ตอนที่ 1231
ตอนที่ 1231 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1135
October 28, 2026
ตอนที่ 1231 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1135
ความอ่อนโยนของเย่เชินหลินทำให้เซี่ยชีหรั่นประนีประนอม เมื่อกลับถึงบ้านก็คิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องเด็ก ๆ พวกนั้นนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ อย่างไม่สบายใจ รู้เพียงว่าเย่เซินหลินรับสายโทรศัพท์ และเมื่อจูบลงบนหน้าผากของเซียชีหรั่นแล้วก็เตรียมที่จะออกไปข้างนอก
เธอคว้าชายเสื้อของเย่เชินหลิน เซี่ยชีหรั่นขยี้ตาแล้วลุกขึ้นมา พลางพูดขึ้นอย่างสะลึมสะลือว่า:“ฉันจะไปกับคุณ”
เย่เซินหลินรักและเป็นห่วงเซียชีหรั่น ตลอดการเดินทางเขากำชับให้คนขับรถขับรถอย่างนิ่มนวล ภายในโรงแรมหรู มีคนจำนวนหนึ่งนั่งเรียงแถวคุกเข่าอยู่ที่พื้น
เย่เชินหลินให้เซียชีหรั่นประกบอยู่ข้างกายพลางประคองเธอนั่งลงบนโซฟา มีชายหนึ่งในนั้นพูดขึ้นว่า:“คุณผู้ชาย พวกเราไม่ได้รู้จักกัน แล้วทำไมจู่ ๆ คุณถึงได้จับพวกเรามาที่นี่ล่ะ!”
เซี่ยชีหรั่นโกรธจนพูดออกมาอย่างไม่ต้องไตร่ตรองยั้งคิดว่า:“พวกนายทำกับเด็กแบบนั้น พวกนายนี่มันปีศาจจริงๆ”
ชายผู้นั้นตกตะลึงครู่หนึ่งพลางพูดขึ้นว่า:“พวกเราจับลูกของพวกคุณไปเหรอ?”
เซี่ยชีหรั่นโกรธจนต้องขบฟัน เย่เชินหลินปลอบใจโดยการตบแขนของเซี่ยชีหรั่นเบา ๆ จางเฟิงอี้ที่อยู่ข้าง ๆแสดงสัญญาณมือเรียก จากนั้นคน 2-3 คน ก็เขยิบมาข้างหน้า และทำร้ายชายผู้นั้นจนเลือดสีแดงสดไหลออกจากจมูกจนกระเด็นเต็มพื้น ส่วนคนที่เหลือต่างมองเย่เชินหลินกับเซี่ยชีหรั่นอย่างหวาดกลัว เพื่อทำให้ทราบโดยทั่วกันว่า ห้ามล่วงเกินผู้หญิงที่อยู่ข้างกายชายคนนี้อย่างเด็ดขาด
เมื่อเซี่ยชีหรั่นเห็นใบหน้าของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยเลือด ก็ทนไม่ได้จนต้องหันศีรษะ เย่เชินหลินพยายามแยกขากรรไกรล่างของเซี่ยชีหรั่นออก พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า:“บนโลกใบนี้ไม่ได้มีความยุติธรรมมากนัก วิธีการแก้ไขปัญหาไม่ได้มีแต่วิธีการพูดคุยด้วยหลักของเหตุผลเท่านั้น”
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ไปรู้อะไรมากันแน่ครับ จับผมส่งตำรวจเถอะ ผมทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ”ชายผู้นั้นคุกเข่าขอร้องด้วยเสียงที่โศกเศร้าอยู่ที่พื้นพรม
เย่เชินหลินจัดแจงแขนเสื้อที่ย่นของตนเองอย่างสนอกสนใจ พลางถามขึ้นว่า:“พูดมาตามความจริงนะว่ารถที่จอดอยู่หน้าประตูเป็นมายังไง?”
“รถ?คนรถนั้นเป็นรถที่พวกเราซื้อมาจากเต็นท์ขายรถมือ2 ไม่ได้ขโมยมาครับ!”ชายผู้นั้นร้องออกมาด้วยเสียงโศกเศร้า เย่เชินหลินคิดว่าถามไปก็ไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก จึงไม่มีความสนใจที่จะถามต่อ สะบัดมือพลางพูดขึ้นว่า:“กลับไปแล้วก็ไปสารภาพผิดที่สถานีตำรวจซะ แล้วก็พาเด็กพวกนั้นไปด้วย”
พวกผู้ชายและผู้หญิงเหล่านั้นร้อนรนหาทางคิดจะหนีออกไป เย่เชินหลินพูดขึ้นเบา ๆ ว่า:“อย่าคิดหนีนะ พวกนายคงจินตนาเลยได้เลยว่าผมทำอะไรได้บ้าง”
เซี่ยชีหรั่นจ้องมองเย่เชินหลิน:“คุณจะปล่อยพวกเขาไปแบบนี้เหรอ?”
เย่เชินหลินตบหลังของเซี่ยชีหรั่นเบา ๆ พลางพูดกับจางเฟิงอี้ว่า:“กดเงินออกมาสัก2-3ล้านเพื่อจัดตั้งมูลนิธิ ให้มูลนิธิดูแลชีวิตของพวกเด็กหลังจากนี้ และพยายามปกป้องคุ้มครองพวกเขาให้ถึงที่สุด”
หลังจากที่จางเฟิงอี้รับปากก็เดินจากไป เย่เชินหลินโอบเซี่ยชีหรั่นที่ไม่พูดไม่จามาไว้ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม พลางพูดขึ้นว่า:“เป็นอะไรไปครับ?ไม่พอใจเหรอ?”
เซี่ยชีหรั่นทอดถอนหายใจพลางพูดขึ้นว่า:“ก็แค่รู้สึกว่าชีวิตวัยเด็กของเด็กน้อยพวกนั้นถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว”
เย่เชินหลินยักคิ้ว:“คุณสนใจที่จะดูแลมูลนิธิของคุณนี้ต่อไหม?”
ความเห็นของเย่เชินหลินทำให้สายตาของเซี่ยชีหรั่นเป็นประกาย“ได้ไหมครับ?”เย่เชินหลินเขยิบเข้าใกล้เซี่ยชีหรั่น ใช้จูบเป็นตัวแทนของคำตอบทั้งหมด
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังถี่ขึ้น เย่เชินหลินมองที่หน้าจอ เริ่มวางแผนที่จะให้จางเฟิงอี้ย้ายไปดูแลบริษัทลูกที่ประเทศแอฟริกาใต้
“ถงจืงจืงกับโยวเล่อฆ่าตัวตายแล้วครับ”จางเฟิงอี้พูดขึ้นอย่างราบเรียบ
เย่เชินหลินระงับอารมณ์ และค่อย ๆ ออกห่างจากเซี่ยชีหรั่น เพื่อระวังไม่ให้เธอได้ยินเรื่องราวที่ดังออกมาผ่านโทรศัพท์ พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า:“เกิดอะไรขึ้น?”
“ก่อนหน้านี้ 2-3วัน บัญชีของถงจืงจืงและโยวเล่อมีเงินทุนไหลออกจากบัญชีพร้อมกันเป็นจำนวนมาก และ 2 วันต่อมาทั้ง2คนก็ฆ่าตัวตาย”
“เย่เชินหลินขมวดคิ้ว:“รีบไปตรวจสอบเส้นทางการเงินซะ”
จางเฟิงอี้ถอนหายใจผ่านโทรศัพท์:“ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ มีการแบ่งเงินออกเป็น 3 ก้อน จากนั้นโยกย้ายเข้าบัญชีธนาคารสวิสเซอร์แลนด์ในประเทศสามารถตรวจสอบได้ทุกเมื่อ แต่ในต่างประเทศไม่สามารถตรวจสอบได้เลย ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์จริง ๆ ”
หลังจากวางสาย เย่เชินหลินก็กอดเซี่ยชีหรั่นแน่น ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นใคร เขาจะต้องสืบเสาะหาตัวให้ได้
“สำนักข่าวของเมืองนี้รายงานว่า หลังจากที่ตำรวจได้ทำคดีลักพาเด็กไปขาย ตอนนี้เด็กเหล่านั้นได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิอ้านซิงของบริษัทเย่ซื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หวังว่ามูลนิธิจะสามารถช่วยตามหาพ่อแม่ของเด็กเหล่านั้นจนพบ ”
เซี่ยชีหรั่นมองดูเด็กที่ปรากฏอยู่หน้าจอโทรทัศน์พบว่า มีเด็กบางส่วนได้พบหน้าพ่อแม่แล้ว ดีใจจนต้องยิ้มออกมา “ประธานคะมีเงินบริจาคจำนวนมหาศาลเข้ามาจำนวนหนึ่งค่ะ”Kitty มาช่วยงานเซี่ยชีหรั่น
“เงินบริจาคจำนวนเท่าไหร่เหรอคะ?”เซี่ยชีหรั่นวางปากกาลงพลางถามขึ้น
“20 ล้านหยวนคะ เป็นเงินบริจาคจากผู้หญิงท่านหนึ่ง เธอบอกว่าเธอชื่อซือซือ”
“คุณหญิงหลิน!”เซี่ยชีหรั่นเห็นว่าห้องรับแขกมีผู้หญิงคนหนึ่งมองมาที่ตน จู่ ๆ ร่างกายก็อดที่จะรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวไม่ได้
ซือซือมองเซี่ยชีหรั่น สายตาไม่มีอาการแสดงถึงความอาฆาต ตาต่อตา ฟันต่อฟันเหมือน2-3ครั้งก่อนที่เคยพบกัน“ฉันเห็นข่าวในโทรทัศน์ ก็เลยอยากจะช่วยเหลือ”
เซี่ยชีหรั่นเปลี่ยนมุมในการมองซือซือใหม่ พูดขึ้นด้วยความจริงใจว่า:“เด็ก ๆ ทุกคนจะต้องรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณคุณมาก”
ซือซือยิ้ม พลางพูดขึ้นว่า:“ขอบคุณฉันหนะเหรอ ไม่จำเป็นหรอก เพราะฉันก็กำลังขอพรให้คนสำคัญของฉันคนหนึ่งเหมือนกัน”
น้ำเสียงของซือซือราบเรียบทำให้เซี่ยชีหรั่นไม่รู้ว่าจะสนทนาเรื่องอะไรต่อ มองใบหน้าของซือซือ เซี่ยชีหรั่นจึงถามขึ้นด้วยความแปลกใจว่า:“ซือซือ ใบหน้าของคุณเป็นอะไรเหรอ?”
ซือซือถอยหลัง 2 ก้าว:“คุณพูดอะไร?”