ตอนที่ 1269
ตอนที่ 1269 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1169
October 28, 2026
ตอนที่ 1269 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1169
“ระดับนี้พอแล้วหรือยัง” เซวียเหวินยูนเอ่ยถามเสียงเย็น
โยวจื๋อพูดไม่ออก เงยหน้ามองความเย็นชาบนใบหน้าของเซวียเหวินยูนแล้วก็เอ่ยออกมายิ้มๆ “นายสงสารเธอต่อไปเถอะ ฉันต้องการจะเห็นว่าเซี่ยชีหรั่นจะแย่ได้ถึงแค่ไหน”
เซวียเหวินยูนไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระของโยวจื๋ออีก จึงเอ่ยเหี้ยมๆว่า “นายรู้สึกถึงความสุขในการแก้แค้นจริงๆหรือ นายควรจะเอากระจกมาส่องดูสีหน้าท่าทางเหมือนคนจนตรอก ไร้ที่พึ่งพิงจริงๆ”
คนจนตรอกหรือ โยวจื๋อลูบใบหน้าของตัวเอง อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ยืนอยู่ด้านหน้าเซี่ยชีหรั่น เข็มฉีดยามีตัวยาไหลซึมออกมาอย่างช้าๆ โยวจื๋อมองเซี่ยชีหรั่นที่ขมวดคิ้ว นอนหลับอย่างไม่สงบ
ใบหน้าที่งดงามของหญิงสาว ใบหน้าของโยวเล่อและเซี่ยชีหรั่นทับซ้อนกันไม่หยุด โยวจื๋อขมวดคิ้วด้วยความทุกข์ทรมาน จนเกือบจะถือเข็มฉีดยาในมือได้ไม่มั่นคง ในครั้งแรกที่ได้พบหน้ากับเซี่ยชีหรั่น เขาก็ฉีดตัวยาที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจให้เซี่ยชีหรั่นมาตลอด ขอเพียงแค่ยาโดสนี้ แค่เพิ่มอีกโดสหนึ่ง เซี่ยชีหรั่นก็จะตำหนิตัวเองยิ่งกว่าเดิม
มือสั่นเล็กน้อยขณะเคลื่อนเข้าไปใกล้ผิวหนังของเซี่ยชีหรั่น จู่ๆเซี่ยชีหรั่นก็ขยับตัว เข็มฉีดยาของโยวจื๋อตกลงบนพื้นจนเกิดเสียงใสดังขึ้น เซี่ยชีหรั่นตื่นขึ้นมาเห็นโยวจื๋อ ก็เอ่ยเสียงเบาว่า “ต้องฉีดยาอีกแล้วหรือคะ”
โยวจื๋อเก็บเข็มฉีดยาขึ้นมาไว้ในมือ มองไปทางเซี่ยชีหรั่น สามารถมองเห็นความลังเลในแววตาได้อย่างชัดเจน เซี่ยชีหรั่นยิ้มน้อยๆ ยื่นแขนตัวเองออกมา เผยให้แขนเส้นเลือดอ่อนนุ่ม พลางหยอกเย้าว่า “โยวจื๋อ คุณเป็นถึงคุณหมอนะคะ ทำไมถึงยังลังเลแบบนี้ล่ะ”
โยวจื๋อแทงเข็มเข้าไปในผิวหนังของเซี่ยชีหรั่นด้วยมือที่สั่น และดึงออกมาอย่างแรง สีหน้าเจ็บปวดจนดูไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม เค้นรอยยิ้มออกมาบางๆ บอกกับเซี่ยชีหรั่นว่า “ฉีดยาเยอะไม่ดีต่อเด็กเป็นอย่างมาก วันนี้ช่างมันเถอะ พรุ่งนี้ไม่ดีขึ้น พวกเราค่อยฉีดใหม่”
ภายในห้องทำงาน ซูหวางยืนยันอีกครั้งหนึ่ง “ไม่ต้องการให้ผมอยู่ที่นี่จริงๆหรือครับ”
เย่เชินหลินมองซูหวาง เอ่ยเสียงเย็นว่า “ฉันมีเรื่องที่สำคัญกว่าให้นายไปทำ นายไปหาศพของจางห้านกลับมา ฉันต้องการรู้ว่าเขาตายอย่างไรกันแน่”
นัยน์ตาซูหวางสว่างวาบ รอจนซูหวางเดินออกไปแล้ว จางเฟิงอี้ก็เดินออกมาจากประตูด้านข้าง เอ่ยทอดถอนใจว่า “อาการของคุณผู้หญิงไม่ค่อยจะดีเท่าไร”
เย่เชินหลินเม้มริมฝีปาก เจ็บปวดใจเสียอย่างไม่อาจหลุดพ้นได้ ในใจก็เหลือเพียงแค่ประโยคเดียว “เซี่ยชีหรั่น คุณจะต้องทนให้ได้นะ”
เสียงนกร้องอย่างมีความสุขอยู่นอกบานหน้าต่าง เซี่ยชีหรั่นเปิดประตู หน้าประตูมีบอดี้การ์ดโอบล้อมเข้ามา “คุณผู้หญิง คุณพักผ่อนในห้องเถอะครับ”
เซี่ยชีหรั่นโบกมือ เอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “คิดจะใช้วิธีการกักขังแบบนี้อีกแล้วหรือ ถ้าหากว่าฉันอยากจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ พวกคุณก็หยุดฉันไม่ได้หรอก”
บอดี้การ์ดลังเลเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเดินหลบไป ครู่หนึ่งก็กลับมาส่งสายตาให้กับเพื่อนร่วมงาน ให้ตามติดด้านหลังเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นก็ไม่ได้สนใจ สวมเสื้อผ้าหลวมโพรกแล้วก็เดินออกนอกประตูไป
นอกประตูคือผืนหญ้าสีเขียวอุดมสมบูรณ์ เซี่ยชีหรั่นสูดลมหายใจเอาอากาศสดชื่นหลังฝนตกเข้าไป สุ่มเลือกเส้นทางที่ตัวเองไม่เคยเห็นมาก่อนเล็กๆเส้นหนึ่งอย่างไม่รีบร้อน
บอดี้การ์ดตามติดอย่างใกล้ชิด ด้านหนึ่งก็ช่วยเซี่ยชีหรั่นจัดการกิ่งไม้ที่โน้มลงมา ไม่ทันรู้ตัวก็เดินมาถึงกระท่อมหลังน้อยที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวแห่งหนึ่ง เซี่ยชีหรั่นมองดูอย่างสนใจ
“คุณผู้หญิง ที่นี่ไม่มีคนทำความสะอาดมานานมากแล้ว ผมว่าพวกเรากลับกันดีกว่าครับ” บอดี้การ์ดก้าวขึ้นไปด้านหน้า
เซี่ยชีหรั่นส่ายหน้าเอ่ยว่า “ฉันอยากจะไปดูข้างในสักหน่อย”
ภายในกระท่อมไม้ มีเพียงแค่เตียงหลังหนึ่ง บนโต๊ะมีน้ำวางอยู่ครึ่งแก้ว รอบด้านเต็มไปด้วยฝุ่น เซี่ยชีหรั่นเดินวนรอบหนึ่งแล้วก็คิดจะจากไป แต่เท้ากลับเหยียบโดนปากกาแท่งหนึ่ง เสียงใสกังวานทำให้เซี่ยชีหรั่นสะดุ้งตกใจ นั่งลงบนเตียงตามจิตใต้สำนึก ร่างกายก็เอนไปด้านหลัง
“คุณผู้หญิง คุณไม่เป็นอะไรนะครับ” บอดี้การ์ดรีบเข้ามาประคองเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นโบกมือไปมา สายตาตกลงบนสมุดบันทึกเล่มเล็กที่โผล่ออกมาด้านนอก เซี่ยชีหรั่นดึงสมุดบันทึกออกมา
เปิดออกอย่างอยากรู้อยากเห็น เนื้อหาภายในสมุดบันทึกหน้าแรกทำให้หน่วยตาเซี่ยชีหรั่นแดงระเรื่อ “นี่เป็นอาทิตย์แรกที่มาถึงรีสอร์ต คฤหาสน์เชิงเขาแห่งนี้ใหญ่มาก ฉันก็อยากใช้ชีวิตแบบที่คนมีเงินใช้กัน ใช่แล้ว ฉันได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอช่วยฉัน ชื่อของเธอเพราะมาก เซี่ยชีหรั่น”
นั่นคือสมุดบันทึกของจางห้าน เซี่ยชีหรั่นหน่วยตาแดง พลิกอ่านดูหน้าแล้วหน้าเล่า จนอ่านถึงตัวอักษรที่จางห้านใช้สีแดงเขียน “ฉันทำผิดไปแล้ว ทำลงไปแล้ว ฉันก็รู้สึกเสียใจในภายหลัง แต่ว่าฉันไม่มีทางเลือก ฉันรักน้องสาวของฉัน ฉันรักป่าเอ๋อร์ ดังนั้นจึงให้ความร่วมมือทำเทปบันทึกแบบนั้นกับป่าเอ๋อร์ ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนนั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว”
เซี่ยชีหรั่นเอามือปิดปาก อ่านตัวอักษรในสมุดบันทึกของจางห้าน จางห้านตายแล้ว ป่าเอ๋อร์ก็จากไปแล้วเช่นกัน การทำร้ายอันยิ่งใหญ่ที่ทั้งสองคนนำมาให้เธอล้วนเป็นการจากตัวเองไป
หน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกมีคราบเลือดอยู่ บนสมุดมีคำที่เขียนอย่างขาดๆหายๆว่า “ถูกฆ่า! จะต้องระวังเขานะครับ!” สุดท้ายแล้วเขาเขียนตัวอักษรหวัดมาก คล้ายกับว่าเขียนในช่วงที่เกิดความวุ่นวายโกลาหล บนสมุดบันทึกยังมีคราบเลือดเป็นจุดๆ
“เขาคือใครกัน จางห้านตายอย่างไรกันแน่” ข้อสงสัยเหล่านี้ปรากฏขึ้นในสมองเซี่ยชีหรั่นไม่หยุด
เซี่ยชีหรั่นวางสมุดบันทึกไว้ที่เดิมแล้ว ก็จัดการกับสภาพจิตใจให้เรียบร้อย และเดินออกไปจากกระท่อมหลังน้อย ความซับซ้อนของเรื่องราวทั้งหมดนี้ทำให้เซี่ยชีหรั่นรู้สึกสับสนงงงวย
เดินออกมานอกกระท่อมแล้ว แสงอาทิตย์อันอบอุ่นก็สาดส่องลงบนร่างของเซี่ยชีหรั่น แต่เซี่ยชีหรั่นยังคงรู้สึกว่าทั้งร่างหนาวเหน็บ และรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกและความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้งต่อรีสอร์ตแห่งนี้