ตอนที่ 1402
ตอนที่ 1402 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1302
October 28, 2026
“ฮ่าๆๆ” เย่เนี่ยนโม่ใช้ช้อนตักอีกคำ แล้วกินอย่างสบายๆ โดยไม่รู้สึกลำบากกับการกลืนลงไปเลย
อ้าวเสว่ทั้งทนไม่ได้ทั้งมีความสุข เธอลุกขึ้นเพราะอยากจะเทน้ำผลไม้ให้เขา
เดินไปได้ไม่กี่ก้าวหลังจากเทน้ำผลไม้แล้ว ตาของอ้าวเสว่ก็พร่ามัว เดินโซเซอยู่ชั่วครู่ เย่เนี่ยนโม่คว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทันเวลา น้ำผลไม้ก็หกรดตัวเธอ
“ทำไมจู่ๆถึงได้เวียนหัว วันนี้เธอกินข้าวหรือเปล่า?” เย่เนี่ยนโม่อุ้มอ้าวเสว่ไปวางไว้บนโซฟาแล้วก้มหน้าถาม ใบหน้าของอ้าวเสว่เป็นสีแดงขึ้นมาเล็กน้อยและส่ายหน้า เมื่อเห็นเย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วก็รีบพูดว่า : “กินข้าวเช้าแล้วค่ะ”
เพื่อทำเค้กชิ้นนี้ให้เย่เนี่ยนโม่กิน กินข้าวเช้าเสร็จแต่เช้าตรู่ก็ไปหาซื้อวัตถุดิบแล้วก็ยุ่งทั้งวันจนลืมกินข้าวไปเลย
เย่เนี่ยนโม่ถอนใจแล้วถอดชุดนอกที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำผลไม้มาวางไว้บนเก้าอี้ เขาหยิบกุญแจออกมาแล้วพูดกับอ้าวเสว่ : “ตอนนี้ถ้ากินเค้กจะไม่ดีกับท้องของเธอ ฉันจะไปซื้อโจ๊กมาให้”
อ้าวเสว่มองเย่เนี่ยนโม่ออกประตูไปด้วยสายตาหวานฉ่ำ เนี่ยนโม่ไม่ได้ตำหนิตนเองที่โกหกเขาแล้วยังออกไปซื้อโจ๊กให้อีก ในใจของเธอรู้สึกอยู่ตลอดว่าความสุขที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องจริง
ตอนนี้ดูเหมือนว่าตนเองสามารถเชื่อใจเนี่ยนโม่ได้แล้วล่ะและเชื่อว่าเขาสามารถนำความสุขมาให้เธอได้
และในเวลานี้เอง เสียงโทรศัพท์ได้ดังขึ้น : “แม่ มีอะไรเหรอคะ?”
“แกเป็นลูกสาวของฉัน ไม่มีเรื่องอะไรก็มาหาแกไม่ได้งั้นเหรอ?” เสียงของซือซือนั้นค่อนข้างคลุมเครือ อ้าวเสว่รู้ว่าแม่ของตนเองจะต้องเมาอีกแล้ว ตอนเป็นเด็กเอาตัวเธอจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไปเลี้ยงเป็นลูกแล้วส่งกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้ก็นึกอยากจะเชื่อมสัมพันธ์กับเธอ ความรักในครอบครัวแบบนี้ช่างน่าเศร้าจริงๆ
“แม่ ถ้าไม่มีอะไร ฉันจะวางสายแล้ว ฉันเหนื่อยจริงๆ” อ้าวเสว่ทำท่าจะวางสาย
“คืนนี้ฉันเห็นเย่เนี่ยนโม่อยู่กับผู้หญิงคนอื่น แกบอกว่าเย่เนี่ยนโม่จะต้องชอบแก ฉันคิดว่าความชอบแบบนี้มันอันตรายมากนะ ฉันเคยบอกแล้วว่าผู้ชายของตระกูลเย่จะไม่มีทางลงหลักปักฐานเร็วขนาดนั้น” ซือซือพูดอธิบายอย่างช้าๆและไม่รีบร้อน เนื่องจากลูกสาวที่บ่มเพาะมาอย่างยากลำบากไม่เชื่อฟัง ถ้าอย่างนั้นตนเองต้องค่อยๆล้างความสุขของเธอไปทีละน้อยทำให้เธอต้องพึ่งพาได้แค่ตัวเธอเท่านั้น
หัวใจของอ้าวเสว่เต้นแรงขึ้นมาในทันใด เธอตื่นตระหนกอย่างไม่อาจควบคุมได้ เนี่ยนโม่อยู่กับผู้หญิงคนอื่นงั้นเหรอ? แล้วทำอะไรกันเหรอ? ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?
สายตามองไปยังเสื้อนอกที่เย่เนี่ยนโม่วางไว้บนเก้าอี้ด้วยใจที่ตื่นตระหนก เย่เนี่ยนโม่ไม่คิดหยุมหยิมที่ตนเองหลอกเขา และกินเค้กที่ไม่อร่อยเลย แถมยังออกไปซื้อโจ๊กด้วย ที่เขาทำทั้งหมดนี้ไม่ใช่เธองั้นเหรอ? ถ้าฉันยังสงสัยเขาอยู่ที่นี่ มันไม่ยุติธรรมกับเขาเลยจริงๆ
อ้าวเสว่เห็นแสงสว่างในทันทีแล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า : “แม่คะ ฉันเชื่อเนี่ยนโม่ ถ้าหากว่าเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นจริงๆ ฉันเชื่อว่าจะต้องมีเหตุผลว่ามีเรื่องจำเป็นที่ต้องพูดคุยด้วย”
ซือซือผงะไปแล้วเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างรวดเร็ว : “ลูกเอ๋ย แม่เพียงแค่อยากให้ลูกได้รู้ว่าในโลกใบนี้มีแต่แม่เท่านั้นที่คิดถึงลูก ในเมื่อลูกคิดอย่างนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ให้กาลเวลาพิสูจน์คนเถอะ”
ซือซือวางสายแล้วมองร่างเปลือยเปล่าในห้องน้ำ บนหน้าอกมีรอยแผลเป็นยาวแล้วยังมีจุดบกพร่องที่ทำให้ตนเองไม่อาจจะเงยหน้าขึ้นได้ตลอดชีวิต ถ้าต้องการให้อ้าวเสว่เชื่อฟังตนเองอย่างถึงที่สุด หนทางยังอีกยาวไกลทำจะทำให้เธอกลายเป็นหมากในการล้างแค้นตระกูลเย่ และเธอรอแทบจนไม่ไหวแล้ว
อ้าวเสว่ขว้างโทรศัพท์ไปอย่างไม่ใส่ใจ ในใจรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ไม่ได้เลือกที่จะมีแม่แบบนี้เลย เธอพลิกตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่บนพื้น ทันใดนั้นสายตาก็ถูกใบเสร็จซื้อสินค้าแผ่นเล็กๆที่อยู่บนพื้นดึงดูด
เมื่อหยิบขึ้นมาดูแล้วเป็นร้านเสื้อผ้าหรูหราระดับสากล น่าแปลก ยี่ห้อนี้ผลิตแต่เสื้อผ้าผู้หญิงเท่านั้นนี่นา อ้าวเสว่พลิกใบเสร็จ บนใบเสร็จยังมีการ์ดใบเล็กๆที่เป็นสไตล์ของชุดติดอยู่ หรือว่าเนี่ยนโม่วางแผนจะซื้อเสื้อผ้าให้เธองั้นเหรอ?
อ้าวเสว่เอาใบเสร็จใส่กลับคืนไปในเสื้อคลุมของเย่เนี่ยนโม่ ในเมื่อต้องการที่จะเซอร์ไพรส์ตนเอง แน่นอนว่าตัวเธอจะต้องไม่รู้อะไรเลย ชุดนี้เป็นสไตล์ที่ฉันชอบจริงๆ ต้องใส่สร้อยคอและรองเท้าแบบไหนถึงจะเข้ากันล่ะ?
เนี่ยนโม่กลับมาพร้อมกับโจ๊ก อ้าวเสว่กินไปพลางพร้อมกับมองเขาไปพลาง รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากพูด
เนี่ยนโม่เพิ่งจะโทรหาชูฉิงเมื่อกี้นี้ ดูเหมือนว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายจะผิดปกติ จึงไม่ได้สังเกตสายตาที่คาดหวังของอ้าวเสว่
“เนี่ยนโม่คะ พรุ่งนี้วันเสาร์ พวกเราไปสวนสัตว์ดีไหม?” อ้าวเสว่กัดช้อนแล้วเสนอแนะ เนี่ยนโม่อาจจะอยากมอบของขวัญชิ้นนั้นให้ตนเองเนื่องในโอกาสพิเศษก็เป็นได้?
“สวนสัตว์เหรอ? อืม ก็ดีนะ แต่ว่าฉันต้องไปหาชูฉิงก่อน เธอโทรหาฉัน” เย่เนี่ยนโม่ยังคงพูดถึงคำพูดของชูฉิงจึงเหม่อลอยอยู่เล็กน้อย
วันรุ่งขึ้น ประตูห้องเปิดออก ติงยียีนอนสะลึมสะลืออยู่ ติงต้าเฉินถือโทรศัพท์ที่ตกอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้วเขย่าปลุกติงยียีด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ยียีเอ๊ย แฟนของลูกโทรมาน่ะ”
“แฟน? ฉันมีแฟนที่ไหนกัน พ่อคะไม่ต้องมาใช้แผนการนี้บังคับให้ฉันตื่นเลย” ติงยียีพลิกตัวแล้วนอนต่อ
ติงต้าเฉินร้อนใจแล้ว ชายหนุ่มยังคงรอสายอยู่นะ เขาเปิดผ้าห่มของติงยียีแล้ววางโทรศัพท์ไว้ข้างหูของเธอ
“ยียีเหรอ?” เสียงของเย่ชูหวินดังออกมา ติงยียีตื่นขึ้นมาในทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้าง เขาต้องได้ยินบทสนทนาทั้งหมดที่เธอคุยกับพ่อเมื่อกี้แล้วแน่ๆ ครั้งนี้ดวงซวยแบบสุดๆจริงๆ
เสียงของเย่ชูหวินในโทรศัพท์ไม่เย็นชาเหมือนในความเป็นจริง ตรงกันข้ามกลับมีความทุ้มลึกเป็นพิเศษ เสียงเฉยเมยที่เอ่ยถามนั้นมีร่องรอยของรอยยิ้ม : “ให้ฉันไปรับเธอไหม?”