ตอนที่ 1121
ตอนที่ 1121 สาวใช้ตัวแสบ 1025
October 28, 2026
ตอนที่ 1121 สาวใช้ตัวแสบ 1025
“ได้ ได้ แม่รับรองว่าจะไม่เป็นอีกแล้วจ้ะ!”
ฝู้เฟิ่งหยีคอยดูสองแม่ลูกคู่นี้อยู่ข้าง ๆ ตลอด เริ่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่เนี่ยนโม่งอแงไม่มีความสุข เอาแต่คอยมองไปที่ประตูครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ว่าทุกครั้งก็ต้องคอยเก็บสายตากลับมาอย่างผิดหวัง
เธอสงสารหลาน จึงคิดให้คนรับใช้ไปตามเซี่ยชีหรั่นออกมา แต่ว่าคนรับใช้กลับมาบอกกับเธอว่า เย่เชินหลินกำชับไว้แล้วว่า ห้ามใครเข้าไปรบกวนพวกเขาอย่างเด็ดขาด
สุดท้ายไม่มีทางออก เธอก็ทำได้แค่เพียงคอยปลอบใจเนี่ยนโม่เสียงเบา ต้องเปลืองแรงไปตั้งเยอะกว่าจะทำให้เขาเปลี่ยนเป็นอารมณ์ดีขึ้นมาได้
เด็ก ๆ คิดถึงแม่ นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ เรื่องราวดำเนินมาจนถึงวันนี้ ฝู้เฟิ่งหยีเองก็ไม่อยากจะไปพรากลูกพรากแม่พวกเขาสองคนแม่ลูกอีกแล้ว
แต่ว่า ลูกชายของเธอไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมรับพวกเขาสองคนแม่ลูกกลับมา จนทำให้เธอไม่ได้พบหน้าหลานมาตลอดเลย นี่ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่งจริง ๆ
แต่ว่า เธอคอยร้อนใจอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่มีประโยชน์ ถึงแม้ว่าดูไปแล้วเซี่ยชีหรั่นจะเป็นคนดูอ่อนโยนมาก แต่ว่านิสัยก็ดื้อรั้นสุด ๆ เหมือนกัน
เนี่ยนโม่หันกลับไปดูฝู้เฟิ่งหยี แล้วโบกไม้โบกมือให้เธออย่างมีความสุข “คุณย่าครับ แม่ของผมกลับมาแล้ว ผมจะกลับบ้านกับแม่แล้วนะครับ”
ฝู้เฟิ่งหยีรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นในใจทันที นี่มันเรื่องอะไรกัน นี่เป็นหลานของเธอ บ้านของเขาก็ควรจะเป็นที่นี่ถึงจะถูกซิ
เซี่ยชีหรั่นเงยหน้าขึ้น แล้วพูดขอบคุณอย่างเกรงใจกับเธอ “คุณป้า ขอบคุณคุณป้ามากนะคะที่ช่วยหนูดูแล เนี่ยนโม่”
คำพูดประโยคนี้ฝู้เฟิ่งหยีรู้สึกไม่ชอบฟัง “ขอบคุณอะไรกัน? นี่เป็นหลานแท้ ๆ ของฉัน ฉันดูแลเขา ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา”
คำพูดประโยคนี้ทำให้เซี่ยชีหรั่นพูดอะไรไม่ออก เธอไม่วิธีอะไร จึงทำได้เพียงแต่เงียบกลับไปเท่านั้น
ในเมื่อเนี่ยนโม่ถือได้ว่าเป็นเด็กที่ฉลาด เขาดูออกอย่างรวดเร็วว่า วันนี้อารมณ์ของแม่เหมือนว่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เขาดึงแขนเสื้อของเซี่ยชีหรั่นไว้ แล้วพูดออดอ้อนขึ้นว่า “แม่ครับ หนูอยากไปกินไอศกรีม แม่พาหนูไปกินหน่อยได้ไหมครับ?”
เซี่ยชีหรั่นอยากจะจากที่นี่ไปให้พ้น ๆ เร็ว ๆ อยู่แล้ว เธอจึงรีบพยักหน้าตกลง “ไป แม่พาหนูไปจ๊ะ”
หลังจากที่สองแม่ลูกออกจากคฤหาสน์ตระกูลเย่ไปไม่นาน เย่เชินหลินก็จะลงมาจากชั้นบน
ฝู้เฟิ่งหยีพร่ำบ่นกับเขาขึ้นว่า “เป็นเพราะแกคนเดียว ทำไมถึงยอมตกลงให้เซี่ยชีหรั่นย้ายออกไป แกดูซิ ตอนนี้ฉันแค่อยากจะพบหน้าหลาน ยังต้องยากขนาดนี้! ฉันไม่สนแล้ว แกจะต้องรีบคิดหาวิธีแก้ปัญหานี้ให้ฉันอย่างเร็วที่สุดให้ได้!”
ปฏิกิริยาบนในหน้าของเย่เชินหลินดูสบายเอามาก ๆ เขาก็พูดอย่างมั่นใจว่า “แม่วางใจเถอะ เร็ว ๆ นี้ แม่ก็จะสามารถเจอเนี่ยนโม่ได้ทุกวันแล้ว”
ฝู้เฟิ่งหยีนั้นค่อนข้างมีความมั่นใจในตัวลูกชายคนนี้มาก ในเมื่อเขาสามารถพูดออกว่าได้ อย่างงั้นก็ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน
“อย่างงั้นก็จะดีมากเลย หลายวันมานี้ ฉันคิดถึงเขาแทบแย่อยู่แล้ว”
แล้วเย่เชินหลินทำไมจะไม่คิดถึงพวกเขาแม่ลูกล่ะ?
ในเวลานี้ เขากลับรู้สึกของคุณจางชิงขึ้นมาเล็กน้อย ที่ทำให้เขาสามารถลงมือได้อย่างเปิดเผย สามารถพาพวกเขากลับมา ไม่งั้น จะต้องให้เขาตบปากตัวเองและปฏิเสธคำพูดที่เคยพูดไว้แล้ว นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมากจริง ๆ
จางชิงผู้หญิงคนนี้ คราวที่แล้วเขาก็ปล่อยเธอไปครั้งหนึ่งแล้วนะ แต่กลับยังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี แล้วก็มาจะคิดร้ายกับตัวเซี่ยชีหรั่นขึ้นอีกครั้ง นี่มันทำให้เขาทนแทบไม่ไหวอยู่แล้วนะ
ทีแรกยังเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่า ๆ จึงปล่อยเธอไปสักครั้ง แต่นี่เห็นได้ชัด ๆ ว่าเธอไม่รู้จักสำนึกเลย กลับยังออกมาทำร้ายคนอย่างดอกเบี้ยทบต้นอีกต่างหาก
ครั้งนี้ เขาจะต้องให้ผู้หญิงคนนี้ได้รับการสั่งสอนอย่างหลาบจำสักครั้ง จะต้องให้เธอไม่กล้ามาแหย็มกลับเขาในคราวหน้าอีก!
เย่เชินหลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหาลูกน้องฝีมือดีคนหนึ่งของตัวเอง “ไปจัดการเรื่องของจางชิงหน่อย ฉันไม่อยากจะเห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ในประเทศนี้อีก”
คำพูดเย็นชาแบบนี้ถูกพูดออกมาจากปากของเย่เชินหลิน แล้วก็สามารถตัดสินโชคชะตาของผู้หญิงคนหนึ่งได้อย่างง่ายดายแบบนี้
ตั้งแต่ที่จางชิงลงมือกับเซี่ยชีหรั่น ก็สมควรที่จะเตรียมตัวเตรียมใจจะต้องรับมือกับความโกรธของเขาแล้ว
ใครกล้าแตะเกล็ดมังกร ผู้นั้นก็ต้องตาย!
โดยเนื้อแท้มาพูดแล้วนั้น เย่เชินหลินนั้นไม่ใช่คนบ้าเลือดคนหนึ่ง ที่เขาพูดในที่นี้ว่า “ต่อไปไม่อยากจะเห็นผู้หญิงคนนี้อีก” ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหาคนไปจัดการเธอให้สิ้นซาก แต่กลับแค่ไล่เธอไปให้ไกล ๆ และห้ามกลับเข้ามาในประเทศอีกก็เท่านั้น
เขาไม่ยินยอมให้มือทั้งคู่ของตัวเองเปื้อนเลือด เพราะผู้หญิงแบบนี้ สำหรับจางชิงมาพูดนั้น การทำให้เธอไม่ได้กลับบ้านเกิดตลอดชีวิต ก็ถือว่าเป็นการลงโทษที่หนักอย่างหนึ่งแล้วเหมือนกัน
พอเซี่ยชีหรั่นพาเนี่ยนโม่กลับมาถึงที่พัก ก็เห็นว่าสวีเห้าเซิงกำลังยืนรอเธออยู่ที่ใต้ตึกแล้ว
เนี่ยนโม่กล่าวทักทายสวีเห้าเซิงอย่างดีอกดีใจ “สวัสดีครับ คุณลุงสวี!”
ท่าทางของสวีเห้าเซิงดูเหมือนจะเหนื่อยผิดปกติ บนใบหน้ายังมีไรหนวดสีเขียวคล้ำงอกออกมาอีกด้วย ดูทีเดียวก็สามารถทำให้คนมองออกได้ว่า เขาจะต้องไม่ได้นอนมาทั้งคืนแน่
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น เมื่อคืนหลังจากที่เย่เชินหลินพาตัวเซี่ยชีหรั่นไปแล้ว สวีเห้าเซิงก็อยากจะตามไปด้วย แต่กลับโดนบอดี้การ์ดของเย่เชินหลินสกัดเอาไว้
สวีเห้าเซิงโทรศัพท์หาเซี่ยชีหรั่น แต่กลับไม่มีคนรับสาย สุดท้ายไม่มีทางอื่นแล้ว เขาจึงได้แต่ย้อนกลับมาที่ที่พักของเซี่ยชีหรั่น แล้วมารอเธอกลับบ้าน
เซี่ยชีหรั่นมองเขาอย่างเป็นกังวล “พี่สวี สีหน้าของคุณดูไม่ดีเลย เมื่อคืนไม่ได้พักผ่อนดี ๆ เหรอคะ?”
เมื่อสวีเห้าเซิงเห็นว่าเซี่ยชีหรั่นกลับมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว ในใจก็รู้สึกโล่งใจได้ไปเปลาะหนึ่งแล้ว บนใบหน้าก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา “ยังดี ผมไม่เป็นอะไร ผมแค่เป็นห่วงนิดหน่อย”
จากนั้น เขาก็ยื่นมือไปอุ้มเนี่ยนโม่ขึ้นมา “ เนี่ยนโม่ มา ให้ลุงดูหน่อยซิ หลายวันมานี้หนูอ้วนขึ้นหรือเปล่า”