ตอนที่ 1318
ตอนที่ 1318 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1218
October 28, 2026
เซี่ยชีหรั่นอุ้มขนุนกองใหญ่ย้ายกลับไปยังห้องอาหารด้วยความยากลำบาก ลู่ลู่ที่อยู่ในห้องอาหารก็ก้าวเข้ามาช่วยเหลือ
“ไอ้หยา ที่รัก เธอไปนานมาก นี่มันผ่านช่วงเวลาทานของว่างและผลไม้ในยามบ่ายไปแล้ว” บอบอพาดอยู่บนพนักพิงเก้าอี้มองเซี่ยชีหรั่น พลางบ่นงึมงำ
เจ้าอ้วนหยิบขนุนขึ้นมาลูกหนึ่ง เช็ดไปมา หลังจากนั้นก็หยิบตะปูจิ้มเข้าไปในขนุน
“นี่คุณกำลังทำอะไรน่ะ” เซี่ยชีหรั่นกรีดร้อง มองสนิมเหล็กที่ไหลปนน้ำขนุนออกมา
“บนทะเลนั้นจะมีภาวะโลหิตเป็นพิษได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงต้องอาศัยวิธีการนี้มาทำให้แน่ใจว่าได้รับธาตุเหล็ก” เจ้าอ้วนกัดไป พูดไป
สายตาของเซี่ยชีหรั่นตกลงบนร่างของชายที่นั่งสูบบุหรี่อยู่อีกด้าน หัวใจเต้นตึกตักเล็กน้อย บางทีคนที่ชื่อว่าเจสันคนนี้จะไม่ได้โหดเหี้ยมเหมือนกับที่ตัวเองจินตนาการเอาไว้ขนาดนั้น?
ยามค่ำคืน ท้องทะเลสงบนิ่ง เซี่ยชีหรั่นเปิดหน้าต่างสูดลมทะเล แสงจันทร์ส่องลงบนเสื้อเชิ้ตสะอาดตัวหนึ่งบนลำเรือ
เซี่ยชีหรั่นถือเสื้อเชิ้ตเอาไว้ หาเข็มกับด้ายไปทั่วห้อง เมื่อพบว่าไม่มี ก็เปิดประตู เดินไปหน้าประตูห้องลู่ลู่ที่อยู่ด้านข้างแล้วเคาะประตู แต่ไม่มีใครอยู่
เซี่ยชีหรั่นจึงทำได้เพียงแค่เดินไปทางห้องอาหาร “ก๊อกๆๆ!” เสียงเคาะดังเป็นจังหวะอย่างเลือนรางจากข้างใต้ เซี่ยชีหรั่นเดินไปตามทิศทางของดาดฟ้าเรือจนถึงทางขึ้นลงบันไดหนึ่ง
ทางขึ้นลงบันไดนั้นเป็นมุมมืดที่มองไม่เห็นแสงสว่าง เสียงเคาะดังเป็นจังหวะเงียบหายไปกะทันหัน “เธอกำลังทำอะไรอยู่ตรงนี้” มีเสียงที่คาดไม่ถึงดังขึ้นด้านข้าง
เซี่ยชีหรั่นหันตัวไปด้วยความประหลาดใจ ลู่ลู่กอดอกมองมาที่ตัวเอง แม้ว่าจะเป็นเวลากลางคืนก็ยังคงแต่งหน้าได้โอเวอร์เช่นเคย เซี่ยชีหรั่นรีบชูเสื้อขึ้นมา พลางเอ่ยว่า “ฉันเพียงแค่อยากจะหาเข็มและด้าย อยากจะเอามาเย็บเสื้อน่ะ”
ลู่ลู่มองทางขึ้นลงบันไดอย่างมีนัยยะลึกซึ้งแวบหนึ่ง และถอนหายใจ จู่ๆก็เขยิบเข้าไปข้างกายเซี่ยชีหรั่น มองเสื้อเชิ้ตอย่างละเอียด
“นี่ไม่ใช่เสื้อของเจสันหรอกหรือ พวกเธอทำอะไรกันน่ะ ฮือๆๆ ร้อนแรงถึงขนาดที่ว่าทำเสื้อผ้าขาดเลย” เซี่ยชีหรั่นตอบลู่ลู่ด้วยความปวดศีรษะ “ฉันไม่ได้ทำอะไรจริงๆ เพียงแค่ไม่ระวังดึงเสื้อเขาขาดเท่านั้นเอง”
เมื่อได้เข็มกับด้าย เซี่ยชีหรั่นก็เดินกลับห้องตัวเองท่ามกลางสายตาเศร้าเสียใจของลู่ลู่ เรือยังคงเดินทางอย่างไม่เร็วไม่ช้า เซี่ยชีหรั่นถอนหายใจ อาศัยแสงจันทร์อันน้อยนิดนั่งเย็บผ้าอยู่บนดาดฟ้าเรือนอกห้อง
สมองก็อดปรากฏภาพตอนที่ตัวเองไปเป็นคนรับใช้ข้างกายเย่เชินหลินเพื่อโม่เสี่ยวจุน จำได้ว่าตอนนั้นชุดทำงานของตัวเองถูกทำขาด ตัวเองก็นั่งเย็บเสื้อผ้าในห้องโถงกว้างกลางดึกแบบนี้เช่นกัน เพียงแต่ว่าในภายหลังไม่ได้ทำอีกเท่านั้นเอง
“เย่เชินหลิน คุณอยู่ที่ไหนกันนะ” เซี่ยชีหรั่นทอดถอนใจเงียบๆยามค่ำคืน
“ปังๆๆ” ประตูถูกเคาะ เซี่ยชีหรั่นงัวเงียไปเปิดประตู เมื่อเห็นลู่ลู่ที่แต่งหน้าเข้มจัดก็ตกใจสะดุ้ง
“เตรียมตัวกินข้าวเช้าได้แล้วนะ อาหารเช้าของที่นี่มีกำหนดเวลาตายตัว ถ้าไม่กินก็ทำได้เพียงแค่รอจนถึงช่วงอาหารกลางวัน” ลู่ลู่เอ่ยยิ้มๆ
“ขอบคุณค่ะๆ!” เซี่ยชีหรั่นขอบคุณยกใหญ่ ลู่ลู่โบกมือไปมา “ความจริงแล้ว ฉันก็แค่ผ่านทางนี้พอดีน่ะ เมื่อครู่เจสันชมฉันประโยคหนึ่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนว่า ลิปสติกของฉันสวยมาก ฉันจึงกลับมาทาลิปสติกเป็นพิเศษแล้วก็เรียกเธอเท่านั้นเอง”
“เจสันไม่ชอบพูดใช่ไหมคะ” เซี่ยชีหรั่นนึกถึงชายผู้ไร้ชีวิตชีวาที่คล้ายว่าจะพูดน้อยมากคนนั้น
ลู่ลู่ลูบกระโปรง นั่งด้วยท่าทางโอเวอร์ “ฉันล่ะชื่นชอบผู้ชายบ้าคลั่ง เผด็จการ และหยิ่งผยองประเภทนี้!”
ภายในห้องอาหาร ชายที่สวมผ้าปิดตาเอ่ยเรียบๆว่า “ขึ้นเรือแล้วก็ต้องมีวินัย คนที่สาย อีกครู่หนึ่งไปเช็ดดาดฟ้าเรือ”
“เช็ดดาดฟ้าเรือหรือคะ ได้ค่ะ” เซี่ยชีหรั่นรับคำด้วยความรู้สึกอับอายเล็กน้อย ตอนที่กำลังจะนั่ง หางตาก็เหลือบเห็นมือข้างหนึ่งวางอยู่บนเก้าอี้ของตัวเอง
“โปรดเมินเฉยผมต่อไป และนั่งลงโดยไม่ต้องกลัว” เจ้าอ้วนน้ำลายหก มองก้นเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นสะบัดฝ่ามือหนึ่งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก “เพียะๆ!”
เธอนั่งลงทั้งที่คิ้วขมวด ประสานสายตาเข้ากับชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับตัวเอง เจสันก็กินสิ่งที่อยู่ในมือตัวเองนิ่งๆ ส่วนเซี่ยชีหรั่นก็ก้มหน้าลง
คนที่อยู่ภายในห้องออกไปกันพอประมาณแล้ว เจสันลุกขึ้น เซี่ยชีหรั่นรีบเรียกเขาเอาไว้ หยิบเสื้อเชิ้ตที่เย็บเรียบร้อยแล้วออกมาจากกระเป๋า “ฉันเย็บได้ไม่ค่อยดีเท่าไร ไม่อย่างนั้นรอให้เทียบท่าแล้ว ฉันจะไปซื้อตัวใหม่ให้คุณแล้วกัน”
เสื้อที่อยู่บนมือถูกคนหยิบไปแล้ว ตอนที่เซี่ยชีหรั่นเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเพียงแค่แผ่นหลังของเจสัน เซี่ยชีหรั่นหิ้วน้ำมาถังหนึ่ง ตะลึงมองแดดแรงจ้าที่อยู่เหนือดาดฟ้าเรือ
“ไม่เลวเลย สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องทำความสะอาด ก่อนที่คุณจะมาล้วนเป็นผม เพราะว่าผมมักจะเป็นคนที่มาสายที่สุด” บอบอที่พาดตัวอยู่บนดาดฟ้าเรือชั้นสองมองมาที่เซี่ยชีหรั่น
เซี่ยชีหรั่นหยิบเศษผ้าชุบน้ำให้เปียกอย่างยอมรับในชะตากรรม คุกเข่าก้มหน้าเช็ดดาดฟ้าเรือ แสงอาทิตย์แรงมาก ไม่นานเซี่ยชีหรั่นก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อยขึ้นมาแล้ว
“ฉันถามได้ไหมคะว่าสินค้าของพวกคุณคืออะไรกันแน่ หลายวันมานี้ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องให้ฉันไปดูแลเท่าไร” เซี่ยชีหรั่นเช็ดดาดฟ้าเหลือ รออยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ จึงหันหน้าไป
รอยยิ้มบนใบหน้าบอบอเลือนหายไป ก้มมองเซี่ยชีหรั่นจากที่สูง “ถ้าหากว่ายังอยากจะมีชีวิตดีๆอยู่บนเรือลำนี้ต่อไป ผมขอแนะนำคุณว่าอย่าถามมากขนาดนั้น”
“ไม่ได้การแล้วๆ เจสันเป็นบ้าอีกแล้ว!” ลู่ลู่วิ่งเข้ามา บอบอตอบยิ้มๆ “เกิดเรื่องอะไรขึ้น! เป็นคนดวงซวยคนไหนอีก!”