ตอนที่ 1731
บทที่1731 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1571
October 28, 2026
เธอมอบริมฝีปากของตัวเองด้วยรอยยิ้ม ขณะที่กำลังจากไปด้านหลังศีรษะก็ถูกคนจับไว้แน่นและจูบลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
วันรุ่งขึ้น อากาศดีมาก แสงอาทิตย์สาดส่องทำให้รู้สึกร่างกายอบอุ่น ติงยียีนั่งอยู่ในสวนดอกไม้โทรหาชิวไป๋ อีกฝ่ายกดรับสาย เสียงอ่อนโยนจนทำให้ขนลุก
ติงยียีกลอกตา “ตอนนี้เธอก็คือผู้หญิงที่กำลังมีความรัก”
“เหมือนกับเธอนั่นแหละ” ชิวไป๋ยิ้มเหอๆ ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นสาวน้อย
เพิ่งได้คุยไปไม่กี่คำ ชิวไป๋ก็พูดตรงๆว่า: “เอาล่ะ ฉันจะไปศึกษาทำเค้กแล้ว เขานัดกับฉันวันที่15กุมภาพันธ์บอกว่ามีเรื่องจะบอกฉัน ถึงตอนนั้นฉันก็อยากจะเซอร์ไพรส์เขาเหมือนกัน”
“เจอผู้ชายแล้วทิ้งเพื่อนเลยนะ” ติงยียีบ่นด้วยรอยยิ้ม
กำลังจะวางสาย ชิวไป่ก็พูดขึ้นอย่างกะทันหันว่า “ยียี ขอให้เราล้วนมีความสุข ต้องรักและทะนุถนอมคนรอบข้างนะ”
“อืม ตกลง”
วางสายโทรศัพท์ ติงยียีสูดหายใจเข้าลึก แล้วถึงหยิบคู่มือการรับสมัครนักศึกษาที่กองเป็นชั้นๆขึ้นมา
โคลัมเบีย เยล ล้วนเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ประเด็นสำคัญบนคู่มือการรับสมัครยังถูกปากกาสีแดงขีดไว้ด้วย แบบนี้ก็แสดงว่าเย่เนี่ยนโม่เคยได้อ่านและคัดเลือกไปแล้ว เธอกัดปลายปากกาและทำเครื่องหมายลงบนมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มองแวบหนึ่ง วันที่15กุมภาพันธ์ พวกเขาจะไปยังมหาวิทยาลัยในประเทศแห่งหนึ่งเข้าร่วมการบรรยายการสอน
“วันที่15กุมภาพันธ์” เธอวาดวงกลมในวันที่ แล้วเขียนว่า “ไป” แล้วถึงวางคู่มือการรับสมัครไว้ข้างๆ
“คุณยียี พ่อบ้านมาหาค่ะ” คนใช้พูดอยู่ข้างๆ
ติงยียีพยักหน้า ซ้อนคู่มือเป็นกองๆ ลุกขึ้นไปหาพ่อบ้าน
ลมพัดผ่าน คู่มือถูกลมพัดไปทั่วพื้น คนใช้ก็รีบเก็บขึ้นมาทีละใบทีละใบ เพิ่งเก็บเสร็จ อ้าวเสว่ก็เดินมาทางนี้พอดี เธอหยิบคู่มือใบหนึ่งขึ้นมาด้วยความสงสัย หลังอ่านเสร็จสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
กลับมาถึงห้อง เธอขยำคู่มือใบนั้น แล้วก็ฉีกเป็นชิ้นๆอย่างบ้าคลั่ง พูดอย่างเกลียดมาก: “ไม่มีพรสวรรค์ก็ควรจะอยู่เฉยๆ ยังอยากจะไปเรียนต่อเมืองนอก เธออยากจะเหนือกว่าฉันใช่ไหม!”
รองเท้าส้นสูงเหยียบด้วยเศษกระดาษ เธอนั่งลงอย่างฉุนเฉียวและหยิบกระดาษขึ้นมา พบเห็นด้านบนมีตัวเลขที่ทำเครื่องหมายไว้ เธอตกตะลึงในตอนแรก จากนั้นแผนการหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจเธออย่างบ้าคลั่ง
แผนการของแม่ กำลังจะเป็นจริงแล้ว!
วันที่15กุมภาพันธ์ อากาศแจ่มใส วันนี้เตรียมจะไปฟังคำบรรยายของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในประเทศ รอคอยอนาคตใหม่
ติงยียีปิดสมุดไดอารี่ ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เสียงของชิวไป๋ฟังดูภูมิใจเล็กน้อย “ลงมาข้างล่างสิ ฉันเอาเค้กที่ฉันทำเองกับมือมาให้”
ชั้นล่าง ในมือชิวไป๋ถือเค้กเล็กๆสองชิ้นไว้ ยื่นให้ติงยียีชิ้นหนึ่ง เธอยิ้มแย้มพูดว่า: “ชิมดูสิ ฉันทำครั้งแรกเลยนะ”
ติงยียีเข้าไปใกล้ๆถุงห่อแล้วดม พูดด้วยความประหลาดใจ: “หอมมากจริงๆ! ฉันไปเอาส้อมกับจาน เรามากินด้วยกัน”
เพิ่งหันหลังกลับ เธอก็ชนเข้ากับคนใช้ที่ถือน้ำอยู่ด้านหน้าพอดี ชิวไป๋รีบเอื้อมมือออกไปดึงเธอ เท้าสะดุดกับโต๊ะน้ำชา ร่างกายชนเข้ากับติงยียีตรงๆ
“โอ้พระเจ้า เค้ก!” ติงยียีอุทานเมื่อเห็นทั่วร่างของพวกเธอทั้งคู่เต็มไปด้วยรอยเค้ก ทันใดนั้นก็หัวเราะอีกครั้ง “วันนี้เราต่างเป็นมนุษย์เค้กเนาะ!”
“นี่จะทำยังไงดี วันนี้มีนัดกับเย่ป๋อด้วย” ชิวไป๋มองดูเสื้อผ้าบนร่างตัวเองด้วยความกระวนกระวาย ถ้ากลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ต้องไปสายแน่นอน
ติงยียีลุกขึ้นและเช็ดเค้กบนหน้าออก พูดด้วยรอยยิ้มว่า: “วางใจเถอะ ใส่ชุดของฉันไปตามนัดก็ได้สินะ”
มาถึงห้องแต่งตัวของติงยียี ชิวไป๋ทำปากจู๋ชื่นชม “เย่เนี่ยนโม่ลงทุนจริงๆเลยนะ ห้องแต่งตัวของเธอนี่ก็ราคาหลายล้านแล้วนะ”
ติงยียีเลือกเสื้อผ้าไปด้วย พูดนิ่งๆไปด้วยว่า: “ชูหวินตางหากล่ะ”
ชิวไป๋รู้สึกกังวลใจเล็กน้อยที่ตัวเองไปสัมผัสเรื่องเสียใจของเธออีกครั้ง ในอ้อมแขนถูกกระโปรงสีขาวตัวหนึ่งยัดเข้ามา ติงยียียิ้มและตบไหล่ของเธอ “ไม่เป็นไรหรอก ชูหวินต้องดีใจมากแน่ๆที่ฉันใช้วิธีแบบนี้นึกถึงเขา”
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ติงยียีก็ช่วยเธอมัดผมให้เป็นหางม้า ทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกันปรากฏว่าดูเหมือนพี่น้องกันเลย ชิวไป๋พูดขำๆว่า: “ฉันคิดว่ามองจากด้านหลังเราดูเหมือนกันมากเลยนะ”
“เราถึงเป็นเพื่อนสนิทกันไง” ติงยียีก้มหน้าทำความสะอาดโต๊ะและพูดว่า
ชิวไป๋หยิบรูปถ่ายบนโต๊ะขึ้นมา ชี้ไปที่คนที่พิงศีรษะกับติงยียียิ้มอย่างมีความสุข “คนนี้ใครหรอ? หน้าตาสวยมากเลย”
ติงยียีเหลือบมองแวบหนึ่ง มีเสียใจอยู่ในดวงตา “เพื่อนที่สนิทที่สุดของฉันในอดีต เธอชื่อซ่งเมิ่นเจ๋”
ทุกคนต่างมีเรื่องเสียใจ และก็มีความทรงจำที่เป็นของตัวเองเท่านั้น ชิวไป๋ก็ไม่บังคับ วางกรอบรูปลง ถามพลางๆว่า: “กี่โมงแล้ว?”
“แปดโมงตรง”
“แปดโมงเหรอ? ค่อยยังชั่ว ยังทันอยู่ ไหนเธอบอกว่าจะไปฟังการบรรยายที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียไม่ใช่หรอ? ให้ฉันไปส่งไหม?”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งก็ได้”