ตอนที่ 1286
ตอนที่ 1286 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1186
October 28, 2026
บทที่ 1286 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1186
คำพูดของหม่าลี่ทำให้เซี่ยชีหรั่นตะลึง คนที่ใกล้ชิดที่สุด อ้ายหลอนหรือ กว๋อเหาหรือว่าจะเป็นคุณพ่อแท้ๆของหยวนหยวน กั๋วเจี้ยน กันนะ
“เด็กน้อย หยวนหยวนจะต้องถูกคนคนหนึ่งในครอบครัวนี้ฆ่าตายอย่างแน่นอน ฉันไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ว่าไม่สามารถปล่อยให้บ้านตระกูลหวาตกอยู่ในกำมือของคนคนนั้นเด็ดขาด เธอต้องช่วยฉันนะ”
หม่าลี่ปาดน้ำตาทิ้งไปแล้ว ก็มองไปทางเซี่ยชีหรั่นด้วยท่าทางสงบนิ่ง กำมือเซี่ยชีหรั่นเอาไว้แน่น
“คุณย่า หนูไม่รู้ว่าจะช่วยคุณย่าอย่างไรค่ะ” เซี่ยชีหรั่นกุมมือหม่าลี่เอาไว้ หม่าลี่หยิบเอกสารมอบอำนาจฉบับหนึ่งออกมา และเอ่ยว่า “การประชุมสรุปผลประจำปีที่บริษัทในวันพรุ่งนี้ เธอไปเข้าประชุมแทนฉัน นี่เป็นหนังสือมอบอำนาจของฉัน เธอเก็บเอาไว้ให้ดี”
เซี่ยชีหรั่นเอ่ยด้วยความลำบากใจว่า “แต่ว่าถึงอย่างไร หนูก็ไม่ได้เป็นคนบ้านตระกูลหวานะคะ”
“เธอเป็นหลานสาวของย่า และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป” หม่าลี่มองเซี่ยชีหรั่น ทั้งยังกุมมือเธอเอาไว้แน่น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความหวัง
วันรุ่งขึ้น ภายในห้องชุมกว้างใหญ่ เซี่ยชีหรั่นนั่งอยู่ในตำแหน่งสูงสุด ตำแหน่งที่ต่ำลงมาอีกหลายสิบคนล้วนมีอายุมากกว่าเซี่ยชีหรั่น แต่กลับต้องฟังคำสั่งของหญิงสาวคนนี้
“เกรงว่าคุณหนูจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการวางแผนและจัดการบริหารสักเท่าไรนะ” กรรมการบริหารท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทีเสียดสีเย็นชา ให้เขามาทำงานภายใต้การจัดการดูแลของนังหนูไร้เดียงสาคนหนึ่ง เขาไม่ยอมรับ
“นี่คือหนังสือมอบอำนาจของคุณย่าหม่าลี่ ถ้าหากว่าคุณไม่ยอมรับ ก็สามารถอ่านดูได้” เซี่ยชีหรั่นมองกรรมการที่เอ่ยพูด และวางหนังสือมอบอำนาจไว้ด้านหน้ากรรมการท่านนั้น
“ตอนนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็ไม่สบายอยู่ ใครจะไปรู้กันว่าสติสัมปชัญญะของเธอชัดเจนแจ่มแจ้งดีหรือไม่ หนังสือมอบอำนาจได้ปลอมขึ้นมาหรือไม่” ชายคนนั้นแค่นเสียงเย็น
กว๋อเหาและอ้ายหลอนสบตากันแล้ว ล้วนคิดว่าเซี่ยชีหรั่นเก็บมันเอาไว้ได้อย่างไร เห็นอยู่ชัดๆว่าเป็นแม่ของตัวเอง แต่กลับมอบอำนาจของบริษัทให้กับคนนอกคนหนึ่ง เรื่องนี้ใครก็ยอมไม่ได้ตั้งนั้น
“แม้ว่าจะไม่มีหนังสือมอบอำนาจ พวกคุณก็ต้องฟังเธอเช่นกัน” เซวียเหวินยูนก้าวเข้ามาจากประตูห้องทำงานอย่างสบายใจ นั่งลงข้างกายเซี่ยชีหรั่น โยนเอกสารฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ พลางเอ่ยว่า “ผมมอบสิทธิ์ผู้ถือหุ้นจำนวน 30% ผมให้อยู่ในความควบคุมดูแลของคุณเซี่ยชีหรั่น ตอนนี้เธอกลายเป็นผู้ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในบริษัทแล้ว ทางที่ดี พวกคุณควรจะระมัดระวังท่าทีของตัวเองด้วย”
อ้ายหลอนมองไปที่เซวียเหวินยูน นัยน์ตาแทบจะมีไฟปะทุออกมา แต่กลับไม่สามารถทำอะไรเขาได้ กว๋อเหาตบมืออ้ายหลอนใต้โต๊ะ ส่งสัญญาณให้ฝ่ายตรงข้ามอดทนรอดูเหตุการณ์ไปก่อน
“OK ในเมื่อคุณมีหุ้นอยู่ในมือจริงๆ อย่างนั้นผมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วเช่นกัน เริ่มประชุมกันเถอะ” ชายคนนั้นนั่งลงบนเก้าอี้ แค่นเสียงเอ่ยด้วยความโมโห ร่างกายอวบอ้วนนั้นทำให้เก้าอี้ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดออกมาจากน้ำหนักที่กดทับ
“ผู้ถือหุ้นใหญ่สุดยังไม่ได้พูดให้เริ่มประชุม ก็ยังไม่ถึงคิวที่คุณจะพูดนะครับ” เซวียเหวินยูนเอ่ยเบาๆ เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจที่ชายคนนั้นรังแกเซี่ยชีหรั่นก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก
ชายคนนั้นโกรธจนหน้าแดงก่ำแต่ก็จนปัญญา คนหลายสิบคนในห้องทำงานล้วนมองไปทางเซี่ยชีหรั่นตาปริบๆ เซวียเหวินยูนพยักหน้าให้กับเซี่ยชีหรั่นอย่างอ่อนโยน
“เริ่มกันเถอะ”
“ผมก่อนแล้วกัน เป้าหมายมาตรฐานการวางแผนดำเนินธุรกิจทั้งหมดของพวกเราในไตรมาสนี้เป็นแบบนี้ครับ” ชายคนก่อนหน้านี้ยังคงไม่เลิกรา ดูแคลนเซี่ยชีหรั่นอยู่ในใจ ถึงอย่างไรพูดไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เข้าใจ
“กรุณารอสักครู่ค่ะ ปัญหาที่คุณพูดเมื่อครู่นี้ อาจจะมีช่องโหว่เล็กน้อย” เซี่ยชีหรั่นหยิบรายงานที่ชายคนนั้นส่งมอบให้กับเบื้องบนขึ้นมา และชี้จุดผิดพลาดนั้นออกมา มองไปทางชายคนนั้นยิ้มๆ
ผู้คนรอบด้านล้วนกำลังดูเรื่องตลก แก้มสองข้างของชายคนนั้นพองลม คล้ายกับกบที่กำลังท้อแท้ตัวหนึ่ง ที่ยังคงอ่านต่อไปภายใต้สายตาเร่งเร้าของเซี่ยชีหรั่น คนที่อยู่ในที่ประชุมล้วนให้ความสนใจมากขึ้น และไม่กล้าที่จะดูแคลนเซี่ยชีหรั่นอีก
“วันนี้ลำบากทุกคนแล้ว ถ้าหากไม่มีเรื่องอะไรอีกก็จบการประชุมเถอะค่ะ” เซี่ยชีหรั่นมองทุกคนยิ้มๆ ในที่ประชุมมีเสียงปรบมือดังขึ้น สายตาของเซวียเหวินยูนตกลงบนร่างของอ้ายหลอนและกว๋อเหา ส่งยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้งให้ อ้ายหลอนหน้าซีดเผือด ปรบมือตามในทันที
“กรุณารอสักครู่ครับ ท่านประธานเย่ของพวกเราก็ต้องการเข้าร่วมการประชุมด้วย” จางเฟิงอี้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู หันไปทางเซี่ยชีหรั่นอย่างให้เกียรติ
เย่เชินหลิน เขามาทำอะไรกัน เซี่ยชีหรั่นลนลานจนทำแก้วน้ำบนโต๊ะคว่ำ เซวียเหวินยูนจับมือเซี่ยชีหรั่นเอาไว้ ส่ายหน้าเล็กน้อย
หลังจากเย่เชินหลินเดินเข้ามาแล้ว สายตาก็ตกลงบนมือที่ประสานกันอยู่ของคนทั้งคู่ สายตาที่เย็นชาแต่เดิมนั้นก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนใจสั่นระรัวมากยิ่งขึ้น “ดูท่าผมจะพลาดเรื่องสนุกไปไม่น้อยเลย” เย่เชินหลินเอ่ยพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
“ใครว่าไม่ใช่ล่ะ” เซวียเหวินยูนเอ่ยเรียบๆ กระชับมือเซี่ยชีหรั่นที่เตรียมจะดึงออกไปแน่นกว่าเดิม
เย่เชินหลินคิ้วขมวด ท่าทีกำเริบเสิบสานของทั้งสองคนทำให้ในใจเขามีไฟสุมอยู่กองหนึ่ง “ทำไมหรือ พวกคุณใช้ท่าทีแบบนี้ในการพบกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถือครองทรัพย์สิน 80% หรือ”
คำพูดของเย่เชินหลินทำให้คนที่อยู่ในที่ประชุมฮือฮาขึ้นมาทันที ใครไม่รู้บ้างว่า สิ่งที่มีมูลค่าที่สุดของบ้านตระกูลหวาก็คือที่ดินผืนนั้น “วันนี้คุณมาทำอะไรคะ” เซี่ยชีหรั่นปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้น ดึงมือออกมาจากมือของเซวียเหวินยูน ส่งสายตาให้เซวียเหวินยูนวางใจ
การเคลื่อนไหวของทั้งสองคนนั้นโหมไฟโทสะของเย่เชินหลินที่ดูอยู่ให้มากขึ้น เซี่ยชีหรั่นเห็นสายตาเฉยเมยของฝ่ายตรงข้ามแล้ว หัวใจก็รู้สึกโศกเศร้า ตอนนี้กระทั่งตัวเองพูดจาก็ทำให้เขาหงุดหงิดแล้วหรือ
เย่เชินหลินหน้าตึง โบกมือครั้งหนึ่ง จางเฟิงอี้ก็นำสัญญาฉบับหนึ่งออกมา เย่เชินหลินเอ่ยว่า “นี่คือรายละเอียดการมอบอำนาจที่หม่าลี่มอบให้ผมกับมือในตอนแรก ตอนนี้ผมต้องการจะเอาคืน!”