ตอนที่ 1416
ตอนที่ 1416 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1316
October 28, 2026
“ไม่ต้อง” เย่เชินหลินวางสายโทรศัพท์ไป ต้องการให้เนี่ยนโม่สามารถกุมอำนาจได้ในเพียงเวลาสั้นๆ นโยบายที่มีความกดดันสูงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างยิ่ง
ณ โรงแรมตี้เหา
ติงยียี ไห่โจ๋ซวน เย่ชูหวิน ยังมีซ่งเมิ่นเจ๋และอ้าวเสว่ ได้มาเฉลิมฉลองที่ยียีไม่ต้องถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย
ในห้องที่บรรยากาศกร่อยสุดๆ เย่ชูฉิงที่อยู่ข้างนอกอยากจะเคาะประตู แต่ก็วางมือลง แล้วก็หันไปมองหลี่ยี่ซวน “ยี่ซวน ฉันดูโอเคไหม ดูสดใสหรือเปล่า”
หลี่ยี่ซวนที่จิตใจนั้นขมขื่นดุจอึ่งโน้ย เมื่อรู้ว่ามาห้องจัดงานเลี้ยงแล้วจะได้เจอไห่โจ๋ซวน ชูฉิงก็ได้ให้ตัวเองเป็นเพื่อนไปทำผม ไปซื้อเสื้อผ้าที่ห้างสรรพสินค้า พูดถึงแต่ความดีของไห่โจ๋ซวนครั้งแล้วครั้งเล่า เขาสามารถปฏิเสธได้ แต่เขานั้นไม่ทำ ในโลกใบนี้เขานั้นไม่สามารถปฏิเสธคำขอร้องของเย่ชูฉิงได้
โม่ซวนหลินถูกส่งมาเป็นบริกรมาบริการในห้องจัดงานเลี้ยง ในใจนั้นอิจฉาริษยาติงยียีมาตั้งนานแล้ว เมื่อเห็นหนุ่มๆสาวๆที่ติงยียีรู้จักล้วนสวยหล่อ โม่ซวนหลินจึงรู้สึกทนไม่ได้
โม่ซวนหลินเปิดประตูขึ้น สายตาของเย่ชูฉิงกระทบไปที่ไห่โจ๋ซวนก่อนใคร จากนั้นถึงได้ทักทายกับติงยียี:“พี่ยียี”
ซ่งเมิ่นเจ๋สำลักขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ไห่โจ๋ซวนจึงรีบรุดช่วยซ่งเมิ่นเจ๋ให้หายใจคล่องขึ้น เย่ชูฉิงฝืนยิ้มแล้วพยายามเดินเข้าไปในห้องจัดงานเลี้ยง อ้าวเสว่ดึงมือของเย่ชูฉิงมาแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน:“ฉันเห็นว่าเย่ชูฉิงอยู่แต่ที่บ้านคงเบื่อหน่ายน่าดู ฉันก็เลยชวนเธอมาด้วย โจ๋ซวนทำไมนายไม่พูดอะไรสักหน่อย”
ไห่โจ๋ซวนเดินมาที่ด้านหน้าของเย่ชูฉิงแล้วถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น:“ช่วงนี้เป็นไงบ้างสบายดีไหม ทานข้าวตามเวลาหรือเปล่า” เย่ชูฉิงรู้สึกลนลานจึงก้มหน้าลง จากนั้นก็ดึงมือของติงยียีแล้ววิ่งไปที่มุมห้อง
“พี่ยียี ฉันคิดดีแล้ว ฉันตัดสินใจว่าจะสารภาพรักกับพี่โจ๋ซวนสักครั้ง” เย่ชูฉิงเชิดหน้าหน้าขึ้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ติงยียียิ้มไม่พูดไม่จา เพราะถึงอย่างไรอีกฝั่งหนึ่งนั้นคือเพื่อนสนิท และอีกฝั่งหนึ่งนั้นคือน้องสาวที่เชื่อมั่นในตัวเองอย่างสูง
อ้าวเสว่เดินมายิ้มให้แล้วกล่าวขึ้น:“สองสาวคุยอะไรกัน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุขกันเลยเชียวนะ สามารถแบ่งปันให้ฉันด้วยได้ไหม มีปัญหาฉันจะได้ช่วยได้ไง”
เย่ชูฉิงที่เดิมทีอยากจะพูดต่ออีก เมื่อเห็นอ้าวเสว่เดินมาจึงได้หยุดชะงักพูดขึ้น รอให้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของอ้าวเสว่จากไปแล้วถึงได้เริ่มพูดต่อ
อ้าวเสว่หันหลังไปอย่างหน้าเสีย ในใจนั้นเกลียดเย่ชูฉิงเข้าแล้ว ตัวเองนั้นอุตส่าห์เอาอกเอาใจเธอ ทำให้เธอสามารถมีโอกาสได้เจอกับไห่โจ๋ซวน แต่เธอกลับไม่รู้จักสำนึก เห็นทีคงต้องหาวิธีทำให้เย่ชูฉิงเกลียดติงยียีถึงจะได้ผล
หลายๆคนที่กำลังนั่งดื่นน้ำผลไม้แล้วคุยสนทนากัน ติงยียีนั้นไปห้องน้ำ เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเงาร่างหนึ่งเดินวนไปวนมาอยู่ใกล้ๆ
“คุณสวี?” ติงยียีเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย “ท่านกำลังหาอะไรอยู่คะ” สวีเห้าเซิงหรี่ดวงตาอีกข้างหนึ่งของตัวเองแล้วมองสำรวจติงยียีจากนั้นกล่าวขึ้น:“ดวงตาของฉันเคยได้รับบาดเจ็บ สายตาการมองเห็นของข้างหนึ่งนั้นค่อนข้างไม่ดี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใส่คอนแทคเลนส์ แต่ว่าเมื่อสักครู่ไม่รู้ว่าทำคอนแทคเลนส์ตกไปที่ไหนแล้ว”
เมื่อติงยียีได้ยินดังนั้นก็ได้ก้มตัวลงไปที่พื้นช่วยค้นหา ทั้งคู่หาช่วยกันหาไปมาอยู่หลายรอบก็หาไม่เจอ สวีเห้าเซิงจึงลุกยืนขึ้น:“ไม่หาแล้ว สามารถรบกวนคุณช่วยส่งผมไปที่ห้องหน่อยได้ไหม ผมโทรศัพท์ให้ผู้ช่วยส่งเอีกคู่หนึ่งมาให้ผม”
ติงยียีย่อมต้องเต็มใจอย่างแน่นอน พยุงแขนของสวีเห้าเซิงไว้แล้วมุ่งเดินไปที่ห้องสวีทของโรงแรม โม่ซวนหลินที่กำลังจะไปส่งผลไม้พอดี เห็นติงยียีพยุงชายหนุ่มวัยกลางคนที่ร่ำรวยคนนั้นเข้าไปในห้อง ในใจจึงยิ้มเยาะแล้วกล่าวขึ้น:“อ่อยสำเร็จจนได้นะ”
ห้องจัดงานเลี้ยงอีกห้องหนึ่ง สาวๆหลายคนที่แต่งหน้างดงามกำลังประจบชายชาวต่างชาติอยู่ และก็มีสาวๆหลายคนที่พยายามมาประจบเย่เนี่ยนโม่ แต่ถูกเย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วใส่
“คุณหยูครับ ในส่วนของออเดอร์ชุดนี้ผมคิดว่าทางเราได้ให้ราคาที่พิเศษสุดๆแล้วครับ” เย่เนี่ยนโม่ที่ทนจนไม่รู้จะทนต่อไปอย่างไรอีก ตลอดทั้งคืนชายชาวต่างชาติคนนี้เอาแต่แต๊ะอั๋งสาวๆแล้วก็แต๊ะอั๋งสาวๆ!
“รีบร้อนอะไรกัน สาวงามอยู่ตรงหน้า ผมคิดว่าพวกเราหาความสุขก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” มือของชายหนุ่มวางลงบนบั้นท้ายอันอวบอั๋นของหญิงสาวต่างชาติคนหนึ่ง แล้วพูดด้วยภาษาจีนที่งูๆปลาๆอย่างช้าๆ
เย่เนี่ยนโม่จึงลุกพรวดขึ้นทันใด แล้วกล่าวด้วยใบหน้าที่ดำเขียว:“ขออภัยครับ ผมขอตัวไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย ท่านสนุกกันไปก่อนนะครับ”
มองแผ่นหลังของเย่เนี่ยนโม่ที่หายลับไปจากประตูแล้ว หยูหลันถึงได้รีบปล่อยมือออกจากบั้นท้ายของสาวๆ แล้วยิ้มอย่างขมขื่นขึ้น เย่เชินหลิน หนี้น้ำใจนี้ของนายช่างใหญ่มาก นี่ถ้าหากว่าหยุนโชว์ได้กลิ่นน้ำหอมของสาวๆบนร่างกายตัวเอง ตัวเองคงไม่ได้เข้าห้องหนึ่งเดือนเพื่อเรียกสติแน่ๆ!
เย่เนี่ยนโม่เดินไปที่ห้องสูบบุหรี่ พบว่าตัวเองนั้นไม่ได้พกไฟแช็กมาด้วย จึงได้โทรไปที่หน้าล็อบบี้ให้พนักงานนำมาส่งให้ “สวัสดีค่ะ นี่ค่ะไฟแช็ก” โม่ซวนหลินเหลือบตามองเย่เนี่ยนโม่แวบหนึ่งจากนั้นตาก็เป็นประกาย นึกไม่ถึงว่าจะเจอกับคนที่แอบชอบที่นี่
“ขอบคุณครับ” เย่เนี่ยนโม่ที่แทบจะจำโม่ซวนหลินไม่ได้ โม่ซวนหลินที่อยากจะใส่ร้ายติงยียี จึงเข้าไปใกล้แล้วกล่าวกับเย่เนี่ยนโม่ว่า:“ติงยียีเพื่อนร่วมงานของดิฉันเป็นเพื่อนคุณใช่ไหมคะ ดิฉันว่าคุณอย่าคบเพื่อนแบบนี้เลยดีกว่าค่ะ”
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วขึ้น ไม่พอใจที่พนักงานตรงหน้าคนนี้อย่างมาก โม่ซวนหลินยิ้มอย่างเริงร่า แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีเลศนัย:“เมื่อสักครู่ฉันเห็นติงยียีเข้าไปในห้องกับผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายคนนั้นรวยมาก ยียีคงน่าจะอดใจไม่ไหวอย่างแน่นอน”