ตอนที่ 1417
ตอนที่ 1417 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1317
October 28, 2026
อ้าวเสว่ที่แอบฟังอยู่เงียบๆ ที่แท้ชูฉิงคุยปรึกษากับติงยียีเรื่องนี้เองหรอกเหรอ ช่างเป็นโอกาสทองชัดๆ อ้าวเสว่ได้ส่งข้อความหาไห่โจ๋ซวนกับจางถัง เห็นทีในไม่ช้าคงจะได้ดูละครดีๆสักฉากแล้ว
หลังจากงานกีฬาได้ผ่านไป การสอบปลายภาคก็เริ่มใกล้เข้ามาทุกที สองสามวันนี้ติงยียียุ่งจนไม่สามารถปลีกตัวได้เลย ในห้องเรียน อาจารย์ถือผลงานของติงยียีกับอ้าวเสว่แล้วกล่าวขึ้น :“การบ้านครั้งนี้มีนักศึกษาสองคนที่ได้คะแนนสูงที่สุด อ้าวเสว่ไม่ต้องพูดถึง ส่วนติงยียีมีการพัฒนาที่รวดเร็วมากเลยนะ!”
อ้าวเสว่พลางรับคำแสดงความยินดีจากคนรอบข้าง แววตาก็พลางเหลือบไปมองผลงานของติงยียี ในใจรู้สึกไม่พอใจ ตัวเองต้องขยันให้มากๆ จะแพ้ให้กับติงยียีไม่ได้
เมื่อเลิกเรียน ติงยียีหยิบกระเป๋าแล้วทำท่าจะพุ่งไปด้านนอก อ้าวเสว่ก็ได้เรียกหยุดติงยียี:“ยียี นี่จะไปหาชูฉิงอีกแล้วเหรอ”
ติงยียีพยักหน้า หยิบกระเป๋าเตรียมที่จะจากไป อ้าวเสว่ก็ยัดพวงกุญแจที่น่ารักใส่มือของติงยียี “ นี่เป็นของที่ฉันซื้อมาจากร้านบูติก ฉันให้เธอหนึ่งอันนะ ฉันเองก็มีเช่นกันนะ”
พวงกุญแจมีลักษณะคล้ายเจ้าหญิงที่น่ารัก ติงยียีไม่ชอบแนวนี้ แต่ในทางกลับกันชูฉิงนั้นชอบสไตล์เจ้าหญิงแบบนี้ จึงคิดว่าน่าจะเอาไปมอบให้กับชูฉิงได้ ติงยียีจึงรับมาด้วยความดีใจ
ยังเดินมาไม่ถึงที่ห้องซ้อมเต้น ติงยียีก็ได้ยินเสียงของจางถัง
“ชูฉิง คืนนี้เต็มใจให้เกียรติผมไปรับลมชมจันทร์ด้วยกันหน่อยไหมครับ ผมได้ซื้อรถสปอร์ตมาใหม่คันหนึ่ง สมรรถนะใช้ได้เลยทีเดียว”
“เธอไม่เต็มใจ!” ติงยียีตะโกนขึ้นแล้วเดินเข้าประตูมา เดินมาที่ข้างๆเย่ชูฉิง คอยปกป้องเย่ชูฉิง จางถังเห็นติงยียีอยู่ด้วย ตัวเองคงจะไม่สามารถทำอะไรได้ เผลอๆอาจจะเสื่อมเสียภาพพจน์อีก จึงหันไปยิ้มให้กับชูฉิง จากนั้นจางถังก็จากไป
“ชูฉิงเขามาที่นี่ได้อย่างไร” ติงยียีถามด้วยความสงสัย เย่ชูฉิงก็งงเหมือนกัน ฝึกซ้อมเต้นได้เพียงครึ่งเดียว จู่ๆจางถังก็มา แล้วก็มาทักมาคุยกับตัวเอง
เมื่อเห็นติงยียี เย่ชูฉิงอยากจะเต้นท่าที่ตัวเองได้เรียนมาให้ติงยียีได้เชยชม เมื่อดนตรีดังขึ้น เย่ชูฉิงก็เริ่มเต้นทันที ได้เปลี่ยท่าเปลี่ยนสเต็ปการเต้นที่เร็วขึ้นและยากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อดนตรีถึงท่อนฮุก เย่ชูฉิงได้ทำการหมุนอยู่หลายรอบอย่างต่อเนื่อง ร่างกายเกิดการเอนเอียงจนเสียหลัก แล้วเซล้มกระแทกไปอยู่ที่พื้น จึงได้กุมเข้าข้อเท้าแล้วก็ลุกยืนขึ้น
ติงยียีรีบวิ่งเข้าไปดึงขากางเกงขึ้น ที่เท่านั้นเขียวดำช้ำแล้ว ยังบวมอีกเล็กน้อยด้วย ในดวงตาของเย่ชูฉิงซึมด้วยน้ำตา อยากจะอดกลั้นไว้ แต่ก็ไม่สามารถกลั้นได้ หยดน้ำตาเม็ดใหญ่ๆได้ไหลรินหยดสู่รองเท้าเต้น
“ไม่ชอบการเต้นเหรอ” ติงยียีถามขึ้นด้วยความเอ็นดู เธอเกลียดการเต้นเป็นที่สุด แต่ว่าโจ๋ซวนนั้นชอบผู้หญิงที่เต้นเป็น เธออยากจะใช้การเต้นในการดึงดูดความสนใจจากโจ๋ซวน
“อยากจะยอมแพ้ไหม” ติงยียีถามขึ้น เย่ชูฉิงส่ายหน้า ลุกขึ้นจัดวางท่าแล้วอยากทำการเต้นใหม่อีกครั้ง ติงยียีเอาพวงกุญแจที่อ้าวเสว่ให้ วางใส่ในมือของเย่ชูฉิงแล้วกล่าวให้กำลังใจขึ้น:“ชูฉิง!สู้ๆ!”
เย่ชูฉิงมองติงยียีด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วก็เริ่มการเต้นขึ้น ติงยียีที่นั่งมองอยู่ข้างๆ สักพักถึงนึกขึ้นได้ว่าได้นัดเมิ่นเจ๋ไว้ที่ร้านกาแฟ
จึงได้รีบวิ่งไปที่ร้านกาแฟ ในร้านกาแฟไม่มีใครสักคน ติงยียีจึงมองหารอบๆ ขณะที่กำลังมึนงงสงสัย จู่ๆก็มีกระดาษมากมายตกลงมาจากเพดาน ซ่งเมิ่นเจ๋เข็นเค้กออกมาจากห้องเล็กๆอีกห้องหนึ่ง
“รู้ไหมว่าวันนี้เป็นวันอะไร” ซ่งเมิ่นเจ๋ถามขึ้นอย่างเจ้าเล่ย์ แล้วยังปิดเค้กไว้ไม่ให้ติงยียีได้เห็น ติงยียีครุ่นคิดแล้วแกล้งพูดขึ้น:“โอ๊ย นึกไม่ออกจริงๆ นึกไม่ออกว่าเป็นวันครบรอบปีที่สี่ที่ฉันได้รู้จักกับเมิ่นเจ๋”
ซ่งเมิ่นเจ๋ปล่อยมือออกอย่างดีใจ หน้าเค้กได้เขียนไว้ว่าฉลองครบรอบสี่ปีแห่งมิตรภาพคำว่าเพื่อน ในปีแรกนั้นทั้งคู่ได้ตกลงกันแล้วว่าเมื่อครบหนึ่งปีก็จะทำการฉลองกันหนึ่งครั้ง แต่ว่าติงยียีนั้นค่อนข้างสะเพร่า ทุกๆครั้งก็จะมีแต่ซ่งเมิ่นเจ๋ที่คอยใส่ใจค่อยเตรียมเค้กเอาไว้
“โอเค!รีบอธิษฐานเถอะ!” ซ่งเมิ่นเจ๋หลับตาแล้วก็พูดงึมงำต่อหน้าเค้ก:“ขอให้โจ๋ซวนมีความสุขตลอดไป ขอให้ฉันได้มีความรักที่ดีๆ”
ติงยียีเห็นท่าทางบนใบหน้าที่คาดหวังและมีความสุขของเมิ่นเจ๋แล้วไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ถ้าหากเมิ่นเจ๋รู้ว่าตัวเองนั้นช่วยชูฉิงจีบไห่โจ๋ซวนมาโดยตลอด เธอคงจะต้องโกรธน่าดู
ข่มความรู้สึกผิดในใจลงแล้ว ติงยียีฝืนหน้าให้ยิ้มแล้วก็ทานเค้ก ซ่งเมิ่นเจ๋โน้มตัวไปหาแล้วกล่าวขึ้น:“วันนี้ตอนที่อยู่ในห้องเรียนได้ยินโจ๋ซวนบอกว่าลุงเย่จะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ เธอรู้สึกผิดมาตลอดไม่ใช่เหรอ อยากจะไปเยี่ยมสักหน่อยไหม”
ติงยียีพยักหน้า ในที่สุดลุงเย่ก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ว่าคุณน้าเชี่ยนั้นยังไม่ให้อภัยตัวเอง วันนี้คงจะเป็นวันสุดท้ายที่ไปหาแล้ว
เมื่อทานเค้กกับเมิ่นเจ๋เสร็จแล้ว ติงยียีจึงตั้งใจไปที่ร้านขายดอกไม้เพื่อซื้อดอกลิลลี่ช่อหนึ่ง จากนั้นก็รีบไปโรงพยาบาลอย่างใจจดใจจ่อ
เพิ่งมาถึงหน้าประตูโรงพยาบาล ติงยียีก็ต้องตกใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้า
ไม่เพียงแต่แพทย์มามุงล้อมรอบ ยังมีชายหนุ่มมากมายที่สวมใส่ชุดสูทรองเท้าหนังมารายล้อมคุณเย่ไว้ เย่เนี่ยนโม่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของคุณเย่ อ้าวเสว่ที่ประคองมือของคุณน้าเชี่ยไว้ ทุกคนดูเอิกเกริก แล้วมองไปยังคนอื่นถือของขวัญ ติงยียีพบว่าดอกไม้ช่อเดียวของตัวเองนั้นช่างเทียบอะไรไม่ได้เลย