ตอนที่ 1362
ตอนที่ 1362 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1262
October 28, 2026
“นายจะไปไหน!” อ้าวเอ๋อร์ร้องตะโกนอยู่ข้างหลังเย่เนี่ยนโม่ เย่เนี่ยนโม่ขวางรถแท็กซี่เอาไว้อย่างไม่สนใจอะไร แล้วเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อคนขับแท็กซี่เห็นหลังเย่เนี่ยนโม่ เขาก็หัวเราะ แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจอะไรว่า “เด็กน้อย นั่งรถแบบนี้จะต้องจ่ายเงินนะ หนูมีเงินไหม?”
เย่เนี่ยนโม่หยิบธนบัตรใบละหนึ่งร้อยหยวนไม่กี่ใบออกมาจากกระเป๋าเงินของเขาและมองคนขับรถด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย คนขับพ่นควันที่อยู่ในปากออกมาแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ตอนนี้เด็กน้อยอายุไม่กี่ขวบมีเงินขนาดนั้นกันแล้วรึ จุ๊ๆ นั่งดีดีนะ!”
เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้ไปโรงเรียนก็เลยถูกครูที่โรงเรียนรู้เข้าอย่างรวดเร็ว พอโทรศัพท์ไปที่บ้านตระกูลเย่ แม่บ้านก็ตัดสินใจไม่ได้ จึงปลุกเซี่ยชีหรั่นที่กำลังนอนหลับอยู่
“ไม่เจอเนี่ยนโม่แล้ว!” เซี่ยชีหรั่นตกใจตื่นขึ้นมาจากเตียงทันที เธอรับโทรศัพท์และพูดคุยกับครูไม่กี่คำก่อนจะวางสายไป
“ไปหาโจ๋ซวนที่นั่นหรือเปล่าคะ?” แม่บ้านเตือนเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นคิดว่าเป็นไปได้เป็นอย่างมาก จึงรีบรีบวิ่งไปที่ลานบ้านด้านข้าง ซึ่งไห่ลี่หมินกับหลินหลิงก็อาศัยอยู่ข้างบ้านของเซี่ยชีหรั่น
ในลานของบ้านข้างๆ เย่เนี่ยนโม่ยืนอยู่ในลานบ้านและกำลังมองไปรอบๆอยู่จริงๆด้วย “เนี่ยนโม่!” เซี่ยชีหรั่นทั้งวิ่งทั้งตะโกน
เย่เนี่ยนโม่ชี้ไปที่หน้าต่างแล้วพูดว่า “ผมเพิ่งเห็นว่าไห่โจ๋ซวนปรากฏตัวอยู่ตรงนั้นชัดๆ แต่เขาไม่ยอมออกมา”
เซี่ยชีหรั่นเคาะประตูบ้านตระกูลไห่ และพี่เลี้ยงก็เดินออกมากล่าวคำขอโทษว่า “คุณชายไห่บอกว่าไม่อยากพบใครทั้งนั้น นี่ก็ไม่ได้กินหรือดื่มอะไรเลยทั้งวัน คุณนายมัวแต่ยุ่งเรื่องของนายท่านตลอดก็เลยไม่ได้กลับมาที่บ้านเลยค่ะ”
“เป็นแบบนี้ได้ยังไง!” เซี่ยชีหรั่นรีบขอให้พี่เลี้ยงไปเตรียมนมและเค้ก แล้วพาเย่เนี่ยนโม่ขึ้นไปที่ชั้นสอง ประตูชั้นสองถูกล็อคอยู่ เซี่ยชีหรั่นจึงตบประตูและพูดว่า “โจ๋ซวน ออกมากินอาหารสักหน่อยดีไหมจ๊ะ?”
ภายในห้องเงียบสงัด เซี่ยชีหรั่นหันไปรอบๆอย่างเป็นกังวล ทันใดนั้นเย่เนี่ยนโม่ก็วิ่งไปที่ห้องอ่านหนังสือที่อยู่ข้างๆ เซี่ยชีหรั่นตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงรีบตามไป มีสวนดอกไม้สวนหนึ่งที่เชื่อมระหว่างห้องหนังสือกับห้องของไห่โจ๋ซวน ซึ่งในสวนดอกไม้นั้นกำลังปลูกกล้วยไม้อยู่
เย่เนี่ยนโม่นำเก้าอี้มา แล้วปีนป่ายจากสวนดอกไม้ขึ้นไปในห้องที่อยู่ด้านข้าง “เนี่ยนโม่!” เซี่ยชีหรั่นตะโกนเรียกอย่างเร่งรีบ ด้วยความกังวลว่าจะทำให้เย่เนี่ยนโม่ฟุ้งซ่านก็เลยรีบเอามือปิดปากไว้
เซี่ยชีหรั่นเห็นร่างเล็กๆของเย่เนี่ยนโม่ปีนขึ้นไปจากในสวนดอกไม้อย่างเสี่ยงอันตราย เมื่อตกลงมาถึงพื้นเขาก็ยังคงส่งยิ้มมาให้ตัวเอง และในที่สุดก็หายเข้าไปในหน้าต่างแล้ว
ภายในหน้าต่างบานใหญ่ที่ขอบตกถึงพื้น ไห่โจ๋ซวนนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงและจ้องมองไปที่เย่เนี่ยนโม่อย่างเหม่อลอย แล้วถามด้วยความประหลาดใจว่า “นายเข้ามาได้ยังไง?”
เย่เนี่ยนโม่วางมือที่ได้รับบาดเจ็บลงไปบนไหล่ของไห่โจ๋ซวนอย่างไม่เกรงใจ เงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “มือของฉันได้รับบาดเจ็บแล้ว ไม่รู้ว่าจะจดบันทึกยังไง ดังนั้นฉันจึงต้องการความช่วยเหลือจากนาย”
ไห่โจ๋ซวนก้มหน้ามองลงไปที่รูปของไห่ลี่หมิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ไม่ ตอนนี้นายไม่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากฉันหรอก ฉันช่วยใครไม่ได้แล้ว”
เย่เนี่ยนโม่เลิกคิ้วขึ้น แล้วใช้มือที่ไม่ได้รับบาดเจ็บไปหยิบรูปที่อยู่ในมือของไห๋โจ๋ซวนมาทันที ไห่โจ๋ซวนโกรธมาก จึงผลักเย่เนี่ยนโม่ออกไป แล้วเอื้อมมือจะไปหยิบรูปถ่าย “เอาคืนมา อย่าบังคับให้ฉันต้องต่อยนายนะ!”
เย่เนี่ยนโม่แกว่งรูปถ่ายที่อยู่ในมือไปมา บนใบหน้าที่สุขุมนุ่มลึกนั้นไม่แสดงสีหน้าที่เจ้าเลห์ออกมาเลยสักนิด ไห๋โจ๋ซวน เขามองไห่โจ๋ซวนแล้วพูดว่า “นายก็ลองต่อยดูสิ”
พอสิ้นเสียงพูด ไห่โจ๋ซวนก็ต่อยเข้าไปที่แก้มของเย่เนี่ยนโม่ เย่เนี่ยนโม่ล้มลงกับพื้นอย่างทรงตัวไม่อยู่ แล้วลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขายื่นแขนที่บาดเจ็บออกไปเพื่อที่จะต่อยไห่โจ๋ซวน ไห่โจ๋ซวนหยุดมองมือที่กำลังพันด้วยผ้าพันแผลของเย่เนี่ยนโม่สักครู่หนึ่ง และในวินาทีต่อมาเขาก็ถูกเย่เนี่ยนโม่เตะด้วยขาไปหนึ่งที
“เซี่ยเนี่ยนโม่! แก!” ไห่โจ๋ซวนถูกต่อยจนหน้าตาบิดเบี้ยว แล้วลุกขึ้นมาพุ่งกระโจนเข้าไปชกต่อยกับเย่เนี่ยนโม่ เสียงปึงปังๆดังขึ้นมาจากในห้องอย่างไม่ขาดสาย พี่เลี้ยงที่อยู่ตรงระเบียงจึงถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ฉันต้องไปเอากุญแจมาเปิดประตูไหมคะ นี่ถ้าได้รับบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง”
เซี่ยชีหรั่นส่ายหน้า น้ำตาก็อดไม่ได้ที่จะไหลออกมาอีกครั้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า “เนี่ยนโม่เพียงแค่ต้องการหาช่องทางให้โจ๋ซวนได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาเท่านั้น”
พี่เลี้ยงเอียงหูเข้าไปฟังใกล้ๆ แล้วพูดด้วยความสงสัยว่า “ดูเหมือนจะไม่มีเสียงแล้วนะคะ คุณนายเซี่ยคุณจะทำอะไรคะ! ตกลงไปจะทำยังไง!”
พี่เลี้ยงต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อห้ามเซี่ยชีหรั่นอย่างรีบร้อน เซี่ยชีหรั่นวางจานอาหารไว้ที่ระเบียงข้างบ้าน เธอปีนระเบียงและกระโดดข้ามมา แล้วโบกมือมาทางพี่เลี้ยงเพื่อส่งสัญญาณให้พี่เลี้ยงห้ามส่งเสียงดัง
ภายในห้องนั้นเงียบสงัด เซี่ยชีหรั่นยืดศีรษะออกไปมองดูสถานการณ์ภายในห้องผ่านกระจกห้อง ภายในห้อง เย่เนี่ยนโม่กับไห่โจ๋ซวนนอนหายใจหอบเคียงข้างกันอยู่บนพื้น บนใบหน้าและร่างกายของทั้งสองคนล้วนได้รับบาดเจ็บไปหมดแล้ว
เย่เนี่ยนโม่เอารูปถ่ายวางไว้ข้างๆไห่โจ๋ซวน ขณะที่เขามองเพดานอยู่นั้นก็พูดเบาๆขึ้นมาว่า “หม่ามี๊เคยพูดว่า มีบางคน
ไห่โจ๋ซวนมองรูปถ่ายอย่างงงงันและไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นก็มีเสียง “ก๊อกๆๆ” ดังมาจากหน้าต่าง เซี่ยชีหรั่นเคาะที่หน้าต่าง แล้วก้มตัวโก้งโค้งเหมือนแมวเดินเข้ามา เอานมกับเค้กมาวางไว้ข้างหน้าไห่โจ๋ซวน