ตอนที่ 1415
ตอนที่ 1415 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1315
October 28, 2026
“พี่สวี ความเดียวดายเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ถ้าหากว่าเจอคนที่ใช่ ห้ามปล่อยมือเด็ดขาดนะ” นี่เป็นคำอวยพรเดียวที่เซี่ยชีหรั่นจะให้ได้
สวีเห้าเซิงยิ้มแล้วพยักหน้า ตัวเองคิดว่าคนที่ใช่ก็คือเซี่ยชีหรั่น แต่คนที่ใช่สำหรับชีหรั่นกลับเป็นเย่เชินหลิน โชคชะตาช่างเล่นตลกนัก ไม่อยากจะที่สนทนาหัวข้อนี้ต่อไปอีก สวีเห้าเซิงจึงได้กล่าวถามขึ้น:“ใช่แล้ว ซือซือเป็นอย่างไรบ้าง”
เมื่อได้ยินชื่อที่ไม่มีใครเอ่ยถึงมานาน เซี่ยชีหรั่นที่ยังคงอาลัยเล็กน้อย ยิ้มขมขื่นแล้วส่ายหน้าขึ้น :“เสียชีวิตแล้ว เหตุไฟใหม้”
สวีเห้าเซิงเองก็อาลัยเช่นกัน เสียชีวิตแล้วเหรอ คนที่นิสัยเย่อหยิ่ง ผู้หญิงที่ดื้อรั้นจนทำให้คนรู้สึกเอือมระอาคนนั้น
“ครบห้านาทีแล้ว!” เย่เชินหลินเห็นสองคนที่ใกล้ชิดกันมากเกินไป ไฟแห่งความหึงหวงที่สุมไหม้อยู่ในใจได้ลุกโชนขื้นเรื่อยๆ จนกระทั่งดึงตัวเซี่ยชีหรั่นมากโอบไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง สัมผัสความอ่อนโยนที่รู้สึกว่าเป็นของตัวเอง จิตใจถึงเปลี่ยนจากความมืดมิดมาเป็นความสว่าง
สวีเห้าเซิงรู้ว่าหากตัวเองยังไม่ออกไปจากที่นี่ เย่เชินหลินจะต้องระเบิดแน่ๆ จึงได้ทิ้งหมายเลขโทรศัพท์ที่เพิ่งทำการเปิดมาหมาดๆไว้ให้กับชีหรั่น จากนั้นสวีเห้าเซิงกล่าวลาอีกสองสามคำแล้วก็จากไป
สายตาของเย่เชินหลินมองกระทบลงไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่วางอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเซี่ยชีหรั่น จึงได้ยื่นมือไปหนีบออกมาอย่างเงียบๆ แล้วก็ทำลายทิ้งไป ดูสิว่าสองคนนี้จะติดต่อกันอย่างไรอีก
เซี่ยชีหรั่นเห็นการกระทำของเย่เชินหลิน น้อยนักที่อีกฝ่ายจะทำนิสัยเด็กๆ จึงได้ปล่อยให้อีกฝ่ายกระทำอย่างตามใจ เพราะถึงอย่างไรสำหรับพี่สวีแล้ว คำอวยพรของเธอนั้นอยู่ในใจตลอดเวลา
ณ บ้านตระกูลส้ง
เซียวเสี่ยวลี่ที่อารมร์บูดเบี้ยวพูดใส่พี่เลี้ยงที่กำลังจะนำผลไปให้ที่ห้องของซ่งเมิ่นเจ๋:“จะตายแล้วเหรอ หั่นเยอะขนาดนั้น ไม่รู้ว่าผลไม้ตอนนี้มันแพงขนาดไหน!”
“ดึกขนาดนี้แล้วยังบ่นพล่ามอะไรอีก:“ส้งซูหาวที่เพิ่งจะเข้าประตูมาก็ได้ยินเสียงของเซียวเสี่ยวลี่ จึงกล่าวอย่างไม่พอใจ เซียวเสี่ยวลี่หมุนปากไปรอบๆก่อนที่จะเงียบลง
ในห้อง ซ่งเมิ่นเจ๋กับติงยียีนั้นกำลังนอนคว่ำเล่นกันอยู่บนเตียง “เธอบอกว่าเมื่อตอนค่ำเย่เชินหลินโอบกอดเธออย่างนั้นเหรอ” ซ่งเมิ่นเจ๋ถามขึ้น
ติยงยียีพยักหน้า ซ่งเมิ่นเจ๋ขมวดคิ้วขึ้น “ยียี เย่เนี่ยนโม่นั้นมีแฟนอยู่แล้วนะ” ติงยียีพยักหน้า เธอไม่ได้ชอบเย่เนี่ยนโม่ เพียงแต่ว่ารู้สึกว่าการกระทำของอีกฝ่ายนั้นแปลกพิลึก
ซ่งเมิ่นเจ๋จึงได้กล่าวต่อ:“อันที่จริงวันนั้นฉันได้ไปหาเย่เนี่ยนโม่ ฉันขอให้เขาช่วยขอร้องให้เธอ ขอแค่เขาออกหน้า เธอจะต้องไม่ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน แต่เขานั้นกลับปฏิเสธ คนแบบนี้แม้แต่เพื่อนยังเป็นไม่ได้เลย ฉันว่าเย่ชูหวินเหมาะสมกับเธอมากกว่า
โจ๋ซวนบอกกับฉันว่า ตลอดสองสามวันมานี้เย่ชูหวินทำการตรวจสอบคนและอุปกรณ์บนเวทีในวันนั้น เพื่อหาหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อเธอ วันมะรืนวันที่เธอจะออกจากมหาวิทยาลัยใกล้มาถึงแล้ว ฉันคิดว่าเขานั้นยังอยู่นะ”
ติงยียีพลิกตัวลุกขึ้น ทุกอย่างที่ชูหวินทำทั้งหมดนี้เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำ เจ้าบื้อนั่นทำไมถึงไม่บอกตัวเองนะ
“ยียี เธอจะไปไหน!” เสียงของซ่งเมิ่นเจ๋ดังขึ้นนั้น ติงยียีได้ปิดประตูใหญ่ภายใต้เสียงตำหนิติบ่นของเซียวเสี่ยวลี่แล้ว
เวลาสี่ทุ่มนั้นไม่มีรถบัสประจำทางแล้ว ติงยียีวิ่งไป บีบอัดอากาศเข้าไปในปอด ในหัวสมองมีแต่คำพูดที่จะพูดกับเย่ชูหวินที่จะเจอกันในอีกสักครู่
ก่อนอื่นต้องโทษที่อีกฝ่ายปิดบังตัวเอง แล้วโทษอีกฝ่ายที่ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่กลับไปพักผ่อน สุดท้ายท้ายสุดก็ต้องขอบคุณเขาที่คอยช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด ในห้องเก็บอุปกรณ์เย่ชูหวินนั่งยองๆอยู่ที่พื้นอย่างกระเซอะกระเซิงกำลังทำการเช็คดูบางอย่าง เมื่อติงยียีมาเห็นเข้า ตัวเองก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกแล้ว
เย่ชูหวินอยู่ในห้องอุปกรณ์ที่มืดมิด อาศัยแสงไฟจากไฟฉายในมือ ทำให้เห็นถึงความกระเซอะกระเซิง ใบหน้าที่หล่อเหลาเปื้อนเลอะไปด้วยคราบฝุ่น เมื่อเห็นติงยียี เย่ชูหวินก็ถามขึ้นความประหลาดใจ:“คุณมาทำอะไรที่นี่”
“อากาศตอนกลางคืนดีมาก ฉันก็เลยมาเดินเล่นแถวนี้ นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอกับคุณ ช่างบังเอิญจริงๆ” ติงยียีทำท่าทางความบังเอิญออกมา
ต่างฝ่ายต่างไม่เปิดโปงความตั้งใจของอีกฝ่าย ติงยียีถูกเย่ชูหวินมองจนทำอะไรไม่ถูก จึงได้ถอยหลังไปสองสามก้าว เท้าหลังไปสะดุดกับดัมเบลล์ที่วางอยู่ที่พื้น จนทำให้ร่างนั้นเซล้มไปด้านหลัง
เย่ชูหวินทันแค่คว้ามือของติงยียีไว้เท่านั้น เมื่อถูกแรงดึงของติงยียีกระชาก จึงทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปยังด้านหลังที่มีเบาะรองอยู่ เย่ชูหวินปกป้องติงยียีไว้ด้วยการใช้มือทั้งสองข้างรองที่ข้างใบหูของติงยียี แล้วก้มหน้ามองใบหน้าที่แดงก่ำของติงยียีขณะที่กลิ้งล้มลงไป
“ติงยียี เป็นแฟนกับผมนะ” เย่ชูหวินกล่าวเบาๆ เขานั้นอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เดิมทีเขาอยากจะรอให้ติงยียีคุ้นเคยกับตัวเองก่อน จากนั้นก็คงจะตกลงปลงใจกับตัวเอง แต่เมื่อเห็นเย่เนี่ยนโม่โอบกอดติงยียีแล้ว ในใจของตัวเองก็เกิดอารมณ์หึงหวงอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าในตอนนั้นตัวเองไม่ได้อยู่ในจุดที่จะไปห้ามได้ ถ้าหากติงยียีนั้นกลายเป็นแฟนของตัวเอง อย่างนั้นหัวใจของเขาก็จะไม่ต้องร้อนรุ่มขนาดนั้นอีกแล้ว
ไม่มีเสียงตอบรับ เย่ชูหวินก้มหน้าลง สายตาของติงยียีจดจ่อไปที่กองตัวล็อคที่อยู่ข้างๆที่ใช้ในการผูกบนชั้นวาง
“น่าแปลก ทำไมจำนวนตัวล็อคถึงลดน้อยลงไปมาก”ติงยียีเอ่ยปากด้วยความสงสัย เย่ชูหวินลุกขึ้นด้วยความผิดหวัง การแสดงออกของติงยียีดูปกติมาก ทำให้เขาอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อสักครู่นั้นติงยียีนั้นได้ยินคำพูดของตัวเองได้ไม่ชัดเจน