ตอนที่ 1352
ตอนที่ 1352 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1252
October 28, 2026
พี่หวาง รู้ว่าเย่เชินหลินช่วยเหลือตัวเองไว้ สีหน้าที่มีต่อเย่เชินหลินก็ดีขึ้นมาก และให้พี่หลี่ไปล้างผลไม้อย่างไม่เป็นปกติ
เย่เชินหลินยืนอยู่ตรงหน้าพี่หลี่และแนะนำ : “ท่านนี้คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกในลอส แองเจลิส เขาเก่งเรื่องการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ”
พี่หลี่มองไปที่คนชราด้วยความหวังน้อยนิด พี่หวาง ที่เดิมทีนอนอยู่บนเตียงพูดอย่างนิ่งเฉยว่า : “ขอบคุณน้ำใจของประธานเย่ พวกเราไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ถ้าต้องเป็นอัมพาตจริงๆ ก็เป็นชีวิตของฉัน”
“เหล่าหวาง !” พี่หลี่หันหน้าไปมองและกระซิบเบาๆ คุณหมอที่เย่เชินหลินแนะนำต้องไม่เลวแน่นอน ตอนนี้การไปหาหมอในประเทศของพวกเขายังค่อนข้างลำบาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหาหมอที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ
เหล่าหวางมองพี่หลี่อย่างดุๆ และหันกลับไปพูดกับเย่เชินหลินว่า : “ฉันรู้ว่าคุณมาที่เพื่ออะไร ขอโทษพาคนของคุณไปเถอะ ขอบคุณน้ำในของคุณ”
เย่เชินหลินรู้ดีเรื่องราวไม่มีทางราบรื่นขนาดนั้น พยักหน้าและพูดว่า : “ฉันยอมรับที่ฉันทำทั้งหมดเพื่อเซี่ยชีหรั่น แต่ถ้าชีหรั่นอยู่ที่นี่ ฉันคิดว่าเธอก็ต้องช่วยพวกคุณแบบนี้โดยไม่มีเงื่อนไข ฉันขอตัวก่อน วันนี้รบกวนคุณแล้ว”
เย่เชินหลินออกจากห้อง สีหน้าปรากฏร่องรอยความวิตกกังวลบนใบหน้าที่ไร้ความสุข เซี่ยชีหรั่นรอไม่ได้แล้ว นึกถึงคนที่เขาคิดถึง เย่เชินหลินขับรถเร็วขึ้นนิดหน่อย
ในสถานที่คุมตัวผู้ต้องสงสัย เซี่ยชีหรั่นมองกองจดหมายหนา ภาพขีดเขียนของเย่ชูฉิง บทความสั้นๆ ที่เนี่ยนโม่เขียน หัวข้อบทความที่เขียนคือคนที่คุณอยากเป็น “คนที่อยากเป็นก็คือยอดมนุษย์ แบบนี้จึงสามารถปกป้องหม่าหมี๊”
เซี่ยชีหรั่นอ่านไปยิ้มไป จดหมายฉบับหนึ่งหล่นลงมา เซี่ยชีหรั่นเก็บขึ้นมา ตัวอักษรสามตัวที่ด้วยปากกาอย่างมีพลังว่า “เซี่ยชีหรั่น”
หัวใจของเซี่ยชีหรั่นตกลง เย่เชินหลินเขียนจดหมายให้ตนเอง? จดหมายบางมาก จนสามารถเป็นโครงร่างบางส่วน เซี่ยชีหรั่นเปิดจดหมายออกอย่างสงสัย ในซองจดหมายมีรูปสองใบ
หยิบรูปใบแรกขึ้นมา เป็นภาพครอบครัวใบหนึ่ง เป็นตอนที่เย่ชูฉิงถือถุงโชคดีใบเล็กๆ ตอนครบเดือน ใส่ชุดสมัยราชวงศ์ถังจับนิ้วของไห่โจ๋ซวนไว้ไม่ยอมปล่อย ไห่โจ๋ซวนปล่อยให้เย่ชูฉิงจับไว้อย่างสับสนจนทำอะไรไม่ถูก
ไห่ลี่หมินและหลินหลิงยืนหัวเราะอยู่อีกด้าน เย่เนี่ยนโม่กับเย่เชินหลินยืนอยู่ด้วยกันด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ที่เหมือนกัน สายตาของเย่เชินหลินมองไปทางเซี่ยชีหรั่นที่อยู่อีกด้านน้อยๆ แววตาอบอุ่นจนแทบจะละลายเป็นน้ำ
“ติ๋ง ติ๋ง” เซี่ยชีหรั่นไม่อยากร้องไห้ แต่อดไม่ได้ เห็นรูปที่อบอุ่นอย่างนี้ขณะที่โดดเดี่ยวรู้ได้ว่าตัวเองไม่ได้โดนโลกใบนี้ทอดทิ้ง ทำให้ยังมีความกล้าที่จะเดินต่อไป
ค่อยๆ เช็ดน้ำตาที่หยดลงบนรูปถ่าย เซี่ยชีหรั่นเปิดรูปที่สองดู ในรูปเย่เชินหลินกำลังหลับสนิท มีคนหนึ่งแอบใช้มือถือถ่ายรูปกับเย่เชินหลินไว้ โดยที่ไม่รู้ตัวว่ากระจกอีกด้านส่องสะท้อนทุกอย่างที่ถ่ายไว้ในรูปถ่ายด้วย
“ปึกๆ รูปอย่างนี้จะล้างออกมาทำไม” เซี่ยชีหรั่นหัวเราะออกมา พูดเสียงเบาๆ ลมแรงจากสนามพัดมาทำให้รูปถ่ายที่เซี่ยชีหรั่นวางไว้บนขาปลิว เซี่ยชีหรั่นรีบยื่นมือไปคว้าเอาไว้
เท้าข้างหนึ่งเหยียบมือเซี่ยชีหรั่นไว้ “อุ๊ย ขอโทษ ฉันไม่เห็นมือของคุณ!” หลัวหมี่เสว่ยิ้มโดยที่เท้ายังบดขยี้อยู่บนมือของเซี่ยชีหรั่นอีกสักพักจึงเอาเท้าออก
“โอ๊ย!” เซี่ยชีหรั่นเจ็บจนร้องออกมา เจ็บจนน้ำตาไหล พื้นรองเท้าของหลัวหมี่เสว่ตอนเดินมามีก้อนหินติดมาด้วย ก้อนหินเสียดสีกับมือของเซี่ยชีหรั่นจนมีเลือดไหลออกมา และบางส่วนก็ฝังลึกอยู่ในนั้น
หลัวหมี่เสว่ก้มลงหยิบรูปขึ้นมา เห็นรูปครอบครัวที่มีความสุข แววตาส่องประกายความเคียดแค้นออกมา พูดอย่างโกรธแค้นว่า : “ไม่เลวนิ! ฉันเห็นพวกคุณยิ้มดีใจขนาดนั้น เป็นยังไง ทำครอบครัวคนอื่นวุ่นวายยังคิดอยากจะมีความสุข มีการทำธุรกิจที่ง่ายขนาดนั้นไหม?”
เซี่ยชีหรั่นอดทนระงับความเจ็บปวดที่ส่งมาไว้ เงยหน้ามองหลัวหมี่เสว่และถามว่า : “คุณเป็นใครกันแน่?”
หลัวหมี่เสว่บุ้ยปาก เมื่อเห็นแผลบนมือของเซี่ยชีหรั่นก็กลัวนิดหน่อย เธอคิดไม่ถึงว่าพื้นรองเท้าของตัวเองจะมีก้อนหินอยู่ คำถามของเซี่ยชีหรั่นทำให้ความโกรธของเธอปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
ฉันเป็นใคร? ฉันเป็นใครฉันต้องรายงานคุณด้วยหรือไง คุณเป็นคุณหญิงรวยจนโง่ไปแล้วสิน่ะ” หลัวหมี่เสว่ยกมือขึ้นเตรียมจะตบเซี่ยชีหรั่น
เซี่ยชีหรั่นเอื้อมมือที่โดนเหยียบจนได้รับบาดเจ็บออกมายั้งมือของหลัวหมี่เสว่ไว้ แววตาที่อ่อนโยนมีความเฉียบแหลมอยู่ : “ฉันจะบอกคุณ ก่อนหน้านี้ที่ฉันไม่คิดบัญชีคุณเพราะคุณยังเด็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันโกรธไม่เป็น”
น้ำเสียงเย็นชาของเซี่ยชีหรั่นทำให้หลัวหมี่เสว่ตะลึงจนก้าวถอยหลังไปสองก้าว และรู้สึกไม่ยอมขึ้นมาอย่างรวดเร็วสะบัดมือของเซี่ยชีหรั่นออก หลัวหมี่เสว่ขยำรูปในมืออย่างโหดเหี้ยม
“หยุดน่ะ!”
เซี่ยชีหรั่นรีบตรงออกไปคิดจะแย่งรูปกลับมา หลัวหมี่เสว่กลับฉีกรูปอย่างมีความสุข เซี่ยชีหรั่นมองรูปในมือที่หลัวหมี่เสว่ที่โดนฉีกออก
“เพี๊ยะ!” หลัวหมี่เสว่จับหน้าด้านที่ตบไว้และมองเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นดูรูปถ่ายที่โยนทิ้งไว้บนพื้น และยังคงใช้หลังมือตบต่อไป
“คนที่ไม่รู้จักเคารพคนอื่น คนอื่นก็ไม่จำเป็นต้องเคารพคุณเช่นกัน!” เซี่ยชีหรั่นพูดอย่างเย็นชา
หลัวหมี่เสว่ที่โดนเซี่ยชีหรั่นตบถึงสองครั้งในชั่วครู่ มองเซี่ยชีหรั่นอย่างตกตะลึง และอยู่ๆ ก็ร้องไห้ขึ้นมากะทันหัน เอามือจับหน้าพลางเช็ดน้ำตาพลางพูดว่า :