ตอนที่ 1418
ตอนที่ 1418 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1318
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่ลูบเล่นอย่างสนุก จึงได้ใกล้เข้าไปอีกนิด นิ้วมือที่ลูบไล้ไปลูบไล้มาจนลูบไล้โดนริมฝีปากโดยบังเอิญ สิ่งเดียวที่ไม่บวมคือริมฝีปากที่ดูอิ่มเอิบ “ตึกๆตักๆ” เย่เนี่ยนโม่ตกใจเสียงหัวใจเต้นของตัวเองจนสีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ
ติงยียีกำลังนั่งอยู่ในบ้าน คุณแม่ได้ทำของอร่อยๆให้ แล้วค่อยๆป้อนใส่ปาก ติงยียีจึงอ้าปากขึ้นอย่างพึงพอใจ แล้วเอาของนุ่มๆอมเข้าไปในปาก
เย่เนี่ยนโม่มองดูติงยียีที่เอานิ้วมือของตัวเองเข้าไปในปากด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ แล้วยังดูดนิ้วมือของตัวเองอีก สัมผัสที่อ่อนโยนบนปลายนิ้วที่เกลือกกลิ้งไปมา
เย่เนี่ยนโม่อยากจะดึงมือกลับ แต่ก็ถูกติงยียีกัดและอมไว้ไม่ปล่อย เย่เนี่ยนโม่จึงมองดูริมฝีปากของติงยียี แล้วค่อยๆโน้มตัวเข้าไปใกล้ ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนรอยจูบเกือบจะประทับลงที่ริมฝีปากของเธอ
“ผู้ป่วยเคยแพ้อย่างอื่นหรือไม่ครับ” แพทย์พลางผลักประตูพลางถามขึ้น เย่เนี่ยนโม่จึงได้ดึงตัวออกห่างจากติงยียี แล้ววิ่งออกจากห้องไปอย่างกระเซอะกระเซิง
เมื่อวิ่งออกไปจากโรงพยาบาล อาการที่ร้อนผ่านทำให้เย่เนี่ยนโม่รู้สึกตัวขึ้น เมื่อสักครู่ตัวเองนั้นอยากจะจูบติงยียีเหรอ ทำเพื่ออะไรกันแน่ ในหัวสมองสับสนวุ่นวายไปหมด เย่เนี่ยนโม่อดไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้น ในโทรศัพท์มีข้อความหนึ่งจากอ้าวเสว่ “เนี่ยนโม่ คุณอยู่ที่ไหน ฉันอยู่ที่บ้านของคุณ แต่ว่าไม่เห็นคุณ”
เย่เนี่ยนโม่จ้องข้อความของอ้าวเสว่อยู่อย่างนั้น และบังคับให้ตัวเองสงบสติลง เรื่องวันนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก จากนั้นก็รีบโทรศัพท์บอกเย่ชูหวิน แล้วเย่เนี่ยนโม่ก็ออกจากโรงพยาบาลเหมือนกับหนีก็ไม่ปาน
วันรุ่งขึ้น เย่เนี่ยนโม่ถูกโทรศัพท์ของติงยียีปลุกให้ตื่น เสียงตะโกนของติงยียีดังขึ้นจากโทรศัพท์:“เย่เนี่ยนโม่ทำไมคุณถึงไม่มีน้ำใจสักนิด ทำไมปล่อยให้ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลคนเดียว โชคดีนะที่มีเย่ชูหวิน”
เมื่อเย่เนี่ยนโม่ได้ยินติงยียีเอ่ยถึงเย่ชูหวิน จากที่อารมณ์ดีๆอยู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดขึ้น ลากรองเท้าแตะเดินเข้าไปที่ห้องอาบน้ำ พลางเดินพลางบ่นอย่างเหลืออด:“ก็รู้ว่าเธอชอบเย่ชูหวิน ผมถึงได้เรียกเขามาอยู่เป็นเพื่อนไง”
เย่เนี่ยนโม่เปิดน้ำทิ้งไว้แล้วทำการล้างหน้า ติงยียีที่อยู่ในโทรศัพท์ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ:“คุณกำลังทำอะไร ทำไมถึงมีเสียงน้ำไหล”
“ตอนนี้ผมอยู่ในห้องน้ำของบ้านผม คุณคิดเอาเองละกันว่าผมกำลังทำอะไร” เย่เนี่ยนโม่พูดอย่างอารมณ์เสีย
“ไอ้โรคจิต!” ติงยียีฮึดฮัดวางสายโทรศัพท์ไป เย่เนี่ยนโม่มองดูตัวเองในกระจกอย่างใจลอย เรื่องทั้งหมดของเมื่อวานก็ให้มันผ่านไปเถอะ
ติงยียีที่เพิ่งจะมาถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัย ก็มีคนเรียกชื่อตัวเองขึ้น “คุณติงครับ ผมเป็นพ่อบ้านของบ้านตระกูลเย่ คุณหนูของพวกเราต้องการพบคุณครับ”
เย่ชูฉิงที่สวมชุดอย่างสวยงามดุจเจ้าหญิง นั่งอยู่ในรถแล้วกล่าวกับติงยียีอย่างเกรงใจ:“พี่ยียีคะ จะสามารถไปช่วยเลือกซื้อเสื้อผ้าที่จะใส่ในคืนนี้เป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม ยี่ซวนพูดยังไงก็ไม่ยอมไปเดินห้างเป็นเพื่อน บอกไม่อยากเป็นสารถี!”
ติงยียีรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย เพราะว่าวันนี้ยังมีคาบเรียนอีก สองมือที่พนมไหว้ของเย่ชูฉิงและน้ำตาที่คลอเบ้ามองมาทางตัวเอง ติงยียีจึงถอนหายใจ เกิดเป็นคนบ้านตระกูลเย่นี่ช่างดีจริงๆ แทบจะไม่สามารถปฏิเสธคำร้องขอของพวกเขาได้จริงๆ
เมื่อรถได้เคลื่อนออกไป ติงยียีถึงได้สังเกตเห็นว่าทั้งด้านหน้าและด้านหลังของรถนั้นมีรถสีดำตามประกบอยู่ไม่ห่าง เหมือนกับภาพฉากในหนังฮ่องกง
“เมื่อก่อนพี่ชายเคยถูกลักพาตัวสองครั้ง ดังนั้นพ่อกับแม่จึงจัดบอดี้การ์ดให้เสมอเวลาที่มีการเดินทาง แต่ว่าตอนนี้พี่ชายเก่งกาจมากๆ ศิลปะการต่อสู้ของเขานั้นแข็งแกร่งสุดๆ เพราะฉะนั้นจึงมีเพียงฉันที่เดินทางไปไหนมาไหนราวกับนักโทษ” เย่ชูฉิงมองท่าทางที่ประหลาดใจของติงยียีจึงได้กล่าวอธิบายขึ้น
รถได้มุ่งหน้าตรงไปที่ห้างสรรพสินค้า ติงยียีที่เพิ่งจะลงจากรถก็เห็นบอดี้การ์ดลงจากรถด้านหน้าและด้านหลังคันละสี่คน บอดี้การ์ดทั้งแปดคนสวมชุดธรรมจากนั้นหายเข้าไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว
“พี่ยียีพวกเราไปกันเถอะ” เย่ชูฉิงคล้องแขนของติงยียีอย่างมีความสุขแล้วมุ่งเดินเข้าไปในตึกใหญ่
“คุณหนูเย่มาแล้ว ทางร้านตั้งใจเก็บสินค้าตัวใหม่ไว้ให้คุณหนูเย่โดยเฉพาะเลยนะคะ!” เมื่อพนักงานร้านเสื้อผ้าเห็นเย่ชูฉิงแล้ว จึงได้เข้าไปที่หลังร้านทันที จากนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ประณีตออกมาให้การต้อนรับเย่ชูฉิงด้วยตัวเอง
“ตัวนี้ ตัวนี้ แล้วก็ตัวนี้!” เย่ชูฉิงเลือกมาทีละชุดๆ เมื่อเลือกเสร็จแล้วก็นำมาวางไว้ที่มือของพนักงาน
ติงยียีมองดูเสื้อผ้าที่ใกล้จะกองเป็นภูเขาอย่างทอดถอนใจ เมื่อมองผ่านๆ ราคาในนั้นตัวเองสามารถใช้ในการครองชีพได้หนึ่งภาคเรียนเลยทีเดียว!
“ทั้งหมดนี้ฉันไม่เอา ส่วนที่เหลือแถวนี้กับแถวนั้นใส่ถุงให้ฉันทั้งหมดแล้วส่งไปที่บ้านของฉัน” แม้ว่าเย่ชูฉิงจะไม่เย่อหยิ่งเหมือนคุณหนูบ้านอื่น แต่ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของตระกูลเย่ ทำให้เธอสามารถมีเงินทองที่จะถลุงได้ไม่ขาดมือ
“เอาทั้งหมดนี่เลยเหรอ” ติงยียีมองเสื้อผ้าตัวใหม่ๆที่อย่างน้อยหลายสิบตัวอย่างตะลึงงันแล้วถามขึ้นด้วยความสงสัย เย่ชูฉิงพยักหน้าแล้วกล่าวอย่างปกติ:“คุณพ่อซื้อเป็นตู้ๆให้คุณแม่เลยนะ ส่วนฉันได้ยับยั้งชั่งใจสุดๆแล้ว”
“ใช่แล้ว พี่ยียี พี่ก็ลองเปลี่ยนแปลงดูบ้างสิ!” เย่ชูฉิงดึงมือของติงยียีแล้วมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งที่จัดอยู่ในร้าน เธอรู้สึกอยากขอบคุณติงยียีมาโดยตลอด แต่กลับไม่เคยมีโอกาส และวันนี้ก็ออกมาซื้อเสื้อผ้าพอดี
“ไม่ต้องแล้วมั้ง พี่คิดว่าแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนะ” ติงยียีมองหน้าสดของตัวเองที่อยู่ในกระจก แถมยังสวมใส่เสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา