ตอนที่ 1605
บทที่1605 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1445
October 28, 2026
คนในที่อยู่ในที่แห่งนั้นนตามเสียง สายตาของเย่เนี่ยนโม่ได้จรดไปที่สีหน้าขาวซีดของที่ตัวติงยียี ฝู้เฟิ่งหยียืนขึ้นมา “ชูหวินแกมาพอดีเลย กำลังจะกินข้าวแล้ว อยู่กินข้าวด้วยกันก่อน!”
เย่ชูหวินกวาดสายตามองเย่เนี่ยนโม่ไปอย่างเย็นชา ถือโอกาสแสดงท่าทีไม่ดีกับอ้าวเสว่ไปด้วยเลย “ไม่ต้องแล้วครับคุณย่า ผมมาส่งยียี เดี๋ยวก็จะไปเลย”
สีหน้าของฝู้เฟิ่งหยีไม่ค่อยดีนัก ในสายตาที่มองไปที่ติงยียีมีการตำหนิออกมา ติงยียีแสร้งทำเป็นมองไม่ออก เธอเดินไปที่ข้าง ๆ เย่เนี่ยนโม่ แล้วควักเอาเงินที่ชิวไป๋ให้มาออกมาจากในกระเป๋า
“ข้างในมีอยู่หกแสน คุณลองนับดู” ติงยียีเห็นสีหน้าที่ดูย่ำแย่ของเย่เนี่ยนโม่ ภายในใจมันมีความรู้สึกสะใจจากการได้แก้แค้นไป เธอผันร่างรีบสาวเท้าก้าวใหญ่ ๆ ออกไป
เย่ชูหวินถอนสายตากลับมาจากเงาร่างที่ได้เดินออกไปของเธอ “คุณย่า คุณย่าดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน”
เย่ชูหวินไปแล้ว อ้าวเสว่ก็มองเย่เนี่ยนโม่ไปอย่างระมัดระวัง “ให้ฉันไปพูดเกลี้ยกล่อมเธอให้สักหน่อยมั้ย?”
“ไม่ต้อง!” เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้นเดินไปยังห้องทำงาน ฝู้เฟิ่งหยีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็โกรธจนกระหืดกระหอบออกมาเล็กน้อย “เด็กคนนั้นมันอะไรกัน ทำไมพอกลับมาบรรยากาศภายในบ้านมันถึงได้แย่ลงขนาดนี้!”
ติงยียีกลับมาที่ห้อง ต้าต้าได้ผ่านมาพอดี เห็นสีหน้าเธอไม่ดีจึงถามออกมาด้วยความเป็นห่วง “ยียีเธอโอเคหรือเปล่า วันนี้คุณผู้ชายยังสั่งให้ห้องครัวตุ๋นโจ๊กรังนกให้เธอด้วย ฉันไปเอามาให้เธอนะ”
ติงยียีขอบคุณไปอย่างอ่อนแรง ถึงแม้ว่าเธอจะกินอะไรไม่ลงเลย แต่ก็ไม่อยากขัดความหวังดีของต้าต้าไป ต้าต้าเดินไปที่ห้องครัว แต่กลับพบว่ามีสาวใช้คนหนึ่งกำลังหยิบโจ๊กรังนกที่อยู่ในซึ้งนึ่งเตรียมจะเดินออกไป
“โจ๊กชามนั้นเอาไว้ให้ยียี!” ต้าต้าขวางทางเดินของสาวใช้คนนั้นเอาไว้ สาวใช้คนนั้นเหล่ตามองเธอ “เธอนี่นะเธอมันจะโง่เกินไปแล้ว สถานการณ์ของตระกูลเย่ในตอนนี้เธอมองไม่ออกเหรอ แน่นอนว่าเป็นคุณอ้าวเสว่ที่ค่อนข้างจะมีค่าให้คอยดูแลหน่อย ตอนนี้วัน ๆ นึงเธอก็เอาแต่อยู่เล่นกับติงยียี หลังจากนี้จะไม่ถูกคุณอ้าวเสว่มองเป็นหนามยอกอกเอาหรือไง”
ต้าต้าเถียงสู้เธอไม่ได้ ก็เลยต้องมองเธอยกโจ๊กรังนกออกไปตาปริบ ๆ อยู่อย่างนั้น เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยความรู้สึกน้อยใจ “พี่ซางหัว วันนี้มีคนรังแกฉันอีกแล้ว”
ซางหัวนอนอยู่ในบ้านเช่าที่รกไม่เป็นระเบียบ เธอค่อย ๆ พูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เนิบช้า “ต้าต้าเด็กดี ตระกูลเย่มีการเคลื่อนไหวอะไรบอกฉันมา ถ้าฉันกลับไปได้ ฉันจะไม่ให้คนอื่นมารังแกเธอได้!”
ต้าต้าวางโทรศัพท์ลง ปาดเช็ดน้ำตาแล้วเดินมือเปล่าไปที่ห้องของติงยียี “ยียี พวกเขาบอกว่าคุณอ้าวเสว่ก็อยากกินโจ๊กด้วยเหมือนกัน ก็เลยยกโจ๊กรังนกไปแล้ว”
นิ้วมือเธออยู่ไม่สุขออกมาด้วยความไม่สบายใจ “ยียี หล่อนรังแกเธอขนาดนี้แล้วเธอยังทนได้อยู่อีกเหรอ? ทั้ง ๆ ที่เป็นพี่น้องกันแท้ ๆ”
ติงยียีตบไหล่เธอไปเบา ๆ เหมือนกับการปฏิบัติต่อน้องสาวคนหนึ่ง “ต้าต้า คำพูดพวกนี้ตอนปกติอย่าได้พูดส่งเดชออกมา เลี่ยงไม่ให้เป็นการหาเรื่องใส่ตัว เรื่องนี้มันก็ผ่านไปแล้ว ไม่ว่าจะกับใครเธอก็พูดออกไปไม่ได้เข้าใจหรือเปล่า?”
“แต่ว่า!” ต้าต้ารู้สึกไม่ยอมขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากที่เห็นสายตาที่แน่วแน่ของเธอแล้วก็ทำได้แค่พูดตอบรับเสียงพึมพำอยู่ในลำคอไปเท่านั้น ภายในใจหวังว่าพี่ซางหัวจะสามารถรีบ ๆ กลับมาไล่คุณอ้าวเสว่หญิงชั่วคนนั้นออกไปเสียที
“ต้าต้า!” ด้านหลังจู่ ๆ ก็มีเสียงของพ่อบ้านดังเข้ามา ต้าต้าหันไปอย่างลนลาน รีบก้มหน้าลงไปทันที “ท่านนาย”
“ลงไปเถอะ” พ่อบ้านขยิบตาให้กับต้าต้า เธอรีบผันร่างเดินออกไปทันที ฝู้เฟิ่งหยีเดินเข้ามาในห้อง สีหน้าได้มีความไม่พอใจออกมาจาง ๆ
“ท่านนายมีธุระเหรอคะ?” ติงยียีจ้องมองเธอไปตรง ๆ น้ำเสียงไม่ได้ฟังดูต่ำต้อยและก็ไม่ได้หยิ่งยโสจนเกินไป แต่ว่าภายในใจมันก็ยังมีความสงสัยอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าทำไมท่านนายถึงได้โกรธขนาดนั้น
ฝู้เฟิ่งหยีนั่งลง น้ำเสียงจริงจัง “ผู้หญิงของตระกูลเย่ ถ้าชาติกำเนิดไม่ดีมันไม่ใช่เรื่องใหย่ แต่จะต้องรักนวลสงวนตัว จะไปทำตัวเป็นผู้หญิงที่ทำตัวไม่อยู่กับร่องกับรอยไม่ได้”
ติงยียีมองเธอไปด้วยความประหลาดใจ ภายในใจได้เกิดความโกรธขึ้นมาจาง ๆ เธอพยายามรักษาวิธีการพูดที่สงบเยือกเย็นเอาไว้อย่างเต็มที่ “ท่านนาย ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่”
“ความหมายของฉันเธอยังไม่เข้าใจอีกงั้นเหรอ? ในเมื่อเนี่ยนโม่ชอบเธอ เธอก็ควรทุ่มให้เขาไปทั้งใจ ทำไมถึงยังเดินกับชูหวินเสียใกล้ชิดขนาดนั้น ทำตัวเหลวแหลกเสียขนาดนั้น!”
ฝู้เฟิ่งหยีถลึงตามองเธอไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ในดวงตาเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม คำพูดของเธอทำให้ติงยียีตะลึงไปตรงนั้นเลย อะไรกันที่ว่าทำตัวเหลวแหลก เธอเปล่าเสียหน่อย!
หยาดน้ำตาคลออยู่ในเบ้าตาของเธอ จวนจะไหลพรากออกมาอยู่รอมร่อ เธอพยายามกัดริมฝีปากไปสุดชีวิต แต่เสียงมันกลับสะอึกสะอื้นออกมา “ท่านนาย ฉันไม่ใช่คนอย่างที่คุณว่ามา”
“งั้นความหมายของเธอคือจะบอกว่าสิ่งที่ฉันเห็นมันเป็นเรื่องไม่จริงทั้งนั้น ถึงแม้ว่าชูหวินจะชอบเธอ แต่ฉันหวังว่าเธอจะควบคุมพฤติกรรมของตัวเองสักหน่อย รักษาระยะห่างกับอีกฝ่าย อย่าทำตัวไม่รู้จักพอ” ฝู้เฟิ่งหยีเหยียดตัวลุกขึ้นมองติงยียีไปอย่างดุดัน
ติงยียีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย อีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ แล้วยังเป็นย่าของเย่เนี่ยนโม่อีก เธอจะไปโต้เถียงกับคนแก่คนนึงไม่ได้จริง ๆ เธอกดเสียงต่ำลง “ทราบแล้วค่ะคุณย่า”
“ฉันไม่ได้ยิน!” ในดวงตาของฝู้เฟิ่งหยีว่างเปล่าออกมา แม้ว่าจะไม่ได้โกรธเกรี้ยวออกมา แต่ก็ยังคงความน่าเกรงขามเอาไว้อยู่
ในทันใดนั้นเอง พ่อบ้านก็ได้เคาะประตูเข้ามา “ท่านนายครับ ด้านนอกมีนักออกแบบชาวฝรั่งเศสท่านนึงมา บอกว่ามาหาลูกศิษย์ ถ้าไม่เจอก็จะอยู่ที่ตรงนั้นไม่ไปไหน”
“มาหาลูกศิษย์? ใครกล้ามาก่อเรื่องที่ตระกูลเย่!” ฝู้เฟิ่งหยีมองติงยียีไปแวบนึง ผันร่างก้าวออกไปข้างนอก