ตอนที่ 1405
ตอนที่ 1405 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1305
October 28, 2026
“พี่โจ๋ซวนคะ อาทิตย์นี้คุณไม่ได้มาหาฉันเลย เพราะงานยุ่งมากใช่ไหม?” เย่ชูฉิงมองไปที่ไห่โจ๋ซวนอย่างดื้อรั้นโดยไม่สนใจสายตาของทุกคน เธอไม่เชื่อว่าเพียงเพราะคำพูดของพี่ชายไม่กี่คำ พี่โจ๋ซวนก็ไม่แยแสเธอเลยโดยสิ้นเชิง
ซ่งเมิ่นเจ๋นั่งอยู่ข้างๆไห่โจ๋ซวนพร้อมกับมองไห่โจ๋ซวนอย่างเป็นกังวล หลายวันมานี้ไห่โจ๋ซวนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าสาเหตุเป็นเพราะมีอะไรผิดปกติกับเย่ชูฉิงใช่ไหม?
“เพื่อนร่วมชั้นคนนี้ ขอเชิญออกไปเดี๋ยวนี้เลย ที่นี่คือชั้นเรียน!” อาจารย์ในคาบเรียนเคาะไม้บรรทัดอย่างแรงอยู่บนเวที
“เย่ชูฉิง กลับไปกับฉัน” เย่เนี่ยนโม่ใช้โทนเสียงที่ดังมากขึ้นและขมวดคิ้ว ตอนนี้เขาเริ่มคิดว่า เมื่อเขาทำเช่นนั้นในตอนแรก มันเด็ดขาดเกินไปหน่อยใช่ไหม ถ้าหากว่าเขาค่อยๆไปทีลทีละสเตปอาจจะดีกว่านี้
ไห่โจ๋ซวนลุกขึ้นยืนแล้วลูบศรีษะของเย่ชูฉิงน้ำเสียงยังคงอ่อนโยนอย่างเช่นที่เคยเป็นมาเสมอ : “ชูฉิงเด็กดี ที่นี่คือห้องเรียน เธอกลับไปก่อนดีไหม?”
พี่โจ๋ซวนยังคงอ่อนโยนเหมือนที่คาดไว้ เย่ชูฉิงกลั้นน้ำตาและส่ายหน้าและต้องการจะจับนิ้วมือของไห่โจ๋ซวนเหมือนตอนเป็นเด็ก ไห่โจ๋ซวนจงใจหลบเลี่ยงทำให้มือของเย่ชูฉิงต้องค้างกลางอากาศ
เย่เนี่ยนโม่ทนมองต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาดึงมือเย่ชูฉิงออกไป ท่าทางของไห่โจ๋ซวนชัดเจนมากขนาดนี้ น้องที่โง่เขลา ทำไมเธอถึงได้ดื้อรั้นแบบนี้นะ!
“พี่โจ๋ซวน ฉันเกลียดคุณ!” เย่ชูฉิงร้องไห้และตะโกนออกมา เธอสะบัดมือพี่ชายออกแล้ววิ่งไปข้างนอก
ซ่งเมิ่นเจ๋ยื่นอยู่ด้านหลังของไห่โจ๋ซวน มองเห็นไห่โจ๋ซวนค่อยๆกำหมัดของตัวเองแน่น แม้แต่จังหวะก้าวเท้ายังเบนออกไปด้านนอกเล็กนอก เห็นอยู่ชัดๆว่าใส่ใจ เห็นอยู่ชัดๆว่าอยากไล่ตามไป แต่ว่าทำไมต้องกดทับมันเอาไว้ล่ะ?
ติงยียีเพิ่งออกมาจากห้องสมุด มองเห็นคนที่วิ่งอย่างสุดกำลังอยู่บนทางเดินดูคล้ายกับเย่ชูฉิงจึงวิ่งโกยแนบไล่ตามไป สุขภาพของเย่ชูฉิงอ่อนแอตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลแล้วยังวิ่งตั้งแต่เพิ่งจะออกจากโรงพยาบาล ระหว่างที่วิ่งจึงเวียนหัวจนซวนเซและล้มลง
“ชูฉิง!” ติงยียีรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อประคอง ขณะที่อยู่ในศาลามองดูใบหน้าของเย่ชูฉิงที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาแล้ว ติงยียีลังเลเล็กน้อยไม่รู้ว่าตนเองควรจะถามดีไหม
“พี่ยียีคะ? พี่ว่าทำไมพี่โจ๋ซวนถึงไม่ชอบฉัน?” เย่ชูฉิงอิจฉาที่ติงยียีนั้นดูเข้มแข็งอยู่เสมอจึงอดไม่ได้ที่จะพูดเรื่องราวในใจกับเธอ แล้วก็บางทีเป็นเพราะเธอเป็นคนรอบตัวที่ติดต่อด้วยน้อยที่สุด พอพูดเรื่องในใจกับเธอก็จะไม่มีใครหัวเราะเยาะเธอ
“ชูฉิง การชอบใครสักคนมันเจ็บปวดมากนะ เพราะว่าเธอจะกลายเป็นคนที่อ่อนไหวและเปราะบางมาก เธอจะมีความสุขมากจนลอยขึ้นไปก้อนเมฆเพราะคำพูดของอีกฝ่าย และภายในชั่วพริบตาก็ตกลงสู่หุบเหวลึกเพราะคำพูดของเขาด้วยเช่นกัน เธอจะกลายเป็นบริวารของเขา เป็นอย่างนี้แล้วเธอยังต้องการชอบใครสักคนอยู่ไหม?” ตัวของติงยียีไม่มีประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาของความรักมาก่อน เธออธิบายออกมาตามความเข้าใจในเรื่องความรักของตนเอง
เย่ชูฉิงตกตะลึง มองติงยียีอยู่ชั่วขณะแล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่นจากนั้นจึงพูดอย่างหงุดหงิดว่า : “แต่พี่ชายของฉันห้ามไม่ให้ฉันชอบพี่โจ๋ซวน”
ติงยียีกลั้นหัวเราะไม่อยู่ : “เด็กโง่ ความรักและการกินล้วนแต่เป็นสัญชาตญาณเดียวกัน หรือว่าตอนที่เธอ หิวก็จะพอมีคนมาห้ามเธอก็จะไม่กินงั้นเหรอ?”
เย่เนี่ยนโม่ยืนนิ่งอยู่นอกศาลา เมื่อเห็นว่าเย่ชูฉิงอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้วเพราะติงยียี เขาก็ถอนหายใจยาว นี่ถึงจะโล่งใจได้จริงๆ
เย่ชูฉิงและติงยียีคุยกันอยู่นานมาก ในตอนที่ออกมาจากประตูมหาวิทยาลัยพบว่ารถของบ้านตัวเองจอดอยู่ที่หน้าประตู เย่เนี่ยนโม่เอนตัวอยู่หน้ารถแล้วโบกมือให้เย่ชูฉิง
เย่ชูฉิงขึ้นรถ เงียบไปครู่หนึ่งและทันใดนั้นก็พูดว่า : “พี่คะ! ฉันชอบพี่โจ๋ซวน และฉันจะไม่ยอมแพ้!”
เย่เนี่ยนโม่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ติงยียีพูดอะไรกันแน่ถึงทำให้จู่ๆชูฉิงเปลี่ยนเป็นเชื่อมั่นได้ขนาดนั้น? แล้วก็ถอนใจอีกครั้ง หรือไม่ก็ลองอีกครั้งแล้วกัน ถ้าหากยังไม่เป็นผลอีก ครั้งหน้าเขาจะไม่ใจอ่อนอีกแล้ว
ส่งเย่ชูฉิงกลับไปที่โรงพยาบาลแล้ว ทันทีที่เย่เนี่ยนโม่เข้าบ้าน แม่บ้านก็เดินมาหาข้างหน้าแล้วพูดอย่างกังวลใจว่า : “คุณชายน้อยคะ เมื่อเร็วๆนี้ดอกไม้ส่งไปที่สถานเลี้ยงกำพร้าของคุณอ้าวเสว่แล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับไว้ค่ะ”
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว หลายวันมานี้ที่เขาไม่ได้ไปหาอ้าวเสว่เพราะหวังว่างจะให้ช่วงเวลาและพื้นที่สงบระว่างทั้งสองฝ่ายได้คิดว่าทำไมถึงได้ทะเลาะกัน แต่ผลที่ตามมาดูแล้วไม่ดีเลย เมื่อนิ้วมือแตะกุญแจในกระเป๋า เย่เนี่ยนโม่ก็เกิดความคิดในใจ
เขาขับรถมาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เย่เนี่ยนโม่เดินตรงไปจนถึงห้องของอ้าวเสว่ หน้าต่างห้องไม่ได้ปิด อ้าวเสว่จ้องมองทีวีอย่างว่างเปล่า เห็นได้ชัดว่าในทีวีเป็นรายการตลก อ้าวเสว่กลับดูด้วยดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตา
โอ้ พระเจ้า นี่เธอร้องไห้กี่ครั้งแล้วเนี่ย! เย่เนี่ยนโม่มองดูดวงตาที่บวมแดงของอ้าวเสว่อย่างตกใจและอดไม่ได้ที่จะผลักประตูเข้าไป
อ้าวเสว่มองเย่เนี่ยนโม่ที่ผลักประตูเข้ามาด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็ร้องไห้แล้วโยนตุ๊กตาผ้าในอ้อมกอดไปบนตัวเย่เนี่ยนโม่ : “คุณไปเลยนะ ฉันไม่อยากเจอคุณ”
“อ้าวเสว่!” เย่เนี่ยนโม่ก้าวไปข้างหน้าและคว้าแขนของอ้าวเสว่เอาไว้ ทำไมผ่านไปหลายวันแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนถึงได้แย่ลงเรื่อยๆ? เขาจับอ้าวเสว่ที่ดิ้นรนไว้ในอ้อมแขนแล้วถามอย่างยอมแพ้ว่า : “อ้าวเสว่ บอกฉันได้ไหมว่ากำลังคิดอะไร?”
“หรือว่าคุณไม่รู้ว่าฉันกำลังคิดอะไร? คุณซื้อเสื้อผ้าให้ติงยียี พ่อของติงยียีคิดว่าพวกคุณเป็นคู่รักกัน ถ้าอย่างนั้นแล้วฉันล่ะ? ฉันคืออะไร?” อ้าวเสว่เสียใจอย่างมาก เธอปฏิบัติกับเย่เนี่ยนโม่อย่างอ่อนโยนเสมอมา