ตอนที่ 1292
ตอนที่ 1292หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1192
October 28, 2026
บทที่1292หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1192
เซี่ยชีหรั่นขมวดคิ้วพลางมองไปที่หญิงสาว เธอไม่ชอบท่าทีเช่นนี้ของหญิงสาวเลย เซวียเหวินยูนที่อยู่ข้างๆเลิกคิ้ว ผู้หญิงแบบนี้เขาเจอมาไม่น้อยแล้ว เขาลูบไหล่ของเซี่ยชีหรั่นพลางพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า:“เดี๋ยวค่อยไปซื้อเอาใหม่ก็ได้?อ่า?”
ซาซามองเซี่ยชีหรั่นด้วยความรู้สึกอิจฉา พึมพำว่าตนนั้นวาสนาไม่ดี เซี่ยชีหรั่นนำกระเป๋าของตนเองวางที่มือของหญิงสาวคนนั้น พลางพูดขึ้นอย่างจริงใจว่า:“มีเวลาไหนบ้างไหมที่คุณรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร?”
หญิงสาวทำปากแบะและพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า:“คุณมีผู้ชายคอยปกป้อง อีกทั้งยังเป็นผู้ชายที่พึ่งพาได้ คุณก็เลยพูดแบบนี้ได้ไง พวกเราคนธรรมดาต่างก็ต้องอาศัยวิธีนี้เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ”
เซี่ยชีหรั่นเริ่มรู้สึกโกรธ เซวียเหวินยูนที่อยู่ด้านหลังของเซี่ยชีหรั่นส่งสายตาบอกเป็นนัยกับซาซาว่าอย่าพูดมาก และพูดขึ้นอย่างราบเรียบว่า:“ทางที่ดีคุณควรระวังปากของคุณให้มากกว่านี้ เดี๋ยวจะไม่ได้อะไรเลย”
ซาซาทำปากแบะ จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า:“ซาซากลับมาจากต่างประเทศอย่างกะทันหัน ได้ข่าวว่าพ่อของเขาจู่ๆก็เข้าไปรักษาตัวที่สถานพักฟื้น เขากับพวกเราก็เลยมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนัก”
“แล้วพวกคุณเจอเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”เซี่ยชีหรั่นถามขึ้น
ซาซาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วจึงตอบว่า:“ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ครั้งสุดท้ายน่าจะเป็นตอนที่เธอมาโรงเรียน วันนั้นท่าทีของเธอไม่ค่อยดีนัก ดูอกสั่นขวัญหาย กระทั่งอาจารย์เรียกชื่อของเธอ เธอก็ไม่ได้ยิน พอถึงคาบเรียนในช่วงกลางวันก็ไม่เห็นเธอแล้ว มีเพื่อนนักเรียนบางคนบอกว่ามีคนมาหาเธอ”
ใครกัน?ใครมาหาหยวนหยวน?เซี่ยชีหรั่นขมวดคิ้ว คนที่มาหาหยวนหยวนคือคนที่ไล่ตามเธอกระทั่งจะทำร้ายเธอจนตายคนนั้นใช่ไหม?
“เฮ้ย ถ้าพวกคุณไม่ถามอะไรต่อฉันจะไปแล้วนะ”ซาซาถือกระเป๋าของเซี่ยชีหรั่นอย่างอดใจไว้ไม่ไหว จู่ๆก็รับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างในกระเป๋าดังขึ้น ไม่นานก็พบว่าเซี่ยชีหรั่นลืมหยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกจากกระเป๋า เธอปิดเครื่องอย่างสงบเยือกเย็น จากนั้นซาซาก็รีบร้อนเดินจากไป
คนที่ไล่ตามหยวนหยวนเป็นใครกันแน่ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?เซี่ยชีหรั่นครุ่นคิดอย่างหมกมุ่น และจู่ๆรถก็ได้หยุดลง เซี่ยชีหรั่นเงยหน้าขึ้นอย่างงงงวย :“ถึงแล้วเหรอ?”
เซวียเหวินยูนเปิดประตูรถให้กับเซี่ยชีหรั่นพลางพูดขึ้นว่า:“ลงรถเถอะ”เซี่ยชีหรั่นมองสิ่งก่อสร้างที่อยู่รอบๆตัว พลางถามขึ้นอย่างประหลาดใจว่า:“ทำไมคุณถึงพาฉันมาที่ห้างสรรพสินค้าล่ะ?”
เซวียเหวินยูนเขกหน้าผากของเซี่ยชีหรั่นพลางพูดขึ้นว่า:“คุณคงไม่อยากให้ผมกลายเป็นคนพูดไม่เป็นคำพูดหรอกนะ”
เธอตามเซวียเหวินยูนมายังร้านค้าแบรนด์หรู ในร้านคนค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากคนที่มีกำลังซื้อของที่นี่มีไม่มากนัก
“ไปเถอะ”เซวียเหวินยูนยืนอยู่ด้านหลังของเซี่ยชีหรั่นยิ้มพลางพูดขึ้น เซี่ยชีหรั่นเดินเข้าใกล้ร้านๆหนึ่งอย่างใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
สิ้นค้าทุกชิ้นที่อยู่ในร้านเธอมีแล้วแทบทั้งนั้น เพราะทุกครั้งข่าเอ๋อจะซื้อของแบรนด์เนมเหล่านี้นำมาไว้ที่ห้องแต่งตัวของเซี่ยชีหรั่น
เธอหยิบเน็คไทขึ้นมาเส้นหนึ่งอย่างลวงๆ เมื่อเซวียเหวินยูนเห็นท่าทีที่เหม่อลอยของเซี่ยชีหรั่น ก็ถามขึ้นอย่างหดหู่ว่า:“คิดถึงเขาอยู่เหรอ?”
เซี่ยชีหรั่นหันกลับมาแล้วนำเน็คไทมาทาบที่คอของเซวียเหวินยูนพลางพูดขึ้นว่า:“ฉันคิดว่าเส้นนี้เหมาะกับคุณไม่น้อยเลย”
“ความหมายของคุณก็คือ?”แววตาของเซวียเหวินยูนก็ค่อยๆเปล่งประกายขึ้น เซี่ยชีหรั่นนำเนคไทกลับไปวางไว้ที่เดิมอย่างรู้สึกผิด“ขอโทษนะค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณจะชอบแบบนี้ไหม”
เนคไทที่อยู่ในมือของเธอถูกอีกมือหนึ่งหยิบไป แววตาของเซวียเหวินยูนอ่อนโยน เขาพูดขึ้นอย่างตั้งใจว่า:“ขอบคุณครับ!”
เซี่ยชีหรั่นรีบร้อนสะบัดมือ และไปกระทบกับหลังมือของเซวียเหวินยูนจึงร้องด้วยความตกใจว่า:“ทำไมมือของคุณถึงได้ร้อนขนาดนั้นคะ?”
รถมาถึงบ้านตระกูลหวาอย่างรวดเร็วจากการเร่งของเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นจูงมือของเซวียเหวินยูน แล้วจู่ๆก็มาหยุดอยู่ที่บันได พลาง
พูดขึ้นว่า:“ห้องของคุณไปทางไหนคะ?”
เซวียเหวินยูนยิ้มเปลี่ยนมาเป็นคนจูงมือเซี่ยชีหรั่นไปอีกทางหนึ่ง ในห้องสีหน้าของเซวียเหวินยูนเริ่มแดงก่ำ
เขาชี้ไปที่โซฟาพลางพูดขึ้นกับเซี่ยชีหรั่นว่า:“หรั่นหรั่นคุณนั่งลงก่อน เดี๋ยวผมขอเคลียร์เอกสารก่อน”
เมื่อพูดจบเซวียเหวินยูนก็เริ่มเข้าสู่ภวังค์ในการทำงาน และมองดูตัวเลขในเอกสารรายงานอย่างละเอียด เซี่ยชีหรั่นมองดูหน้าที่แดงก่ำของเซวียเหวินยูนเพราะอาการป่วย พลางลุกขึ้นแล้วใช้มือบังที่หน้าจอคอมของเซวียเหวินยูนด้วยความฉุน
“หรั่นหรั่นหยุดก่อกวนได้แล้ว”เซวียเหวินยูนเงยหน้าขึ้น เนื่องจากเขาตัวร้อนจึงทำให้สายตาดูอ่อนโยนไม่น้อย
“ฉัน ฉันไม่สนทั้งนั้น ฉันต้องการให้คุณไปพักผ่อนบนเตียงเดี๋ยวนี้!”เซี่ยชีหรั่นไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เซวียเหวินยูนฟังตน จึงพูดขึ้นอย่างเผด็จการ
เซวียเหวินยูนไม่เคยเห็นท่าทีเผด็จการของเซี่ยชีหรั่นมาก่อน จึงรู้สึกตะลึงงันเล็กน้อย สีหน้าของเซี่ยชีหรั่นเริ่มแดง แต่ว่าจะเป็นตายยังไงเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือออก
“เหอะๆ หรั่นหรั่นคุณจะทำให้ผมต้องประหลาดใจอีกกี่ครั้ง?”เซวียเหวินยูนลุกขึ้นพลางจูงมือของเซี่ยชีหรั่นแล้วเดินเข้าไปในห้องและพูดขึ้นอย่างราบเรียบว่า:“มาเฝ้าผมเถอะ ถ้าไม่อยากให้ผมทำงานคุณก็ต้องมาเฝ้าผมไม่ให้ละสายตา”
ในห้องพักซาซามองดูโทรศัพท์รุ่นใหม่ด้วยความดีอกดีใจเป็นอย่างมาก โทรศัพท์รุ่นนี้ราคาน่าจะมากกว่าหมื่นหยวน อีกทั้งยังเป็นของจริงอีกด้วย
เสียงเพลงที่ฟังแล้วผ่อนคลายดังขึ้น ทำให้เธอกดปุ่มรับสายโดยไม่ทันระวัง เสียงหนักแน่นของผู้ชายดังขึ้นจากโทรศัพท์ “ทำอะไรอยู่?”