ตอนที่ 1285
ตอนที่ 1285 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1185
October 28, 2026
บทที่ 1285 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1185
“ฉันเองค่ะ ฉันอยากจะบอกว่าวันนี้ฉัน......ประธานเย่คะ ฉันอาบน้ำแล้ว” มือที่ถือโทรศัพท์ของเย่เชินหลินสั่นระริก เสียงของหญิงสาวที่ลอยออกมาจากในสายโทรศัพท์ยังเจือไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
เย่เชินหลินกำลังทำอะไรอยู่นั้นคงไม่ต้องพูดแล้ว เสียงของเย่เชินหลินในสายโทรศัพท์คล้ายกับเจือไปด้วยอาการหอบ เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “วางแล้วนะ”
“ตู๊ดๆๆๆ” เซี่ยชีหรั่นที่มือยังคงถือโทรศัพท์เอาไว้ท่าเดิมนั้นได้ยินเสียงไม่ว่างในสายแล้ว หัวใจก็ว่างเปล่า ผู้ชายที่เธออยากพบคนแรกในตอนที่เธอตื่นขึ้นมานั้น ตอนนี้กำลังกอดผู้หญิงอีกคนหนึ่งอยู่
โทรศัพท์ถูกดึงออกไป เซี่ยชีหรั่นเงยหน้าขึ้นมองเซวียเหวินยูนด้วยความสับสน เซวียเหวินยูนวางโทรศัพท์ไว้อีกด้าน พลางกอดเซี่ยชีหรั่นด้วยความสงสารอย่างเบามือ “ในตอนที่เห็นคุณคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด ผมก็ทรมานใจเจียนตาย จนกระทั่งตอนนี้มือทั้งคู่ของผมก็ยังสั่นอยู่”
เซี่ยชีหรั่นเงียบ รู้สึกได้ถึงแรงสั่นบริเวณแผ่นหลัง เซวียเหวินยูนตบหลังเซี่ยชีหรั่นเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “นอนเถอะ ไม่ว่าคุณจะตื่นขึ้นมาตอนไหน ผมก็จะอยู่ตรงนี้”
ภายในห้องชุดเพรสซิเดนเชียล สวีทอันหรูหรา เอวพริ้วไหวของหญิงสาวค่อยๆ เลื้อยไปบนตัวเย่เชินหลิน ต้นขาถูไปมาเบาๆ แฝงไปด้วยความยั่วยวนอันไร้ขอบเขต “ประธานเย่ คืนนี้วันนี้ฉันจะทำให้คุณใช้ชีวิตเหมือนคนที่อยู่ในโลกแห่งความฝันค่ะ”
ริมฝีปากแดงสดของศัตรูเคลื่อนผ่านลำคอเย่เชินหลิน ดวงตาเย่เชินหลินเชิดขึ้น เตียงขยับอย่างแผ่วเบาครู่หนึ่ง โลกหมุนสลับ ทั้งสองคนก็สับเปลี่ยนตำแหน่งกันเสียแล้ว
“อย่างนั้นหรือ” เย่เชินหลินจับมือหญิงสาวที่คิดจะคล้องบนลำคอตัวเอง หญิงสาวมองเย่เชินหลินด้วยใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย และพยักหน้าออดอ้อน
“แกร๊ก!”
“คุณทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวมองไปทางเย่เชินหลินอย่างตื่นตระหนก บิดมือที่ถูกเย่เชินหลินใช้กุญแจมือล็อคเอาไว้กับหัวเตียง
เย่เชินหลินพลิกตัวลุกขึ้น หยิบชุดคลุมอาบน้ำจากข้างเตียงมาสวมอย่างคล่องแคล่ว มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในห้อง หญิงสาวกรีดร้อง พร้อมกับหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเอง
“ประธานเย่” จางเฟิงอี้ส่ง GPS ให้กับเย่เชินหลิน เย่เชินหลินมองตำแหน่งของโรงพยาบาลที่เซี่ยชีหรั่นพักอยู่ ก็ขมวดคิ้วเป็นรอยลึก
“คุณต้องการพินัยกรรมฉบับนี้ใช่หรือไม่” เย่เชินหลินหยิบเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะตามใจชอบขึ้นมา
คราวนี้หญิงสาวถึงได้รู้สึกตัวว่าตัวเองถูกหลอกแล้ว เย่เชินหลินจงใจขุดหลุมให้ตัวเองกระโดดลงมา จึงยิ้มแห้งๆ พลางเอ่ยว่า “คุณพูดอะไรกันคะ ประธานเย่ ฉันไม่รู้เรื่องค่ะ”
“ทางที่ดี คุณหุบปากเงียบในตอนที่อารมณ์ผมยังไม่ถือว่าแย่จะดีกว่านะ” ความโหดเหี้ยมของเย่เชินหลินนั้นถึงขีดสุด จางเฟิงอี้มองหญิงสาวอย่างเห็นอกเห็นใจ ทำให้เซี่ยชีหรั่นเข้าใจผิด ผู้หญิงคนนี้จบสิ้นแล้ว
เย่เชินหลินโบกมือ ผู้ชายหลายคนเดินไปถึงหน้าหญิงสาว หญิงสาวเอ่ยพูดด้วยความหวาดกลัวว่า “ไม่นะ คุณไม่สามารถทำกับฉันแบบนี้ได้”
เย่เชินหลินเพลิดเพลินไปกับสายตาตระหนกกลัวของหญิงสาวแล้ว ก็จุดบุหรี่อย่างสบายใจ “ตอนที่คุณคิดว่าจะทำแบบนี้ ก็ควรจะเข้าใจจุดจบแล้วนะ”
ประตูถูกเปิดออกและปิดลง แบ่งแยกออกเป็นโลกสองใบ และขวางกั้นเสียงกรีดร้องของหญิงสาว ห้องในโรงพยาบาล แสงจันทร์ส่องผ่านขอบหน้าต่างกระทบลงบนร่างของหญิงสาวที่อยู่บนเตียงผู้ป่วย
เซวียเหวินยูนมองเซี่ยชีหรั่นที่หลับลึก สายตาก็วาดไปตามหน้าผากเกลี้ยงเกลาของเซี่ยชีหรั่น จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่เม้มแน่นอยู่ตลอดเวลา เด็กผู้หญิงแบบนี้เป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ แต่เธอกลับไม่ได้เป็นของตัวเอง
เซวียเหวินยูนโค้งตัวลงไปใกล้เซี่ยชีหรั่นช้าๆ หัวใจเขาเต้นตึกตัก และสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมเบาบางจากร่างกายเซี่ยชีหรั่น เมื่อเข้าไปใกล้อีกนิดก็จะสามารถได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของฝ่ายตรงข้ามได้
ระยะห่างระหว่างริมฝีปากและหน้าผากเหลือเพียงแค่นิ้วหนึ่ง เซี่ยชีหรั่นขยับตัว เซวียเหวินยูนก็ถอยตัวกลับไปนั่งบนเก้าอี้ทันที
“คุณเซวีย” เสียงเรียบๆ ดังลอยมาจากทางด้านหลัง เซวียเหวินยูนหันไปมอง จางเฟิงอี้มองมาที่ตัวเองยิ้มๆ ไม่รู้ว่ายืนอยู่นานเท่าไรแล้ว
“ประธานเย่อยากเชิญคุณไปรับลมเย็นทางด้านนอก เปลี่ยนอารมณ์สักหน่อยครับ” จางเฟิงอี้กวาดตามองผ่านเซี่ยชีหรั่นเงียบๆ เอ่ยอย่างมีนัยยะ
“ถ้าหากว่าผมบอกว่าไม่ล่ะ” เซวียเหวินยูนลุกขึ้นยืน สบตากับจางเฟิงอี้ “ถ้าหากว่าต้องแข่งกับเย่เชินหลิน ก็ไม่แน่ว่าผมจะแพ้”
ออร่าของเซวียเหวินยูนนั้นเปี่ยมไปด้วยความโหดเหี้ยม จางเฟิงอี้ยังสงบเยือกเย็น ทั้งยังเอ่ยเป็นนัยกับเซวียเหวินยูนว่า “แต่ว่าในใจของคุณเซี่ยมีใครอยู่กันแน่ รอใครอยู่ มองหาใครอยู่ คุณก็น่าจะรู้ชัดเจนยิ่งกว่าไม่ใช่หรือครับ การต่อสู้ที่มีเซี่ยชีหรั่นเป็นเดิมพันนั้น ประธานเย่ไม่เคยแพ้มาก่อน”
ริมฝีปากเซวียเหวินยูนเม้มแน่น จางเฟิงอี้พูดไม่ผิดเลย บาดแผลของเซี่ยชีหรั่น ตัวเองก็ไม่มีหนทางที่จะทำให้เรียบสนิท
“คุณเซวีย เชิญครับ” จางเฟิงอี้ผายมือไปทางนอกประตู
ตอนที่ประตูถูกเปิดออกอีกครั้งก็นำพาลมหายใจเย็นยะเยือกมาด้วย แต่หลังจากที่ได้มองเห็นหญิงสาวที่อยู่บนเตียงแล้วก็ผ่อนลง เย่เชินหลินเดินเข้ามาหาเซี่ยชีหรั่น วาดมือผ่านปอยผมที่ระแก้มเซี่ยชีหรั่นเบามือ
“ทำไมถึงเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองไม่ได้สักทีนะ” เย่เชินหลินโค้งตัวเล็กน้อยลงไปมองคิ้วเซี่ยชีหรั่น คิ้วของเซี่ยชีหรั่นขมวดเป็นปมแน่น เย่เชินหลินคิดจะปัดเป่าความโศกเศร้าของเซี่ยชีหรั่น
สัมผัสแผ่วเบาจากมือเย็นเฉียบนั้นไม่สามารถทำให้คิ้วที่ขมวดเป็นปมของเซี่ยชีหรั่นคลายตัวออกได้ เย่เชินหลินถอนหายใจเสียงเบา ประทับจูบเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็งลงไปบนริมฝีปากเซี่ยชีหรั่น
รอบด้านมืดสนิท เซี่ยชีหรั่นตามหาทางออกด้วยความกลัว ไม่ไกลมากนักมีแสงสว่างส่องลงมา ทางเข้ามีเงาตะคุ่มของคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น ยื่นมือออกมากวักเรียกเซี่ยชีหรั่น