ตอนที่ 1297
ตอนที่ 1297หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1197
October 28, 2026
บทที่1297หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1197
ขณะที่เซี่ยชีหรั่นตื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างสลึมสลือจึงรีบลุกขึ้นมา“หาชูฉิงเจอหรือยังค่ะ?”
เย่เชินหลินส่ายศีรษะ แล้วหยิบรูปภาพที่ปริ้นออกมา ผู้หญิงที่อยู่ในรูปภาพอุ้มเด็กคนหนึ่ง:“ชูฉิง นี่เป็นเสื้อผ้าที่ชูฉิงใส่วันนี้!”
“คนๆนี้คุณรู้จักไหม?”เย่เชินหลินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เซี่ยชีหรั่นส่ายศีรษะ พูดขึ้นด้วยความเสียใจว่า:“ไม่รู้จัก”
สายตาของเย่เชินหลินหลีกออกจากผู้หญิงในรูปภาพ แล้วนำนมมาวางข้างๆเซี่ยชีหรั่น:“ดื่มซ่ะ”
เซี่ยชีหรั่นส่ายศีรษะ ตอนนี้เธอกินอะไรไม่ลงทั้งนั้น จู่ๆก็เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดกับเย่เชินหลินว่า:“หรือว่าจะเป็นศัตรูของบริษัทเย่ซื่อ เหมือนเหตุการณ์ของเหยนชิงเหยียน”
เย่เชินหลินจับมือของเซี่ยชีหรั่น พลางพูดขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า:“ผลยังไม่ออกมาอย่าเพิ่งคิดไปเรื่อยเลย”
“ผล?ผลอะไร ตอนนั้นเนี่ยนโม่ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน?เนี่ยนโม่!”จู่ๆเซี่ยชีหรั่นก็ร้องขึ้นมา
เย่เชินหลินหยิบนมยื่นมาใกล้บริเวณริมฝีปากของเซี่ยชีหรั่น พลางพูดโน้มน้าวว่า:“ดื่มนมก่อนเถอะ”
คิ้วที่ขมวดอยู่และปากที่หุบอยู่ของเซี่ยชีหรั่นก็ไม่ยอมเปิดออกมา หลังจากที่เย่เชินหลินคลายมือลงก็ใช้ริมฝีปากปะกบปากเธออย่างแรง พลางจับที่คางของเซี่ยชีหรั่นแล้วบังคับให้ฝ่ายตรงข้ามเปิดปากออก เพื่อให้ดื่มนมเข้าไป
เปลือกตายิ่งอ่อนลงเรื่อยๆ เซี่ยชีหรั่นมองเย่เชินหลินด้วยท่าทีขอร้อง“ฉันกลัวจังเลย”เย่เชินหลินจูบหน้าผากของเธอเบาๆ:“นอนเถอะ น่าจะดีกว่าการตื่นขึ้นมาเผชิญกับความจริง”
อ้าวเสว่วิ่งตามหญิงบ้าคนนี้มา โทรศัพท์ที่แขวนอยู่บริเวณลำคอก็ดังขึ้น อ้าวเสว่รับโทรศัพท์ด้วยความดีใจ:“แม่”
“ฉันบอกเธอตั้งหลายครั้งแล้วว่าอย่าเรียกฉันว่าแม่”ซือซือตัดสายของอ้าวเสว่อย่างไม่เกรงใจพลางพูดขึ้นว่า:“ตามหญิงบ้าคนนั้นไป อย่าให้เด็กคนนั้นต้องหิวตายล่ะ ถ้าหิวตายก็คงจะไม่สนุก”
อ้าวเสว่ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของซือซือที่พูดผ่านทางโทรศัพท์นัก ทำเพียงพยักหน้า เมื่อวางโทรศัพท์ลงก็ไม่เห็นเงาของผู้หญิงคนนั้นแล้ว
สวีเห้าเซิงรีบออกมาจากห้างอย่างรีบร้อน เขายุ่งมาทั้งคืนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีการประชุมที่มอสโคว์ จึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้าง
ด้านหน้ามีผู้หญิงที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่เดินเข้าไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังพูดอะไรอยู่:“อย่าเรียกฉันว่าแม่”ทั้งสองเดินสวนกัน เท้าของฝ่ายหญิงสะดุดจนล้มลง สวีเห้าเซิงพยุงเอวฝ่ายหญิงขึ้นอย่างมีมารยาท
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม”หลังจากที่เซวียเหวินยูนพยุงฝ่ายหญิงจนสามารถทรงตัวได้แล้วก็รีบปล่อยมือลง
“สวีเห้าเซิง?”น้ำเสียงของซือซือดังขึ้น
“ซือซือ?”สวีเห้าเซิงตะลึงงัน ยิ้มให้กับซือซือ และถามขึ้นอย่างมีชีวิตชีวาว่า:“มีลูกแล้วเหรอ?”
ซือซือตอบอย่างไร้ความรู้สึกว่า:“ขอเพียงแค่เป็นผู้หญิงก็มีโอกาสมีลูกทั้งนั้น”
“ความหมายของผมก็คือ คืนนั้น จะเป็นไปได้ไหม?”สวีเห้าเซิงถามขึ้นอย่างกระอักกระอ่วนใจ
ซือซือเหลือบมองสวีเห้าเซิงครู่หนึ่ง และพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า:“ไม่ใช่ของคุณ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ซือซือพูด ในใจของสวีเห้าเซิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก หากไม่ใช่เซี่ยชีหรั่นแต่เป็นผู้หญิงคนอื่นก็จะทำให้เขารู้สึกผิดอย่างเลวร้าย
“ฉันไปก่อนนะ”ซือซือหันหลังแล้วเดินจากไป แต่กลับถูกสวีเห้าเซิงจับข้อมือไว้ ซือซือสะบัดออกอย่างแรง สวีเห้าเซิงรีบปล่อยมือพลางพูดขึ้นว่า:“อย่าโกรธเลย ผมก็แค่อยากถามว่าช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง”
ซือซือยิ้มพลางพูดขึ้นว่า:“พวกเรามีความสัมพันธ์กันเพียงแค่ค่ำคืน ไม่ถึงขนาดที่จะต้องถามทุกข์สุขเวลาเจอกัน อย่าดึงฉัน”ซือซือรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
สวีเห้าเซิงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง และไปสนามบินพร้อมกับผู้ช่วย ด้านนอกสนามบินมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งยืนอยู่ซึ่งเป็นที่สะดุดตาสวีเห้าเซิงเป็นอย่างมาก
ดวงตากลมโต คิ้วเข้มพร้อมผมหน้าม้ากำลังน่ารัก เด็กผู้หญิงราวกับกำลังรีบร้อนหาอะไรอยู่ สวีเห้าเซิงเดินเข้ามาข้างหน้า:“หาแม่เจอหรือยัง?”
อ้าวเสว่มองสวีเห้าเซิงอย่างระมัดระวัง:“ฉันไม่รู้จักคุณ”
แววตาของอ้าวเสว่ทำให้สวีเห้าเซิงนึกถึงซือซือ แต่ว่ากลับไม่รู้สึกขัดหูหัดตา ในทางตรงกันข้ามกับรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้เป็นพิเศษ จึงพยายามพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน:“ลุงไม่ใช่คนเลว ให้ลุงพาหนูไปสถานีตำรวจทางด้านนั้นดีไหม”
อ้าวเสว่ส่ายศีรษะ พาเธอไปสถานนี้ตำรวจแล้วเธอจะหาผู้หญิงคนนั้นเจอได้ยังไง?จึงถามสวีเห้าเซิงอย่างชาญฉลาดว่า:“ในอ้อมกอดแม่ของฉันมีเด็กผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ใส่ชุดสีชมพู”
สวีเห้าเซิงจูงมืออ้าวเสว่ตามหาอยู่ที่บริเวณสนามบินหลายรอบ ผู้ชายเดินเข้ามาพูดขึ้นเบาๆว่า:“หากยังไม่ไปอาจจะตกเครื่องได้”
สวีเห้าเซิงมองไปยังมือน้อยๆที่จูงมือขนาดใหญ่ของตนอยู่ ยิ้มพลางพูดขึ้นว่า:“ลูกก็ต้องสำคัญกว่าการประชุมใช่ไหม”
ถามตลอดทาง จู่ๆ อ้าวเสว่ก็ชี้ไปที่ผู้หญิงที่นั่งอยู่บริเวณเก้าอี้:“หาเจอแล้ว!”
สวีเห้าเซิงจูงมืออ้าวเสว่พลางขมวดคิ้วมองดูหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ หญิงคนนั้นไม่ได้รู้สึกร้อนรนเลยสักนิด?สายตาแข็งทื่อราวกับไม่ใช่คนปกติ