ตอนที่ 1753
บทที่ 1753 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1593
October 28, 2026
อาไตกุมศีรษะอย่างน้อยใจ “ผมก็ออกไปหาอะไรเล่นสนุกๆไง”
ติงยียีถอนหายใจ “แพ้มาอีกเท่าไหร่”
คนที่อยู่ตรงข้ามยกนิ้วห้านิ้วออกมา พูดเบาๆว่า“ได้กำไร”
เธออึ้ง อาไตคิดว่าเธอไม่เชื่อ จึงเริ่มล้วงเงินในกระเป๋าที่พกติดตัว เอาไว้
“พอแล้วพอแล้ว พวกเราไปเดี๋ยวนี้เลย!”
ติงยียีรีบห้ามเขา ลากข้อมือเขาเดินไปกลางฝูงชน เดินไปไม่นานเธอก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรผิดปกติ มีคนสะกดรอยตาม!
เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าด้านหลังของพวกเขาสองคนที่อยู่ห่างออกไประยะหนึ่งมีคนหนึ่งตามพวกเขาอยู่ เธอได้แต่จับแขนของอาไตให้แน่นลากเขาเดินไปข้างหน้า กลุ่มนั้นก็ต้องเสียงดังโหวกเหวกให้ได้เดินไปไม่กี่ก้าวจู่ๆก็ล้มลง
“เป็นอะไร” ติงยียีหมุนตัวหันไปมองรอบๆอย่างหวาดระแวง จากนั้นจึงพยุงอาไตขึ้นมาอย่างระมัดระวัง กระซิบเบาๆว่า “มีคนร้ายกำลังเข้าใกล้พวกเรา เดินเร็วหน่อยได้หรือเปล่า”
“แต่ว่าเจ็บขา!” อาไตเจ็บจนแทบจะร้องไห้ออกมา ติงยียีมองเขาที่เดิมก็มีผิวขาวอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งขาวซีดเพราะความเจ็บปวด ได้แต่ถอนหายใจทรุดลงมาอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนเขา
“เสี่ยวติงติง คุณบอกว่ามีคนร้ายไม่ใช่เหรอ” อาไตกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่มีความกดดันเลยสักนิดเดียว ติงยียีเดาว่าเขาคงไม่รู้ว่าคนร้ายหมายความว่าอะไรกันแน่
เธอถอนหายใจ “ใช่แล้ว”
พูดจบด้านหน้าก็มีร่างหนึ่งมาขวางเอาไว้ “เสี่ยวติงติงคุณวิ่งหนีไป ผมจะอยู่ปกป้องคุณที่นี่”
ติงยียีรั้งเขาไว้อดขำออกมาไม่ได้ หัวเราะเยาะอย่างไม่เกรงใจ “ทำไม ขาหายเจ็บแล้วเหรอ รอให้พวกเขามาจับนายแล้วนายค่อยกระโดดออกมาจากชั้นสามเหรอ”
เสี่ยวไตพยักหน้าอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่ายังไม่พอ จึงเพิ่มอีกว่า “อืม ใช่!”
“นายนี่มันช่าง!” ยังพูดไม่ทันจบ ติงยียีก็รู้สึกเจ็บที่ท้ายทอย สุดท้ายก็คว้าเสื้อผ้าของอาไตไว้ได้ทัน สัมผัสได้ถึงการเสียดสีของเนื้อผ้าและฝ่ามือ แล้วจึงหมดสติไป
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ติงยียีตกใจตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโอดครวญ เธอลืมตาอย่างเลือนราง ก็มองเห็นผู้ชายปิดบังใบหน้าหลายคนกำลังเตะผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์
“อาไต!”
อาจเป็นเพราะคนพวกนี้คิดว่าติงยียีไม่มีโอกาสที่จะหนีไปได้ จึงได้แต่มัดมือเธอไว้ ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ติงยียีปีนขึ้นมาพุ่งตัวไปชนกับผู้ชายคนหนึ่งออก
ผู้ชายเซถลาไปสองสามก้าว เดินเข้ามาใกล้เธอด้วยสีหน้าท่าทางดุร้ายน่ากลัว “Fuck!”
เธอรีบถอยกรูด มองไปยังอาไตที่นอนอยู่บนพื้นไม่หยุด ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปทั้งสองคนอาจจะต้องตาย เธอพูดว่า “ปล่อยเขาไป เขาเป็นแค่คนที่บกพร่องทางสติปัญญาคนหนึ่งไม่รู้เรื่องอะไร พวกแกจะทำอะไรให้ฉันทำ”
ผู้ชายที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างฝ่ายต่างมองหน้าสบตากัน ความหื่นในดวงตาทำให้ติงยียีตกใจ ในใจคิดว่าไม่ใช่ฝีมือของลูกชายราชาแห่งการพนัน แต่มาเจอกับคนร้ายกลุ่มอื่นอีก!
ผู้ชายอีกสองคนในห้องเข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย หนึ่งในนั้นเริ่มปลดกระดุมเสื้อของเขา ติงยียีถอยจนไม่มีทางไปแล้ว สองมือของเธอที่คลำไปด้านหลังสัมผัสบางสิ่งที่แข็งๆ เธอคว้ามันมาฟาดไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล
ชายคนหนึ่งคว้าหมวกเบสบอลในมือของเธอเอาไว้ ยิ้มพลางลูบหลังมือของเธอ กล้ามเนื้อที่หยาบกร้านและกลิ่นตัวแรงทำให้ติงยียีอยากจะอาเจียน
ทันใดนั้น ชายชุดดำที่อยู่ด้านนอกสุดส่งเสียงร้องโอดโอย ผู้คงยังไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นผู้ชายคนนี้ก็ถูกเตะลอยออกไปแล้ว
ติงยียีมองอย่างประหลาดใจมือที่ขาวซีดข้างหนึ่งจับชายชุดดำที่สูงใหญ่เกือบสองเมตร ดูเหมือนไม่ได้ออกแรงอะไร แต่ผู้ชายกลับส่งเสียงร้องจ๊าก
หมัดหนึ่งต่อยไปที่ท้องน้อยของผู้ชาย เขาคว้าหลังปกเสื้อของชายผู้นั้นเอาตัวบังข้างหน้าเขาเพื่อป้องกันการโจมตีของผู้อื่น คนอื่นๆที่ล้อมรอบติงยียีหันหลังกลับไปโจมตีอาไต เขากำหมัดแน่น ต่อยที่หน้าท้องส่วนล่างของชายคนนั้น จากนั้นจึงคว้าปกหลังของชายผู้นั้นไว้ข้างหน้าเขาเพื่อป้องกันการโจมตีของผู้อื่น
ติงยียีมองเขาใช้เวลาสั้นๆเพียงสองสามนาทีจัดการกับคนห้าหกคนอย่างอึ้งๆ ยังไม่ทันตั้งสติได้ ข้อมือก็ถูกคนคว้าเอาไว้
ทั้งสองวิ่งออกไปแล้วจึงพบว่าเป็นย่านที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองคนเดินถนนบางคนเห็นพวกเขาวิ่งหมดสภาพออกไปยังถามว่าต้องการให้ช่วยเรียกตำรวจหรือไม่
วิ่งไปนานมากติงยียีจึงได้สะบัดมือเขาออก “อาไตตกลงว่านายเป็นใครกันแน่ นายรู้จักใช้ศิลปะการต่อสู้ด้วยเหรอ”
อาไตกะพริบตาปริบๆมองเธอ “เมื่อกี้นั้นเรียกศิลปะการต่อสู้เหรอ”
“ไม่อย่างนั้นนายคิดว่าเรียกว่าอะไร” ติงยียีพูดอย่างไม่สบอารมณ์
อาไตตอบอย่างเรียบเฉยว่า “ต่อสู้”
ติงยียียอมแพ้ ได้แต่พูดว่า “ในเมื่อนายสู้ได้ งั้นทำไมนายไม่ซัดพวกเขาให้คว่ำไปตั้งแต่แรก”
ผ่านไปนานมากอาไตจึงตอบ ด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า “ผมคิดว่าคุณจะตายไปเหมือนกับแม่”
คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้ ติงยียีใจอ่อนทันที น้ำเสียงสะอึกขึ้นมา “เด็กโง่!”
เวลากลางคืน อาไตนอนจนส่งเสียงกรน ช่วยห่มผ้าให้เขาดีๆ เธอก็มานั่งตรงระเบียง จากตรงนี้เธอสามารถมองเห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของลาสเวกัสได้ ช่างสวยงามเกินคำบรรยาย