ตอนที่ 1295
ตอนที่ 1295หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1195
October 28, 2026
บทที่1295หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1195
เย่เชินหลินใจสั่นราวกับหัวใจถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เลือดสีแดงคล้ำไหลจากที่นั่งสู่พื้น ดวงตาทั้งคู่ของเย่เชินหลินแดงก่ำ สองขาไร้ซึ่งความรู้สึกไม่อาจสัมผัสกับความเร็วของตนได้ รีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างแข็งทื่อ
“หรั่นหรั่น··”มีคำพูดมากมายแต่เย่เชินหลินก็พูดเพียงประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ!”เซี่ยชีหรั่นกุมที่ท้อง พลางมองไปที่หน้าต่างของรถด้วยความสับสน หยาดฝนเริ่มกระทบกับหน้าต่างของรถพร้อมกับเสียงแป๊ะๆๆๆ แสดงเป็นนัยว่าสิ่งเก่าจะถูกชะล้าง
“เหมือนลูกอยากจะออกมาแล้ว”เซี่ยชีหรั่นค่อยๆอ้าขาทั้งสองออก ตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้างมีคราบเลือดสีแดงคล้ำติดอยู่ ทำให้ผู้คนที่ได้เห็นต้องตกใจ เย่เชินหลินโอบกอด เซี่ยชีหรั่นเบาๆ พลางลูบที่ไหล่ของเซี่ยชีหรั่น และจูบผู้หญิงที่ดื้อรั้นคนนี้:“นอนเถอะ เมื่อฝนหยุดตกแล้วคุณตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่คุณเห็นจะต้องเป็นผมอย่างแน่นอน”
ใรความฝัน เด็กทารกหันหน้ามาพลางยิ้มอ่อนและยื่นมือให้กับเซี่ยชีหรั่น“ลูก!”
เซี่ยชีหรั่นพลางลูบผิวหน้าท้องของตนเองอย่างอัตโนมัติ ด้านนอกหน้าต่างลมพัดกระโชกแรง เซี่ยชีหรั่นมองไปรอบๆอย่างตื่นตระหนก
“เป็นยังไงบ้าง?ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ ตอนนี้อยู่ที่ห้องฉุกเฉิน”
“น่าสงสารจริงๆเลย พอคลอดมาก็เป็นแบบนี้แล้ว พ่อแม่ต้องเสียใจมากแน่ๆ!”
พยาบาลทั้งสองพูดคุยกันอยู่บริเวณด้านหน้าประตู ไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าตอนนี้ใบหน้าของเซี่ยชีหรั่นเริ่มซีด เซี่ยชีหรั่นรีบวิ่งเข้าไปถามอย่างบ้าคลั่ง“ห้องฉุกเฉินอยู่ทางไหนคะ!”
ไฟสีแดงของห้องฉุกเฉินได้ดับลง ร่างเล็กของทารกถูกเข็นออกมา เซี่ยชีหรั่นลงล้มกับพื้นอย่างหมดแรง หมอและพยาบาลมองเซี่ยชีหรั่นด้วยความสงสาร:“อย่าเสียใจไปเลย เดิมทีเด็กก็พิการอยู่แล้ว ถือซะว่าเขาได้หลุนพ้นจากความทุกข์”
“เป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงคะ?”เซี่ยชีหรั่นถามขึ้นอย่างเบลอๆ
“เด็กผู้หญิง น้ำหนักสองกิโลกรัม”เมื่อหมอพูดจบก็อยากให้เวลาเซี่ยชีหรั่นกับลูก แต่ก็มีเสียงร้องไห้โฮดังมาจากด้านข้าง
“ลูกของฉัน แม่ขอโทษ แม่ไม่ควรดื่มเหล้า สูบบุรี่ และนอนดึก ลูกฟื้นขึ้นมาสิ แม่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว จะได้กลับบ้านกับแม่”
เซี่ยชีหรั่นมองไปยังคุณหมออย่างงุนงง หมอหยิบสมุดบันทึกประวัติอาการป่วยของคนไข้ออกมา:“หลี่ชุนฮวา?”
เซี่ยชีหรั่นเดินกลับเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยอย่างงงๆ ในใจนั้นว่างเปล่าคิดแต่เรื่องของลูก เมื่อเข้าไปถึงห้องพักคนป่วยก็เดินจนกับหน้าอกที่แข็งแรงของชายหนุ่ม
“คุณไปไหนมา!”น้ำเสียงของเย่เชินหลินฟังดูโกลาหลอย่างหาได้ยาก
เซี่ยชีหรั่นเงยหน้าขึ้นมา สายตาลอดผ่านผมหน้าม้ามองไปยังตู้อบที่มีเด็กทารกนอนอยู่ เธอผลักเย่เชินหลินออก พลางวิ่งไปยังเด็กน้อย
“ลูกของฉัน!”
ดวงตาเป็นประกายของทารกมองมายังเซี่ยชีหรั่น แววตาเหมือนในฝันไม่ผิดเพี้ยน แสงแดดทางด้านนอกเริ่มเปล่งแสงออกมา เมื่อฝนหยุดลง เย่เชินหลินเขยิบเข้าใกล้เซี่ยชีหรั่น แววตาอ่อนโยนดั่งแสงอาทิตย์และพูดขึ้นว่า :“คิดแล้วหรือยังว่าจะตั้งชื่อว่าอะไร?”
เซี่ยชีหรั่นเงยหน้ามองที่หน้าต่าง แสงแดดส่องไปยังกิ่งก้านของต้นไม้ หยดน้ำเจิดจ้าเป็นประกายหลากสีสันกระทบกับกิ่งไม้ “ชูฉิงเรียกเธอว่าชูฉิงก็แล้วกัน”
“ชูฉิงยิ้มให้หม่ามี๊ทีหนึ่งสิคะ?”เซี่ยชีหรั่นหยอกล้อกับเย่ชูฉิง ประตูถูกเคาะเบาๆ เซวียเหวินยูนเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“หน้าตาเหมือนคุณจริงๆ”เซวียเหวินยูนยิ้ม เซี่ยชีหรั่นยิ้มอย่างเขินอายให้กับเซวียเหวินยูนพลางพูดขึ้นว่า:“ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างฉัน”
เซวียเหวินยูนส่ายศีรษะหยิบแหวนออกมาพลางถอนหายใจแล้วพูดขึ้นว่า:“ไม่ง่ายเลยที่จะเจอผู้หญิงที่คิดว่าน่าจะเข้ากับตนได้ ครั้งนี้ต้องถือว่าล้มเหลวอีกแล้ว”
เซี่ยชีหรั่นมองดูแหวนและพูดขึ้นอย่างจริงใจว่า:“ฉันอาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับคุณ”
เซวียเหวินยูนยักไหล่แล้วยื่นเอกสารให้กับเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นเปิดออกมาดูตกใจจนแทบจะเป็นลม:“มอบที่ดินทั้งหมดนี้ให้กับฉัน?”
เนื่องจากเสียงของเซี่ยชีหรั่นทำให้ชูฉิงขยับคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็นอนหลับต่อ เซวียเหวินยูนพยักหน้า:“ตอนนี้คุณได้ครอบครองแผ่นดินผืนสุดท้ายของประเทศนี้แล้ว คุณก็ถือว่าเป็นมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงสมจริงดังคำเล่าลือแล้ว”
“แต่ว่า ทำไมกันล่ะ?”เซี่ยชีหรั่นคิดไม่ตก อ้ายหลอน กว๋อเหาและ กั๋วเจี้ยนทั้งสามคนก็ยังอยู่แล้วทำไมหม่าลี่ถึงได้มอบสิทธิ์นี้ให้กับเธอล่ะ
“เมื่อวานหม่าลี่ได้เสียชีวิตลงแล้ว นี่คือพินัยกรรมที่หล่อนได้เขียนไว้ ส่วนคนอื่นๆก็ไม่มีใครขัดข้อง”เซวียเหวินยูนพูดขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง หากไม่มีหม่าลี่และเซี่ยชีหรั่น เขาก็คงไม่มีสิทธิ์อยู่ในสถานที่แห่งนั้นแล้ว
เซี่ยชีหรั่นถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เซวียเหวินยูนเขยิบเข้ามาใกล้เซี่ยชีหรั่นพลางสูดดมแล้วพูดขึ้นว่า:“พอเป็นแม่คนแล้วกลิ่นตัวก็จะเปลี่ยนไปแบบนี้นี่เอง!”
“คุณพูดจาเหลวไหลอะไรกัน!”เซี่ยชีหรั่นหน้าแดง เซวียเหวินยูนลุกขึ้นอย่างเงียบๆ พลางพูดขึ้นว่า:“ผมไม่อยากกลายเป็นคนฉวยโอกาส มีเรื่องๆหนึ่งที่ผมอยากจะบอกคุณ เมื่อเดือนก่อนตอนที่คุณนอนโรงพยาบาล เย่เชินหลินก็มาเยี่ยมคุณ และวันนั้นตอนที่อยู่ที่โรงหนัง เขาก็อยู่ที่นั้นด้วย และคนที่เจอคุณที่โรงรถก็คือเขาไม่ใช่ผม”
เซี่ยชีหรั่นฟังสิ่งที่เซวียเหวินยูนพูดด้วยความตกตะลึง ในใจมีคลื่นที่โหมซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเซวียเหวินยูนเดินมาถึงหน้าประตูบ้านจู่ๆก็หันกลับไป:“ผมจะบอกคุณนะว่า การที่ผมพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมถอย กลับกันผมต้องการที่จะแข่งกับเขาอย่างยุติธรรมต่างหาก”
“ประโยคนี้พูดกับผมน่าจะมีประโยชน์กว่านะ”เย่เชินหลินปรากฏตัวขึ้นบริเวณหน้าห้อง พลางพูดขึ้นอย่างราบเรียบ เซวียเหวินยูนมองไปยังเย่เชินหลินพลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเตือน :“ถ้าคุณไม่ดูแลเธอให้ดี คุณก็ระวังตัวไว้เลยนะ อย่าได้ดูถูกพลังของตระกูลเซวียอย่างเด็ดขาด!”
เหมือนกับเซี่ยชีหรั่นกำลังคิดอยากจะพูดอะไรออกไป เซวียเหวินยูนก็จากไปเสียแล้ว เย่เชินหลินค่อยๆเข้ามาขวางสายตาของเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นกอดเย่ชูฉิงไว้แน่น ก้มหน้าพลางพูดขึ้นว่า:“เรื่องบางเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ฉันจะไม่หลบหนีอย่างเด็ดขาด”