ตอนที่ 1381
ตอนที่ 1381 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1281
October 28, 2026
“วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับสองคนนี้กันนะ?” เซี่ยชีหรั่นมองเย่เนี่ยนโม่อย่างสงสัย มีเพียงร่องรอยความเข้าใจที่แวบเข้ามาในดวงตาของไห่โจ๋ซวนเท่านั้น
เย่เนี่ยนโม่หยิบบัตรแล้วแสร้งเดินโงนเงนเข้าไปในห้องน้ำ เก้าอี้ในห้องน้ำนั้นว่างเปล่าไม่มีคนเลย
เย่เนี่ยนโม่ก้มหน้าดูสิ่งที่บัตรไปมาอยู่ในมือของเขา ในชั่วขณะหนึ่งจู่ๆเขาก็คิดขึ้นได้ว่าติงยียีจะต้องดีใจมากแน่ๆที่ได้เห็นบัตรของงานประเมินมณีของเซี่ยชีหรั่น เย่เนี่ยนโม่จึงวางบัตรไว้บนม้านั่งยาวแล้วกลับออกไป
มีร่างหนึ่งแวบขึ้นมาจากอีกด้าน นั่นก็คือซือซือที่ไม่ได้พบกันนาน ซือซือมองดูเงาด้านหลังที่จากไปของเย่เนี่ยนโม่ด้วยสายตาที่ชั่วร้ายและมองดูบัตรในมืออีกครั้ง
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเย่เนี่ยนโม่และพนักงานทำความสะอาดคนนั้นล้วนอยู่ในสายตาของเธอทั้งหมด อ้าวเสว่คือลูกสาวของเธอ เธอต้องการให้เย่เนี่ยนโม่แต่งงานกับอ้าวเสว่เพื่อเข้าสู่ตระกูลเย่และช่วยตนเองทำลายตระกูลเย่
ไม่มีใครขวางแผนการของเธอได้ ซือซือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรหาอ้าวเสว่
สุดท้ายถึงเวลาเลิกงาน ติงยียีหรี่ตาขณะเดินออกมาจากประตูโรงแรมพร้อมกับคลำหาเส้นทางกลับบ้านตามปกติอย่างระมัดระวัง
เธอทิ้งรถจักรยานไว้ที่ประตูทางเข้าโรงแรม เพราะถึงยังไงรถคันนั้นก็โทรมมากจนไม่มีใครขโมยไปอยู่แล้ว
ติงยียีตกใจจนสะดุ้งโหยงเมื่อถูกตบไหล่และหลบไปที่ด้านข้างเหมือนกระต่ายน้อยที่ตกใจกลัว
“ฉันเอง” เย่ชูฉิงรู้สึกผิดในใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นติงยียีตกใจกลัวอยู่ไม่เบา
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?” เย่ชูฉิงหรี่ตามองดูถึงเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่นักศึกษาชายที่ได้ชดใช้เงินคืนหลังจากทุบโทรศัพท์ของเธอในร้านอินเตอร์เนตคาเฟ่คนนั้น
“เกิดอะไรขึ้นกับตาของเธอ?” เย่ชูหวินมองดูดวงตาที่หรี่ลงอย่างหนักของติงยียี และทั้งตัวแทบจะแนบติดกับตนเองอยู่แล้วจึงถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยถาม
“แว่นตาพังน่ะ” ติงยียีรู้สึกเสียใจอย่างมากเมื่อนึกถึงว่าวันนี้ชนกับแขกแล้วยังทำน้ำสกปรกหกใส่เท้าแขกอีกด้วย
“เธอจะกลับบ้านแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะ?” เย่ชูหวินไม่ชอบพูด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความคิดในเชิงตรรกะของติงยียีแล้วทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากซักถามอีกครั้ง
“เดินไปที่ป้ายรถเมล์ จากนั้นก็นั่งรถกลับบ้านไงล่ะ” ติงยียีตอบตรงไปตรงมา
เย่ชูหวินมีความคิดที่พาติงยียีเดินทางไปด้วย ติงยียีส่ายหัว : “ไม่เป็นไร ฉันกลับเองได้”
“ตกลง งั้นนี่ของเธอ” เย่ชูหวินไม่บังคับอีกและยื่นบัตรในมือที่ได้รับจากเซี่ยชีหรั่นส่งให้ติงยียี
เย่เนี่ยนโม่ที่ขับรถออกมาจากโรงรถชั้นใต้ดินมองเห็นติงยียีที่กำลังหรี่ตาและชะเง้อคอยาวเพื่อคอยดูรถเมล์ที่ขับใกล้เข้ามา
“ตอนถูกคนร้ายลักพาตัวไปก็มองเห็นคนร้ายได้ไม่ชัดด้วยสิ” เย่เนี่ยนโม่ส่ายหัวอย่างตลกขบขัน
กระจกรถถูกเคาะ เย่เนี่ยนโม่ลดกระจกรถลงแล้วพูดด้วยความประหลาดใจว่า : “อ้าวเสว่ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”
อ้าวเส่วมองติงยียีที่อยู่ไกลออกไปอย่างเฉยเมยแล้วหันหน้ากลับมายิ้มให้กับเย่เนี่ยนโม่พร้อมกับพูดว่า : “ไม่มีอะไรค่ะ พอดีฉันมากินข้าวที่นี่ คุณลุงกับคุณป้าล่ะคะ?”
“วันพรุ่งนี้แม่ของฉันมีงานงานประเมินมณี เมื่อกี้นี้ทั้งสองทานข้าวเสร็จแล้วก็ไปสถานที่จัดงานเลย” เย่เนี่ยนโม่ทอดสายตาไปยังรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกล ติงยียีกระโดดขึ้นรถแล้วพูดพึมพำกับคนขับสองสามคำแล้วกระโดดลงจากรถอีกรอบ เห็นได้ชัดว่านั่งผิดสถานี
อ้าวเสว่ยิ้มแล้วโบกมือให้เย่เนี่ยนโม่ : “ถ้าอย่างนั้นคุณรีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้าแล้วหมุนกระจกรถขึ้น
“เมื่อกี้นี้ทำไมไม่ให้เขาไปส่งลูกล่ะ อาวุธที่สำคัญของผู้หญิงคือการออดอ้อนรู้หรือเปล่า?”
ซือซือเดินออกมาจากเงามืดและมองไปยังทิศทางที่เย่เนี่ยนโม่จากไปแล้วเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“แม่คะ ฉันต้องการความรักที่บริสุทธิ์ ฉันหวังว่าสักวันหนึ่ง เย่เนี่ยนโม่จะไม่ได้รักฉันที่ทำตัวอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าคนนั้น แต่ยังมีบางครั้งที่ยังเห็นแก่ตัวและชอบทำตัวขี้งอนด้วย” อ้าวเสว่รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เย่เนี่ยนโม่สนใจติงยียีอย่างเห็นได้ชัด
ซือซือมองใบหน้าตรงหน้าที่มีความคล้ายคลึงกับตนเองอยู่หลายส่วนแล้วพูดเบาๆว่า : “ฉันไม่สนว่าแกจะใช้วิธีอะไร ฉันแค่ต้องการให้แกแต่งงานเข้าตระกูลเย่ หลายปีมานี้ ฉันใช้เงินกับแกไปไม่น้อย”
อ่าวเสว่นิ่งเงียบ เธอไม่มีกำลังจะไปโต้เถียงกับแม่ที่เป็นเช่นนี้ ซือซือเองก็ไม่สนใจด้วยเช่นกัน เธอเรียกรถแท็กซี่แล้วรถส่งเสียงคำรามขับออกไป
หน้าโรงแรมมีผู้คนผ่านไปมา มีแสงไฟสว่างไสวทั่วทุกที่ แต่จะมีใครที่จะสนใจตัวเธอจริงๆ จะมีที่ไหนที่ตนเองจะสามารถหัวเราะได้อย่างไร้ยางอายได้ล่ะ? ทันใดนั้นอ่าวเสว่รู้สึกเศร้าใจอย่างมาก เศร้าใจจนหายใจไม่ออก สองขาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวไว้ได้ ทำได้เพียงแค่หมอบลงไปบนพื้น
ข้างหูมีเสียงรถคำรามดังขึ้น “เธอกำลังทำอะไรน่ะ?” เสียงของเย่เนี่ยนโม่ดังขึ้นโดยฉับพลัน อ้าวเสว่เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“เธอกำลังทำอะไรอยู่? ไม่สบายใจหรือเปล่า?” เย่เนี่ยนโม่ถามอีกครั้ง
อ้าวเสว่ส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นยืนและเอ่ยถามเย่เนี่ยนโม่พร้อมกับแสร้งทำท่าทางผ่อนคลาย : “ลืมของเหรอคะ?”
เย่เนี่ยนโม่เหยียดแขนออกมาและชี้เวลาบนนาฬิกาพร้อมกับพูดว่า : “ตอนนี้ใกล้จะสี่ทุ่มครึ่งแล้ว ผู้หญิงอยู่ข้างนอกไม่ปลอดภัย ฉันจะส่งเธอกลับบ้าน”