ตอนที่ 1364
ตอนที่ 1364 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1264
October 28, 2026
เย่เชินหลินขมวดคิ้ว และโทรศัพท์ก็ดังขึ้น นั่นคือเซี่ยชีหรั่น สีหน้าของเย่เชินหลินอ่อนโยนลงแล้วเล็กน้อย เขารับสายและหันหลังไปพูดอะไรบางอย่างกับเซี่ยชีหรั่นด้วยน้ำเสียงไปทุ้มต่ำแล้วก็คิดจะเดินออกไป คุณหมอจึงร้องเรียกเย่เชินหลินว่า “คุณเย่ ผมแนะนำให้คุณเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อาการป่วยมันรุนแรงมากขึ้นนะครับ”
เย่เชินหลินหยุดฝีเท้าไปชั่วขณะ แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง หลังจากที่กลับจากเซี่ยงไฮ้มาถึงบ้านตระกูลเย่ ไห่โจ๋ซวนก็กำลังป้อนข้าวให้เย่ชูฉิง เย่ชูฉิงกำลังอมกับข้าวอยู่และไม่ยอมกลืนลงไป ไห่โจ๋ซวนจึงกระซิบเกลี้ยกล่อมอยู่ข้างๆ
“คุณชาย คุณนายไปที่สถานสงเคราะห์แล้วครับ” พ่อบ้านพูดอยู่ข้างๆ เย่เชินหลินพยักหน้า เมื่อเขาหันหลังกลับไปก็มีอาการวิงเวียนศีรษะขึ้นมาครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาของเขาก็ขุ่นมัวขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณชาย?” พ่อบ้านอยู่ข้างๆใช้สายตาสอบถามเย่เชินหลินที่ยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับเขยื้อนเย่เชินหลินหยุดชะงักไปสักพัก ดวงตาจึงกลับมาสดใสอีกครั้ง
เขาแทบจะรีบไปที่สถานสงเคราะห์โดยไม่ได้หยุดพัก เซี่ยชีหรั่นยืนอยู่ในห้องที่ซือซือถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตจริงๆด้วย เย่เชินหลินยืนอยู่ข้างหลังเซี่ยชีหรั่น แล้วกอดเซี่ยชีหรั่นเอาไว้แน่น
เซี่ยชีหรั่นตื่นตกใจ ทันใดนั้นจึงถามขึ้นมาว่า “เชินหลิน เป็นอะไรไป?”
เย่เชินหลินปล่อยเซี่ยชีหรั่น แล้วมองห้องที่ถูกไฟไหม้จนไม่เหลือเค้าโครงเดิมด้วยความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง เซี่ยชีหรั่นถอนหายใจและพูดว่า “เธอจากไปอย่างกะทันหัน เกี่ยวพันกันมานานขนาดนี้ กลับทำให้คนทำอะไรไม่ถูกเลย”
เซี่ยชีหรั่นจมอยู่ในความคิดของตัวเอง โดยไม่สังเกตเห็นความอ่อนโยนที่มีอยู่ในสายตาของเย่เชินหลิน มือของเธอถูกจูงออกไปข้างนอกเบาๆ แล้วเสียงของเย่เชินหลินก็ดังขึ้นมาว่า “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ จากวันนี้เป็นต้นไปไม่ต้องไปคิดถึงมันอีก แล้วก็อย่าผูกมัดตัวเองด้วยเรื่องนี้อีกเลยนะ”
หลังจากที่กลับมาจากสถานสงเคราะห์ เซี่ยชีหรั่นไม่ได้เจอเย่เชินหลินติดต่อกันหลายวันแล้ว ในตอนเย็น ไห่โจ๋ซวนพาเย่วูพ่อบ้านและคนใช้เข้านอนแล้ว เซี่ยชีหรั่นเดินเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่าและนอนไม่หลับ เธอจึงโทรหาเย่เชินหลิน ภายหลังจากที่เสียงสายไม่ว่างดังขึ้นนานมาก เย่เชินหลินจึงรับสายโทรศัพท์
“คุณยุ่งอยู่ไหมคะ?” เซี่ยชีหรั่นได้ยินเสียงของเย่เชินหลินจึงรีบพูดขึ้นมา
“ก็ดีครับ ทำไมคุณยังไม่นอน?” เย่เชินหลินถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ดูเหมือนว่าอารมณ์จะสูงมาก
เซี่ยชีหรั่นถามว่า “ยังไม่กลับมาวันนี้เหรอคะ?”
“อืม ที่บริษัทงานยุ่งนิดหน่อยน่ะ รีบเข้านอนนะครับ” พอเย่เชินหลินพูดจบเขาก็วางสายลง เซี่ยชีหรั่นโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การเผาตัวเองจนเสียชีวิตของซือซือ หลายวันมานี้เย่เชินหลินก็ยุ่งตลอด
อาจจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ที่บริษัทเกิดความล่าช้าในหลายๆเรื่องมากเกินไปสินะ เซี่ยชีหรั่นปลอบใจตัวเอง และอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ จางเฟิงอี้พูดกับเย่เชินหลินว่า “คุณไม่คิดจะบอกคุณนายจริงๆหรือครับ ด้วยนิสัยของเธอ เธออาจจะคิดมากได้นะครับ”
เย่เชินหลินส่ายหน้า เขาไม่อยากให้ เซี่ยชีหรั่นตกใจก่อนที่ผลตรวจจะออกมา และถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าผลแล้วเขาก็ไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเซี่ยชีหรั่นเหมือนเดิม
จางเฟิงอี้ที่อยู่ข้างๆก็พูดขึ้นมาอีกว่า “หาตั้งหลายรอบแล้ว ซือซือไม่สามารถหนีออกมาจากในกองเพลิงได้หรอก แต่ในกองเพลิงก็ไม่มีซากกระดูกศพของเธออยู่จริงๆ อีกอย่างคุณนายเป็นคนเดียวที่ได้พบกับซือซือในวันนั้นด้วยนะครับ”
เย่เชินหลินโบกมือห้ามคำพูดที่จางเฟิงอี้ต้องการจะพูดออกมา แน่นอนว่าเขาเข้าใจความหมายของจางเฟิงอี้ดี ถ้าซือซือหนีไปแล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นคนปล่อยเธอไปก็ต้องจับตัวกลับมาให้ได้ และไม่อาจเก็บตัวปัญหาคนนี้เอาไว้อย่างแน่นอน
“คุณเย่ ผมขอโทษครับ ณ ที่นี้ยังไม่มีหนทางตรวจสอบออกมาได้เลยว่าทำไมจู่ๆดวงตาของคุณถึงได้สูญเสียการมองเห็นทั้งสองข้าง ในขั้นตอนต่อไปคุณสามารถใช้วิธีการใหม่ล่าสุด เพื่อค้นหาว่านี่เป็นอาการที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่จากการตรวจDNA”
เย่เชินหลินพยักหน้า และยอมรับความจริงอย่างไม่ยอกย้อน พอหันหลังจะเดินออกไป คุณหมอก็เรียกเย่เชินหลินจากข้างหลังว่า “คุณเย่ ขอแนะนำให้คุณพักรักษาตัวอยู่ที่ลอสแองเจลิสจะดีกว่านะครับ ยังไงซะระดับการรักษาของที่นี่ก็ค่อนข้างสูงพอสมควรเลย”
เย่เชินหลินหันหน้าไปมองคุณหมอ ยิ้มแล้วพูดว่า “ผมเลี้ยงลูกแมวตัวหนึ่งเอาไว้ในบ้าน ถ้าไม่กลับไปเกรงว่าลูกแมวของผมจะกระวนกระวายใจน่ะสิครับ”
เย่เชินหลินเดินออกไปแล้ว คุณหมอจึงพึมพำเบาๆว่า “คนจีนนี่รักสัตว์มากจริงๆ”
เย่เชินหลินรีบนั่งเครื่องบินส่วนตัวจากลอสแองเจลิสกลับไปยังประเทศจีน และทั้งหมดนี้เซี่ยชีหรั่นล้วนไม่รู้อะไรเลย ในความฝัน เย่เชินหลินนั่งอยู่คนเดียวและมองดูตัวเองอยู่ข้างๆ ไม่เข้าไปใกล้ๆ แล้วก็ไม่ห่างไปไกล
“เชินหลินหรอ?” เซี่ยชีหรั่นพึมพำออกมาเบาๆ พอรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่อ่อนโยนอยู่บนริมฝีปากเซี่ยชีหรั่นก็พลิกตัวตื่นขึ้นมา
ตรงหน้าคือใบหน้าอันหล่อเหล่าที่ขยายใหญ่ขึ้นของเย่เชินหลิน เซี่ยชีหรั่นกระพริบตาปริบๆ ไม่ว่าเย่เชินหลินจะดูดตัวเองอยู่ก็ตาม จนกระทั่งเซี่ยชีหรั่นพบว่าไหล่ของตัวเองเย็นซู่ขึ้นมา จึงผลักเย่เชินหลินออกไปในทันที แล้วดึงชุดนอนขึ้นมาถึงบนไหล่
“เช้าแล้ว! จะทำอะไร!” ใบหน้าของเซี่ยชีหรั่นแดงก่ำขึ้นมาเพราะความตื่นเต้น ช่วงนี้เกิดเรื่องขึ้นหลายเรื่อง เธอกับเย่เชินหลินไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้มาหนึ่งอาทิตย์แล้ว พอคิดถึงตรงนี้ สีหน้าของ เซี่ยชีหรั่นก็ยิ่งแดงมากขึ้น
“คิดอะไรอยู่หรอ?” เย่เชินหลินเหยียบขอบเตียงขึ้นไปแล้วค่อยๆเข้าไปใกล้เซี่ยชีหรั่นทีละก้าวๆ เซี่ยชีหรั่นถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว เธอเอนหลังพิงเข้ากับเสาเตียงที่เย็นยะเยือกแล้วหลับตาลงด้วยความเขินอาย
ไม่ได้มีพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงในจินตนาการ ผมที่อยู่บนหน้าผากของเธอถูกปัดออก และนำมาซึ่งความรู้สึกที่หนาวเย็นเล็กน้อย พอเซี่ยชีหรั่นลืมตาขึ้นมา ก็เห็นขนตางอนยาวของเย่เชินหลิน
“ยังเจ็บอยู่ไหม?” เย่เชินหลินลูบบาดแผลที่เซี่ยชีหรั่นถูกหลัวหมี่เสว่ทำร้าย แม้จะแกะผ้าพันแผลออกแล้ว แต่ปากแผลก็ยังมีรูอยู่หนึ่งรู