั่ว ถ้าหัวใจของฉันสามารถฝึกฝนให้แข็งแกร่งได้ดุจดั่งศิลา ไม่กลัวว่าฉันจะนำความเดือดร้อนเจ็บปวดมาคุณอีก ฉันก็จะกลับมา”
“เพล้ง!”
โทรศัพท์กระแทกผนังแตกเป็นเสี่ยงๆ เขาทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา สีหน้าของเขาหดหู่เศร้าหมองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอหนีไปอีกแล้ว ครั้งนี้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าที่จะไปจับและรอคอยเธอ ชีวิตมีเวลาอีกนานเท่าไหร่!
ด้านนอกประตู อ้าวเสว่ได้ยินความเคลื่อนไหวภายในห้องก็รีบร้อนผลักประตูเปิด “เนี่ยนโม่!”
เธอขมวดคิ้วเพราะกลิ่นแอลกอฮอล์ที่รุนแรงบนตัวของเย่เนี่ยนโม่ หยิบโจ๊กบนโต๊ะมา เธอพูดอย่างอ่อนโยน “เนี่ยนโม่คุณกินอะไรหน่อยนะคะ ฉันเป็นห่วงคุณมาก”
“ออกไป!” เย่เนี่ยนโม่เงื้อมือขึ้นด้วยอารมณ์ที่เลวร้ายอย่างมาก อ้าวเสว่หลบไม่ทัน ล้มลงไปข้างหลังทั้งตัว โจ๊กอุ่นๆสาดกระเซ็นไปทั่วตัว
มือถูกลวกจนแดง พ่อบ้านรีบออกไปเรียกคนใช้เข้ามาเก็บกวาด ภายในห้องเหลือเพียงเย่เนี่ยนโม่กับอ้าวเสว่
เธอค่อยๆก้าวมายืนข้างหน้าเขาดึงมือเขามาวางที่ท้องน้อยของตัวเอง เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆเขา พูดพอให้ได้ยินว่า “โกรธเหรอ ที่เธอหนีไปจากคุณอีก”
เธอหัวเราะเบาๆ เข้าใกล้อีกหน่อย “อยู่กับฉันก็คือการแก้แค้นเธออย่างสาสมที่สุด ให้เธอได้เห็นว่าคุณไม่จำเป็นต้องมีเธอก็ได้”