ตอนที่ 1386
ตอนที่ 1386 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1286
October 28, 2026
เรื่องราวยังคงเริ่มต้นด้วยดีเป็นอย่างมาก คิดไม่ถึงเลยว่าอ้าวเสว่ดูเหมือนจะรู้จักกันเหยนหมิงเย้าคนนี้ด้วย จึงเป็นการยากที่จะรับประกันว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ทำให้สารภาพออกไปเพราะอยากประจบเอาใจเย่เนี่ยนโม่ และติงยียีผู้หญิงคนนี้ก็ยังเป็นตัวแปรอีกคนหนึ่งเช่นกัน
ซ่งเมิ่นเจ๋หันหน้ามาด้วยความดีอกดีใจ แล้วเห็นไห่โจ๋ซวนกำลังจ้องมองติงยียีอยู่ตลอดเวลาเข้าพอดี หัวใจที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจก็ลดต่ำลงเล็กน้อย ตัวเองคงคิดมากไปแล้วล่ะมั้ง
หลังจากที่ต่อสู้อย่างดุเดือดรอบแล้วรอบเล่า ติงยียีก็หลายใจหอบ ถึงแม้ว่าตอนเริ่มต้นเธอจะมีความกล้าหาญมากมายแค่ไหนก็ตามถึงอย่างไรเธอก็เป็นผู้หญิง พอวิ่งลงมาจากสนามเธอจึงรู้สึกเหนื่อยจนทนไม่ไหว เย่เนี่ยนโม่ตบไหล่ของติงยียี แล้วพูดเบาๆว่า “ยังโอเคใช่ไหม?”
ติงยียีพยักหน้า แล้วหันไปยิ้มแหยๆให้เย่เนี่ยนโม่ เย่เนี่ยนโม่ตบไหล่ติงยียีเพื่อให้กำลังใจเธอแล้วพูดว่า "รอบสุดท้ายแล้วนะ สู้ๆ!"
จางถังก็เหนื่อยจนทนไม่ไหวเช่นเดียวกัน สายตาของเขาจ้องมองไปที่เย่ชูฉิงหลายครั้ง แต่สายตาอีกฝ่ายกลับจับจ้องไปที่ตัวของเย่เหนี่ยนโม่อยู่ตลอดเวลา หรือว่าเย่เนี่ยนโม่จะเป็นแฟนของผู้หญิงคนนี้ จางถังยิ่งเกลียดเย่เนี่ยนโม่มากขึ้นไปอีกจนต้องกัดฟันกรอดกรอด
เย่เนี่ยนโม่วิ่งสามก้าวชู๊ตบาสขึ้นไปอย่างสวยงาม แล้วหันไปมองจางถังอย่างทะนงองอาจ จากนั้นทั้งสนามก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจ ติงยียีกับเย่เนี่ยนโม่ต่างก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แล้วทั้งสองคนก็โอบกอดกันไปโดยธรรมชาติ
ฝีเท้าของอ้าวเสว่ชะงักงันเล็กน้อย หัวใจที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจก็เย็นชาลงเล็กน้อยเช่นเดียวกัน เธอเดินไปพร้อมกับสะกดจิตตัวเองไม่หยุด ฉันคงคิดมากไปแล้ว พวกเขาทั้งสองคนไม่มีอะไรกันสักหน่อย อย่าคิดมาก อย่าคิดมาก
“เนี่ยนโม่! นายเก่งจัง!” อ้าวเสว่ยื่นน้ำที่อยู่ในมือให้เย่เนี่ยนโม่ จากนั้นเย่เนี่ยนโม่จึงถือโอกาสยื่นให้ติงยียีแล้วสายตาของอ้าวเสว่ก็มืดสลัวลงมา
“พี่โจ๋ซวน เราไปโรงพยาบาลกันเถอะ” เย่ชูฉิงยังคงเป็นห่วงกังวลเล็กน้อย ซ่งเมิ่นเจ๋ก็คล้อยตามอยู่ข้างๆ
ไห่โจ๋ซวนก้มหน้ายิ้มให้กับเย่ชูฉิงด้วยความรักและเอ็นดูเป็นอย่างมาก "ในเมื่อชูฉิงพูดอย่างนี้ ก็ไปสิ ไม่อยากให้เธอต้องเป็นกังวลน่ะ"
เย่ชูฉิงยิ้มหวาน พี่โจ๋ซวนมักจะเป็นห่วงความรู้สึกของเธอแบบนี้อยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นเมื่อตัวเองกลับไปจะต้องเป็นห่วงเขามากจนนอนไม่หลับแน่นอน
"ใช่แล้ว! เลียนเสียงสุนัขที่ตกลงกันไว้ล่ะ!” ในขณะที่ติงยียีกำลังมองจางถังกับคนกลุ่มหนึ่งเตรียมจะออกไปจากสนาม เธอก็เท้าสะเอวแล้วพูดเสียงดังออกมา
“จริงด้วย! เลียนเสียงสุนัข ทำไมถึงได้หนีไปแล้วล่ะ!” มีคนบางคนที่อยู่ในสนามด้วยเมื่อวานเอะอะโวยวายขึ้นมาในฝูงชน อย่างไรซะคนเยอะขนาดนี้ก็ไม่หาตัวเองไม่เจออยู่แล้ว
สีหน้าของจางถังเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาวซีดขึ้นมา สายตาของเหยนหมิงเย้ากวาดไปทางไห่โจ๋ซวน ความหมายชัดเจนมากว่า นายให้ฉันชนนายแล้ว ตอนนี้พวกนายชนะแล้วก็ต้องแสดงน้ำใจช่วยอะไรสักหน่อยใช่หรือไม่?
“ช่างมันเถอะ!” เย่เนี่ยนโม่หยิบบาสเกตบอลขึ้นมาแล้วพูดอย่างเฉยเมย อภัยคนได้พึงให้อภัยคือสิ่งที่แม่สอนตัวเองมาโดยตลอด แม้ว่าพ่อจะคิดว่าทำเช่นนี้จะดูใจอ่อนเหมือนผู้หญิงมากเกินไปก็ตาม แต่เขากลับไม่คิดว่ามันผิดอะไร
ความใจกว้างของเย่เนี่ยนโม่ไม่ได้ทำให้จางถังถอนหายใจด้วยความโล่งอกเลย กลับทำให้เขายิ่งเกลียดเย่เนี่ยนโม่มากขึ้นไปอีก แล้วคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จากไปด้วยความเอือมระอา
“คืนนี้ไปหาที่ฉลองกัน!” คนในทีมบาสเกตบอลตบเย่เนี่ยนโม่และไห่โจ๋ซวน ติงยียีแกว่างแขนที่ปวดเมื่อยไปมาอย่างเงียบๆ และวางแผนที่จะจากไป พอเพิ่งจะหันหลังไป ข้อมือก็ถูกเย่เนี่ยนโม่คว้าเอาไว้ “มาด้วยกันเถอะ” เย่เนี่ยนโม่พูด
ภายในห้องคาราโอเกะของโรงแรมตี้เหา บรรดาเด็กหนุ่มของทีมบาสเกตบอลเหล่านั้นกำลังแย่งไม่โครโฟนกันและร้องเล่นเต้นรำกันอย่างบ้าคลั่ง เย่ชูฉิงกับซ่งเมิ่นเจ๋ต่างคนต่างนั่งอยู่ทั้งสองข้างของไห่โจ๋ซวน ผู้หญิงทั้งสองคนรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย เพราะในใจต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายสนใจไห่โจ๋ซวนอยู่
“ชูฉิง ได้ยินว่าเธออยากเป็นช่างทำขนมอย่างนั้นเหรอ?” ไห่โจ๋ซวนเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน
ชูฉิงพยักหน้า และหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อพูดถึงอุดมคติของตัวเอง แต่เธอก็ยังพูดอย่างหนักแน่นออกมาว่า “ก็ได้พูดคุยกับคุณแม่แล้วค่ะ ท่านบอกว่าท่านสนับสนุนการตัดสินใจของฉันค่ะ”
ดวงตาของเย่ชูฉิงเป็นประกายด้วยความมั่นใจ สวยจนทำให้ผู้คนไม่สามารถละสายตาได้ ไห่โจ๋ซวนมองดูด้วยความตกตะลึงอย่างไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เล็กน้อย และยังมีนักบาสเกตบอลกำลังมองดูด้วยความตกตะลึงอีกสองสามคน แต่พอมองไปที่ไห่โจ๋ซวนเท่านั้น ทั้งหมดก็บังคับตัวเองไม่ให้ไปสนใจสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า เพราะยังไงซะผู้หญิงที่ขาวรวยสวยอย่างอีกฝ่ายก็ไม่เห็นตัวเองอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
“พี่โจ๋ซวน?” เย่ชูฉิงหน้าแดงยิ่งขึ้น ก้มหน้าลงแล้วเรียกเบาๆ
“ฉันจะออกไปซื้อน้ำสักขวดนะ” ซ่งเมิ่นเจ๋ยืนขึ้นและพูดอย่างอ่อนโยน เธอไม่สามารถช่วงชิงไห่โจ๋ซวนกับคนอื่นได้ แต่เธอก็รู้สึกเจ็บปวดใจเหมือนกัน และเมื่อรู้สึกเจ็บปวดใจเธอก็มักจะหลีกเลี่ยงจนเคยชิน
ไห่โจ๋ซวนที่กำลังคุยกับเย่ชูฉิงหันกลับมาและพูดว่า “ตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว ผู้หญิงออกไปข้างนอกคนเดียวมันอันตรายนะ ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอ”
ไห่โจ๋ซวนลูบศีรษะของเย่ชูฉิงแล้วพาซ่งเมิ่นเจ๋ออกไปข้างนอก เย่ชูฉิงอยากจะร้องไห้ เธอรู้สึกเหมือนตกจากสวรรค์ลงสู่นรกในทันที จากนั้นก็มีคนที่อยู่ข้างๆตบตัวเอง แล้วเย่ชูฉิงก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
ติงยียีชอบชูฉิงที่มีเสียงเล็กๆและหน้าตาที่สวยหวานมาก พอเห็นอีกฝ่ายเบ้าตาแดงนิดๆ ก็นึกว่าตัวเองมือหนักเกินไป จึงรีบโบกมือแล้วพูดว่า “ขอโทษนะ ฉันทำให้เธอกลัวหรือเปล่า”
เย่ชูฉิงส่ายหน้าให้ติงยียี แล้วพยายามฝืนยิ้ม อ้าวเสว่ยื่นไมโครโฟนมาตรงหน้าเย่ชูฉิง แล้วพูดอย่างประจบเอาใจว่า “ชูฉิง อยากร้องเพลงด้วยกันกับฉันไหม?”
อ้าวเสว่ดีต่อเย่ชูฉิงมาโดยตลอด เย่ชูฉิงเป็นลูกของเซี่ยชีหรั่น ถ้าหากตัวเองอยากจะแต่งงานกับเนี่ยนโม่ก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเย่ชูฉิง แต่ดูเหมือนว่าตั้งแต่เล็กจนโตเย่ชูฉิงจะไม่มีท่าทีที่กระตือรือร้นต่อตัวเองเลย ครั้งนี้ก็เช่นกัน เย่ชูฉิงหยิบไมโครโฟนมาแล้วเปลี่ยนมือส่งให้เย่เนี่ยนโม่ที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็ไปนั่งอยู่ข้างๆติงยียี ดูไปแล้วก็เหมือนกับกำลังซ่อนตัวเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น