ตอนที่ 1250
ตอนที่ 1250 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1150
October 28, 2026
ตอนที่ 1250 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1150
“คุณพูดแบบนี้ได้อย่างไรกัน! พวกเราที่คนเยอะขนาดนี้ไม่กลัวคุณหรอก ทุกคนอย่ากลัวอันธพาลหัวไม้คนนี้!” ในสถานการณ์มีหลายคนที่ยกมือปลุกระดมผู้คน
“จางหยี ถ้าหากว่าผมจำไม่ผิดล่ะก็ ในครึ่งปีแรกนี้ รายการบัญชีบริษัทของพวกคุณจะทำได้ไม่ค่อยโปร่งใสนะ โครงการก็คล้ายกับว่าจะมีปัญหา”
เย่เชินหลินเอ่ยพูดกับชายคนที่โห่ร้องเสียงดังอย่างเรียบเฉย ชายที่ใกล้จะอายุห้าสิบปีรีบหยุดความคิดที่จะเอ่ยต่อไปของเย่เชินหลิน “ประธานเย่ คุณพูดอะไรของคุณน่ะครับ ผมก็แค่วู่วามไปชั่วขณะ คุณอยากจะทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้นเถอะครับ”
สิ่งที่เย่เชินหลินพูดล้วนเป็นความจริง จางหยีรู้สึกเสียใจในภายหลังที่กล้าทำความชั่ว โดยเป็นศัตรูกับเย่เชินหลิน ธุรกิจในพื้นที่สีเทาของตัวเองจึงถูกหยิบยกออกมา และรู้สึกไม่พอใจต่อการที่หวังเฉิงยั่วยุตัวเองด้วยเช่นกัน
“พวกคุณยังมีใครจะคัดค้านอีก สามารถก้าวออกมาได้” เย่เชินหลินที่นั่งอยู่อีกด้าน เคาะที่เท้าแขนอย่างเอ้อระเหยลอยชาย ทั่วทั้งห้องโถงมีเพียงแค่เสียงของเย่เชินหลิน
ในเมื่อทุกคนไม่คัดค้านแล้ว อย่างนั้นก็สามารถดำเนินขั้นตอนถัดไปได้แล้ว เย่เชินหลินโบกมือ กล่องสีดำกล่องหนึ่งถูกวางอยู่ในมือของเย่เชินหลิน
“สิ่งที่คนถ่ายคลิปวิดีโอลืมทิ้งเอาไว้ในห้อง หากว่างก็มาเอามันไปด้วย!” ด้านล่างเวทีโกลาหลขึ้นมา ไห่ลี่หมินค้นหาความรู้สึกของคนที่อยู่ด้านล่างเวทีด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ป่าเอ๋อร์มองกล่องสีดำใบนั้นอย่างตระหนก เริ่มคิดว่าตัวเองลืมอะไรทิ้งไว้จริงๆหรือไม่ นิ้วมือสั่นระริกเล็กน้อย
เงาร่างสูงใหญ่ของคนคนหนึ่งยืนบังอยู่เบื้องหน้าป่าเอ๋อร์ ป่าเอ๋อร์กดเสียงเบาอย่างมีโทสะว่า “คุณทำอะไร!”
เสียงเรียบเฉยของโยวจื๋อลอยมาจากทางข้างหน้า “ถ้าหากว่าตอนนี้คุณส่องกระจกดูล่ะก็ สามารถมองเห็นใบหน้าที่หวาดกลัวของตัวเองได้เลยนะ คิดจะสู้กับเย่เชินหลิน ต้องแข็งแกร่งเท่านั้น!”
ไห่ลี่หมินส่ายศีรษะน้อยๆให้เย่เชินหลิน! เย่เชินหลินคิ้วขมวด วางกล่องไว้ข้างโต๊ะ และสั่งว่า “เพิ่มความดูแลกล่องใบนี้”
เมื่อกลับมาถึงห้อง เย่เนี่ยนโม่และไห่โจ๋ซวน คนหนึ่งซ้ายคนหนึ่งขวานอนหลับสนิทอยู่บนแขนของเซี่ยชีหรั่น เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เย่เนี่ยนโม่ก็ตื่นขึ้นมา เห็นเย่เชินหลินก็ตะโกนว่า “แด๊ดดี้”
เซี่ยชีหรั่นขยับตัว ไห่โจ๋ซวนก็ตื่นแล้วเช่นกัน เด็กทั้งสองจูงมือกันออกไปหาหลินหลิง เซี่ยชีหรั่นครางออกมาครั้งหนึ่ง ยกแขนขึ้นอย่างยากลำบาก แต่ก็หล่นลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรง ทั้งยังร้องอย่างตกใจว่า “ปวดมาก!”
มือใหญ่คู่หนึ่งนวดไปที่ข้อมือของเซี่ยชีหรั่นเบาๆ สายตาของเย่เชินหลินแฝงไปด้วยแววขบขัน “ทำไมนอนแล้วไม่ห่มผ้าห่มล่ะ”
เซี่ยชีหรั่นหรี่ตาลงอย่างรู้สึกสบาย พลางเอ่ยว่า “เล่าเรื่องให้เนี่ยนโม่และโจ๋ซวนฟัง สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าหลับไปได้อย่างไร ใช่แล้ว!”
เซี่ยชีหรั่นลุกขึ้นมา หยิบเทปบันทึกม้วนหนึ่งจากข้างเตียง เอ่ยว่า “เมื่อครู่นี้มีสิ่งนี้ถูกยัดเข้ามาทางประตูอย่างกะทันหัน ฉันยังไม่ทันได้ดูเลย”
เย่เชินหลินเลิกคิ้ว ทาบทับลงบนร่างของเซี่ยชีหรั่นที่คิดจะลุกขึ้น หลบเลี่ยงบริเวณท้องของเซี่ยชีหรั่น หยิกติ่งหูของเซี่ยชีหรั่นแผ่วเบา “ในเมื่อคุณมีใจเอ้อระเหยขนาดนี้ ไม่สู้พวกเรามาทำอย่างอื่นกันสักหน่อยดีกว่า”
มองชายหนุ่มหล่อเหลาที่ใบหน้าเจือไปด้วยการหยอกล้อตรงหน้านี้แล้ว เซี่ยชีหรั่นก็อ้ำอึ้ง “ยังกลางวันอยู่เลยนะคะ!”
“ถ้าไม่ใช่ตอนกลางวันจะได้หรือ” เย่เชินหลินยั่วเย้า
เซี่ยชีหรั่นแก้มแดงระเรื่อ ดิ้นรนจะลุกขึ้น “เย่เชินหลิน คุณมันโรคจิต!”
เย่เชินหลินลูบท้องเซี่ยซีหรั่นเบามือ หยิบเทปบันทึกมา โยนเข้าไปใต้เตียงอย่างเงียบเชียบ แล้วจูงเซี่ยชีหรั่นออกไปข้างนอก
“ไปไหนหรือ” ใบหน้าของเซี่ยชีหรั่นยังคงแดงมาก ช่วงแรกจึงยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง จึงเอ่ยถามอย่างตะลึง
สายตาของเย่เชินหลินกวาดมองผิวเนียนนุ่มราวหิมะของเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นถึงได้รู้สึกตัวขึ้นมา และรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เย่เชินหลินเอ่ยเสียงเบา “ไปเถอะ”
เครื่องบินที่กำลังจะพุ่งตรงขึ้นไปลำหนึ่งจอดนิ่งสนิทบนสนามหญ้า จางเฟิงอี้ยืนมองเซี่ยชีหรั่นยิ้มๆอยู่อีกข้าง “ผู้ช่วยจาง ไม่ได้พบคุณมานานเลยนะคะ คุณยังสบายดีไหมคะ” เซี่ยชีหรั่นก้าวขึ้นไปทักทายจางเฟิงอี้อย่างดีใจ
“คุณผู้หญิง ขอบคุณที่คิดถึงกันนะครับ สามารถออกแรงเพื่อบริษัทได้ก็โอเคแล้วครับ” จางเฟิงอี้ยื่นหมวกกันน็อคให้กับเย่เชินหลิน เย่เชินหลินเดินขึ้นไปในห้องโดยสารและประคองเซี่ยชีหรั่นขึ้นมา
เครื่องบินบินออกจากรีสอร์ต เซี่ยชีหรั่นมองเห็นรีสอร์ตที่ค่อยๆมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆในสายตาตัวเอง เวลาผ่านไปเร็วมาก เพียงครู่เดียวทั้งสองคนก็ลงจอดบนเกาะเล็กๆเกาะหนึ่ง
เกาะเล็กๆเกาะนี้เป็นเกาะที่มีดวงดาวสุกสกาวเต็มผืนฟ้าอย่างที่เซี่ยชีหรั่นไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงดาวแต่ละดวงกระจัดกระจายไปทั่ว เหมือนกับม้วนภาพวาด
เย่เชินหลินจูงมือเซี่ยชีหรั่นเดินมาถึงด้านหนึ่ง เซี่ยชีหรั่นนั่งลงบนพื้นอย่างซุกซน ทั้งยังจงใจมองไปทางเย่เชินหลินที่มองอยู่อีกด้านหนึ่งด้วย
เย่เชินหลินโค้งตัวลงมาจูบเซี่ยชีหรั่นเอาไว้ เอ่ยเสียงเบาว่า “อย่ายั่วผม”
เซี่ยชีหรั่นหน้าแดงระเรื่อ เย่เชินหลินก็นั่งตามลงไปบนพื้น เอ่ยคล้ายกับไม่สนใจว่า “เซี่ยชีหรั่น ถ้าหากว่าคุณเบื่อหน่ายสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจริงๆ ผมสามารถพาคุณไปใช้ชีวิตในสถานที่ที่ไม่มีคนได้”
คำพูดของเย่เชินหลินเหมือนกับก้อนหินก้อนหนึ่งที่สร้างความปั่นป่วนต่อความรู้สึกทั้งหมดของเซี่ยชีหรั่น สิ่งเหล่านี้ล้วนเคยเป็นสิ่งที่เธอคิดถึงทั้งวันทั้งคืน แต่เมื่อทั้งหมดนี้หลุดออกมาจากปากของเย่เชินหลิน บุตรผู้เป็นที่รักของสวรรค์ผู้นี้แล้วก็ดูเหลือเชื่ออย่างเห็นได้ชัด
“ฉันไม่หวังให้ความสุขของฉันต้องแลกด้วยค่าตอบแทนที่มากมายขนาดนั้น” เซี่ยชีหรั่นพึมพำ มองดวงดาวบนท้องฟ้า เย่เชินหลินไม่ใช่ของเธอคนเดียว ไม่เคยเป็นของเธอ
ดวงดาวบนท้องฟ้าสุกสกาว บนเกาะอันโดดเดี่ยวนี้มีเพียงต้นเอื้องเพ็ดม้าแหลมยาว เครื่องบินลำหนึ่งที่กำลังพุ่งตรงขึ้นไป และยังมีคนสองคนที่มองดูดวงดาวบนท้องฟ้า