ตอนที่ 1601
บทที่1601หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1441
October 28, 2026
ซางหัวเห็นติงยียีหลงกลแล้ว น้ำเสียงก็ยิ่งกระตือรือร้นขึ้นมากมาขึ้นกว่าเดิม เธอไม่ยอมแพ้ให้กับอ้าวเสว่ “ฉันขอปฏิเสธ” ติงยียีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามเธอจู่ ๆ ก็ได้พูดออกมา
ซางหัวได้สติหลุดไปทันที “เธอว่าอะไรนะ?”
“ฉันขอปฏิเสธข้อเสนอของเธอ” ติงยียีเหยียดตัวตรงรับกาแฟมาแล้วเดินผ่านเธอออกไปข้างนอก ซางหัวรีบตามไป “ไม่มีฉันเธอก็สู้อ้าวเสว่ไม่ได้”
ติงยียีหยุดฝีเท้าลง ความแตกต่างของอุณหภูมิภายในและภายนอกตัวอาคารมันต่างกันเยอะมากทำให้เธออดไม่ได้ที่จะตัวสั่นออกมา เธอทอดมองสาวน้อยที่งดงามไปด้วยใบหน้าที่ไม่อยากที่จะเชื่อ “ฉันไม่ใช่แม่พระที่จะปล่อยให้ใครมารังแกกันได้ แต่ฉันไม่มีวันสมรู้ร่วมคิดกับคนที่มีแผนชั่วอยู่ในใจเหมือนกัน”
สีหน้าของซางหัวได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจไป “ฉันไม่ได้มีแผนชั่วอยู่ในใจนะ ฉันก็แค่อยากช่วยเธอเท่านั้นเองจริง ๆ”
“พอได้แล้ว!” ติงยียีตวาดใส่เธอไป “เธอได้คิดคำนวณผลประโยชน์เอาไว้หมดแล้วไม่ใช่หรือไงว่าหลังจากที่บีบอ้าวเสว่ออกไปแล้วจะได้เข้าไปอยู่ในตระกูลเย่ไปอย่างราบรื่น เธอจะไปชอบเย่เนี่ยนโม่ก็ได้ และก็สามารถอาศัยความสามารถของตัวเองไปแย่งมาก็ได้ แต่ว่าฉันไม่สนใจจะมีส่วนร่วมด้วย”
ติงยียีได้เดินออกไปเลย ซางหัวมองเงาร่างเบื้องหลังค่อย ๆ เดินออกไป เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา “ต้าต้า ล้มเหลวแล้ว”
ติงยียีวิ่งกลับมาที่ร้านเสริมสวยไปด้วยความวิตกกังวล เธอเอากาแฟวางลงไปบนโต๊ะของอ้าวเสว่ อ้าวเสว่หยิบขึ้นมาจิบไปคำนึง แก้มได้ขยับเล็กน้อย จากนั้นก็คายออกมา “นี่มันกาแฟอะไรเนี่ย รสชาติแย่มากเลย เธอเปลี่ยนอีกยี่ห้อนึงมาให้ฉัน”
เธอเห็นติงยียียืนนิ่งไม่ขยับ ปากก็จงใจเอ่ยออกมาว่า “เป็นอะไรไปเหรอ? ไม่ยอมไป? แต่เธอไม่ใช่ว่าอยากทำงานเป็นสาวใช้ของตระกูลเย่เพื่อหาเงินมาคืนหรือไง?”
“เธอต้องการกาแฟรสชาติแบบไหน?” ติงยียีมองเธอไปอย่างสุภาพเยือกเย็น ไม่ได้ถูกเธอกระตุ้นให้หัวเสียไปเลย
อ้าวเสว่ได้ตะลึงงันไปอีกที อันที่จริงเธอไม่ได้อยากจะดื่มกาแฟ ที่ได้ทำไปอย่างนี้ก็เพียงแค่เพื่อกลั่นแกล้งติงยียีเท่านั้นเอง เธอคิดไปแป๊บนึง “เอาคาปูชิโน่แล้วกัน”
ติงยียีพยักหน้าตอบรับออกมา ก้าวเข้าไปข้างหน้าสองสามก้าว เอาถุงที่อยู่ในมือวางลงไปบนโต๊ะควักเอาคาปูชิโน่ออกมาจากด้านในที่มีกาแฟหลากหลายประเภทออกมายื่นให้อ้าวเสว่
“พรืดดด” พนักงานของร้านเสริมสวยที่อยู่โดยรอบอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา อ้าวเสว่บีบแก้วกาแฟจนเปลี่ยนรูปทรงไปหมด ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ติงยียียืนอยู่ด้านหลังเธอ สายตาได้ทอดออกไปในจุดที่ไม่ไกลออกไปใหม่อีกครั้ง ผู้หญิงที่ชื่อว่าซางหัวคนนั้นชอบหาเรื่องวุ่นวายให้คนอื่นอยู่เสมอ ไม่แน่ว่าอาจจะหวนกลับมาฟื้นคืนอำนาจใหม่อีกครั้งก็ได้ เธอต้องเตือนอ้าวเสว่สักหน่อยหรือเปล่า เพราะถึงยังไงเธอก็ท้องขึ้นมาแล้ว
“ทางที่ดีที่สุดเธอควรระวังสาวใช้คนก่อนของตระกูลเย่เอาไว้หน่อยนะ คนที่ชื่อซางหัวนั่น” ติงยียีตัดสินใจที่จะเอ่ยออกไป เธอไม่อาจเห็นคนตกอยู่ในความลำบากไปโดยไม่ช่วยได้
ได้ยินชื่อที่คุ้นเคยแล้ว อ้าวเสว่ก็โกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันออกมา “ฉันกลัวหล่อนหรือไง เหอะ ๆ หล่อนไม่ลองดูสักหน่อยว่าตัวเองมันระดับไหนถึงได้คิดมาแข่งแย่งชิงความโปรดปรานกับฉันกัน”
ติงยียีขมวดคิ้วไม่ได้ตอบเธอกลับไป แต่กลับเป็นอ้าวเสว่ที่จู่ ๆ ก็ได้เลิกคิ้วถามออกมาแทน “เธอกับหล่อนคงไม่ใช่พวกเดียวกันหรอกนะ?”
“เธออยากจะคิดยังไงมันก็แล้วแต่เธอ” ติงยียีคร้านจะไปหักล้างคำพูดของเธอ นี่ไม่รู้ว่าคำพูดประโยคนี้หลังจากนี้ไปมันจะทิ้งปัญหาวุ่นวายที่จะตามมาไม่จบไม่สิ้นเอาไว้ให้เธอ
ออกมาจากร้านเสริมสวยแล้ว เย่ป๋อกลับยังรออยู่ที่ด้านนอก อ้าวเสว่ยิ้มพลางเอ่ยออกไป “ฉันกับน้องสาวไปเสริมสวยที่ร้านเสริมสวยด้วยกัน เนี่ยนโม่กำลังเป็นห่วงฉันอยู่เหรอ?”
เย่ป๋อไม่ได้แย้งกลับไป เพียงแค่กวาดสายตามองผ่านยียีไปอย่างรวดเร็ว เห็นบนร่างของอีกฝ่ายไร้ซึ่งบาดแผล สีหน้าเขาไม่ค่อยดีแต่ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา เขารู้สึกผิดอยู่บ้างเล็กน้อย ตอนแรกถ้าไม่ใช่เพราะเขาออกไปก่อน ติงยียีก็คงไม่ต้องถูกรังแกแล้ว
“คุณอ้าวเสว่ เย็นมากแล้วนะ ควรกลับบ้านได้แล้ว” เย่ป๋อพูดออกมาอย่างสงบนิ่ง คนขับรถรีบเปิดประตูออก อ้าวเสว่เข้าไปนั่ง ติงยียีกำลังคิดจะอ้อมไปนั่งอีกฝั่งนึง ในทันใดนั้นเองเย่ป๋อก็ได้เอ่ยออกมาว่า “คุณติงนั่งรถคันหลังเถอะครับ”
ติงยียีไม่ได้คัดค้านออกไป เดินไปข้างหลังไปอย่างว่านอนสอนง่าย อ้าวเสว่มองเธอขึ้นรถไปผ่านทางกระจกมองหลัง ที่โพรงจมูกได้ส่งเสียงฮึดฮัดออกมาทีนึง แล้วค่อย ๆ เอ่ยออกไป “ออกรถ”
ติงยียีพอขึ้นรถมาก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นอายความเป็นชายที่เข้มข้นเข้ามาทันที เย่เนี่ยนโม่กักกุมเธอเอาไว้แน่น เธอขัดขืนออกมา สายตาได้มองไปที่คนขับรถที่ไม่รู้จักคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับข้างหน้ากับเย่ป๋อที่กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับไปไม่หยุด
ทันใดนั้นฉากกั้นอันหนึ่งก็ผุดขึ้นมา เปลี่ยนที่นั่งเบาะหลังของรถให้กลายเป็นพื้นที่ปิดไป ติงยียีกำลังคิดจะตวาดด่าให้เย่เนี่ยนโม่ปล่อยมือออกไป แต่อีกฝ่ายก็ได้ปล่อยมือออกไปเอง นั่งตัวตรงเป็นระเบียบอยู่ที่ข้าง ๆ สายตากลับยังคงลึกซึ้งเสียจนอ่านได้ยาก
“คนขับรถคนเมื่อกี้นี้เป็นคนของคุณย่า” เย่เนี่ยนโม่จ้องมองนัยน์ตาแอปริคอตของเธอที่ได้ถลึงออกมาด้วยความโกรธ แล้วค่อย ๆ เอ่ยออกมาช้า ๆ นอกจากปัญหาโดยหลักแล้ว เขาไม่ยอมให้เธอโกรธขึ้นมาหรอก
ติงยียีนิ่งเงียบไป “ทำไมท่านถึงต้องทำอย่างนี้?”
“ผู้หญิงของตระกูลเย่ นอกจากแม่ของผมแล้วก็ไม่ธรรมดากันทั้งนั้น” เย่เนี่ยนโม่จัดคอเสื้อไปเล็กน้อย จับมือเธอมาตรวจดูบาดแผลจากการถูกลวก เห็นว่าไม่มีแผลพุพองก็วางใจไปไม่น้อยเลย
ติงยียีนึกว่าเขาจะจับมือตนเอาไว้ จึงได้ชักมือออกไปอย่างไม่พอใจ จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับโลกหมุนขึ้นมา เธอถูกแรงหนึ่งดึงไปนอนราบลงบนที่เบาะรถที่กว้างขวาง แขนทั้งสองข้างของเย่เนี่ยนโม่ได้ยันอยู่ที่ข้าง ๆ ใบหูของเธอ “ยังจะโมโหไปอีกนานแค่ไหน?”