ตอนที่ 1602
บทที่1602 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1442
October 28, 2026
ลิฟต์ได้หยุดอยู่ที่สักชั้นหนึ่ง นักท่องเที่ยวได้พากันเดินออกไปพึ่บพั่บ ติงยียีรีบขยับออกไปจากในอ้อมแขนของเขา หน้ากลับเผาร้อนเสียจนไม่ไหวอยู่แล้ว เย่เนี่ยนโม่เก็บท่าทางที่เขินอายเหล่านี้ไว้ในสายตา ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นมาตลอดในที่สุดก็ได้ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
ออกมาจากประตูลิฟต์ ติงยียีหน้าแดง จึงก้มหน้าลงเดินตามฝีเท้าของเย่เนี่ยนโม่ จนกระทั่งฝีเท้าตรงหน้าได้หยุดลงไป
“ประธานเย่” คนที่อยู่ในชุดสูทสีดำคนหนึ่งได้เดินเข้ามาหา พนักงานภายในร้านทยอยทอดสายตามายังประธานหนุ่มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของทั้งศูนย์การค้ากันไปทีละคน แล้วก็ยังมีคนที่ตาดีสังเกตเห็นเด็กสาวหน้าแดงเหมือนกับมะเขือเทศอยู่ที่ด้านหลังเขาอยู่บ้าง
เย่เนี่ยนโม่ดึงเธอเข้ามาที่ตรงหน้าตัวเอง ติงยียีจึงได้เงยหน้าขึ้นไป นี่เป็นร้านชุดราตรีร้านหนึ่ง เธอมองไปทางเขาเพื่อหาคำตอบด้วยความสงสัย
สายตาของเธองงงวยเล็กน้อย แก้มยังคงแดงอยู่ ดวงตาจ้องมองเย่เนี่ยนโม่ตาไม่กะพริบ เย่เนี่ยนโม่นึกไม่ถึงว่าจะรู้สึกว่าเลือดทั้งร่างของตนมันได้รวมตัวกันอยู่ที่จุดเดียว
“เลือกชุดราตรีมาให้เธอชุดนึง” เขาทิ้งเธอเอาไว้แล้วเดินออกไปยังจุดที่ลึกเข้าไปของตรงทางเดินอย่างรีบร้อน ฝีเท้าก้าวออกไปอย่างรีบเร่ง ติงยียีเห็นเขาเดินออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยว สายตาหม่นลง ภายในใจมันรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา เธอทำให้เขาโกรธแล้วใช่มั้ย ตนมันน่าอึดอัดเสียอย่างนี้ แต่ว่านี่มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง พวกเขาควรจะเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว
ภายในห้องน้ำ สิ่งที่คิดอยู่ในหัวของเย่เนี่ยนโม่ล้วนเป็นสัมผัสที่นุ่มนิ่มตรงเอวรวมถึงเสียงหายใจที่ถี่ยิบของเธอภายในลิฟต์ เธอไม่รู้ว่าตอนนั้นเขาต้องยับยั้งชั่งใจมากแค่ไหนถึงจะทำให้ตัวเองไม่ไปจูบลงบนริมฝีปากเธอได้
ผ่านไปนานมาก เขาได้ทอดถอนหายใจออกมา รอจนถึงตอนที่เขากลับไปที่ร้านชุดราตรีใหม่อีกครั้ง พนักงานของร้านได้ล้อมรอบติงยียีกันอยู่ เธออยู่ในชุดเดรสยาวสีทองตลอดทั้งตัว ด้านหลังชุดไปถึงตรงช่วงเอวแทบจะฉลุไปทั้งหมด
ติงยียียืนอยู่อย่างทำตัวไม่ถูก สายตาของพนักงานชายคนสองคนที่อยู่รอบ ๆ วนเวียนอยู่ที่บนหลังของเธออยู่ตลอด ถึงแม้ว่าภายในร้านจะเปิดฮีตเตอร์แล้ว แต่เธอสามารถรู้สึกได้ว่าหลังของเธอมันขนลุกชันขึ้นมา
ในทันใดนั้นเองที่บนไหล่ของเธอหนักอึ้งขึ้นมา กลิ่นนิโคตินจาง ๆ ฟุ้งกระจายออกมา เย่เนี่ยนโม่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ ผู้จัดการเห็นภาพที่เกิดขึ้นก็เดินเข้ามา “ประธานเย่คิดว่าไม่เหมาะพวกเราจะเลือกให้ใหม่ครับ”
มือเรียวยาวของเย่เนี่ยนโม่ได้เคลื่อนผ่านไปบนราวแขวนเสื้อไปเบา ๆ สุดท้ายก็ได้หยุดลงไป แล้วหยิบชุดราตรีผ้าไหมสีฟ้าน้ำทะเลมาตัวหนึ่ง เขายื่นไปให้ติงยียี
ติงยียีรับมา แต่ก็ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวออกไป “คุณไม่อธิบายการกระทำในวันนี้ของคุณสักหน่อยเลยเหรอ?”
ผู้จัดการที่อยู่ข้าง ๆ มองทั้งสองคนไปอย่างเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งไปแวบนึง แล้วกวักมือให้พนักงานออกไป เว้นพื้นที่ส่วนตัวให้กับทั้งสองคน เย่เนี่ยนโม่ไม่ตอบแต่ได้ถามออกไปแทน “คุณคิดว่าผมทำไปทำไม?”
ติงยียียิ้มเย็นออกมา “เตรียมซื้อของมาหลอกล่อฉันเหรอ? ต่อจากนี้เป็นอะไร รถหรือว่าบ้านละ?”
เธอจงใจยั่วโมโหเขา ถึงขนาดที่วางแผนเอาไว้เลยว่าเขาจะต้องโกรธจนเดินออกไปแน่นอน ในหัวของเธอคิดไปถึงความเป็นไปได้มากมาย มือใหญ่ข้างหนึ่งได้วางอยู่บนหัวของเธอไปเบา ๆ เย่เนี่ยนโม่ลูบลงไปเล็กน้อย “ความคิดของคุณไม่เลวเลย”
ติงยียีได้ปัดมือเขาออกไปประหนึ่งระบายความโกรธที่อยู่ภายในอกออกไป เป็นอย่างนี้ไปเสียทุกครั้ง เพียงแค่ผ่านสงครามเย็นไปแล้ว เขามักจะแสดงท่าทีไม่รู้ไม่ชี้ออกมา การทำใจให้กว้างอย่างนี้มันกลับทำให้เธอยิ่งต้องระงับอารมณ์เอาไว้
“งั้นก็ทำอย่างนี้ไปสิ!” ติงยียีเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา เธอถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ช่วงหลังชุดเปิดออก ตอนที่ผิวสัมผัสเข้ากับอากาศแล้วจึงสั่นออกมาเล็กน้อย เธอผันร่างเตรียมจะเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย
ในทันใดนั้นเองข้อมือของเธอก็ได้ถูกจับเอาไว้ เธอโกรธจนยกมือไปทางข้างหลัง เย่เนี่ยนโม่ถอยไปข้างหลังก้าวนึง ถือโอกาสคว้าแขนของเธอเอาไว้มาอยู่ที่ข้างๆตัวเอง เธอขัดขืนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ในทันใดนั้นเองก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่ชุ่มชื้นที่แผ่ออกมาตรงแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของตัวเอง
เธอประหลาดใจจนไม่รู้ว่าจะตอบสนองออกไปยังไง ความรู้สึกที่รับรู้จากการสัมผัสได้หายไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเอวไล่ลงมาในจุดที่ได้ถูกจูบไปกลับร้อนระอุขึ้นมา เสียงของเย่เนี่ยนโม่ดังขึ้นมา ได้ประดับไปด้วยความหน่ายใจขึ้นมาเล็กน้อย “ไปร่วมงานเลี้ยงงานนึงกับผม”
“ฉันไม่ไป!” ติงยียีตอบกลับมา ได้ปฏิเสธออกมาทันที
“สามหมื่นหยวน” เย่เนี่ยนโม่พูดออกมานิ่ง ๆ อยู่ทางด้านหลังเธอ เขาเห็นติงยียีพุ่งเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความโกรธเกรี้ยว หลังจากผ่านไปหลายนาทีแล้วก็ได้เปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสีน้ำทะเลมา
ความโกรธของเธออาบย้อมขึ้นไปบนหน้า ทำให้เกิดเป็นสีชมพูสวยออกมา เธอไม่มองเขา แล้วได้เปิดประตูพุ่งตัวออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอีกครั้ง เย่เนี่ยนโม่เดินตามหลังเธอไปช้า ๆ
ตระกูลเย่
อ้าวเสว่ลูบท้องพลางครุ่นคิดไป ท้องนับวันจะใหญ่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ทางด้านแม่ทำไมถึงยังไร้วี่แววอีก หรือว่าเธอจะต้องคลอดเด็กคนนี้ออกมาจริง ๆ งั้นเหรอ?
ภายในใจของเธอมันร้อนรนไม่ไหวอยู่แล้ว ด้วยนิสัยของคุณย่าแล้วหลังจากที่คลอดเด็กออกมาแล้วจะต้องพาไปตรวจดีเอ็นเออย่างแน่นอน ตอนนั้นตนก็จะไม่อาจแก้ตัวออกไปได้เลย เด็กคนนี้เก็บเอาไว้ไม่ได้ เก็บเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด
เธอเอามือกดไปบนท้อง แรงที่กดมันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในท้องจู่ ๆ มันก็มีเสียงเต้นดังเข้ามา เธอตกใจจนปล่อยมือไป
ฝู้เฟิ่งหยีเข้ามาก็เห็นสีหน้าเธอตื่นตระหนกออกมา
“เป็นอะไรไป?” เธอถามไปด้วยความเป็นห่วง พ่อบ้านถึงขั้นเตรียมที่จะออกไปเรียกคุณหมอมาเลยทีเดียว
อ้าวเสว่เอามือซ่อนเอาไว้ใต้หมอนประหนึ่งกำลังปกปิดเอาไว้ รีบยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างลนลาน “ไม่มีอะไร? หนูก็แค่คิดเรื่องบางอย่างไปจนตกอยู่ในภวังค์เท่านั้นเองค่ะ”
ฝู้เฟิ่งหยีตบหลังมือเธอไปเบา ๆ “ถ้าเธอไม่ได้รู้สึกไม่สบายละก็ วันนี้มีงานเลี้ยงงานหนึ่งเธอไปร่วมสักหน่อย”