ตอนที่ 1419
ตอนที่ 1419 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1319
October 28, 2026
“เนี่ยนโม่ ฉันหิวจังเลย” อ้าวเสว่เอ่ยปากอย่างใจเย็นอยู่ข้างๆ เย่เนี่ยนโม่รู้สึกตัวแล้วก็หันมายิ้มให้ จากนั้นคีบอาหารใส่ถ้วยอ้าวเสว่
อ้าวเสว่ทานอย่างมีความสุข ติงยียีที่ตักข้าวใส่ปากคำเล็กๆที่ละคำๆ สายตาจ้องไปยังจานหมูตุ๋นที่อยู่ข้างๆ อยากจะทานหมูตุ๋นจัง!
ตะเกียบสองคู่คีบอยู่ที่จานหมูตุ๋นในเวลาเดียวกัน เย่ชูหวินสบตากับเย่เนี่ยนโม่ เย่เนี่ยนโม่ดึงตะเกียบกลับ เย่ชูหวินคีบหมูตุ๋นใส่ถ้วยของติงยียี
ติงยียีมองเย่ชูหวินด้วยสายตาที่ซาบซึ้งใจและพึงพอใจ ทันใดนั้นเย่ชูหวินจู่ๆมีความรู้สึกเหมือนกำลังป้อนอาหารสัตว์น้อย จึงยิ่งคีบอาหารก็ยิ่งมีความสุข จนลืมไปว่าทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ภายใต้สายตาของคนทุกคน
“ คุณติงนั้นเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยZเหรอ”ไห่ฉิงฉิงที่อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
ติงยียีรีบร้อนกลืนหมูตุ๋นที่อยู่ในปากลงคอ จนทำให้สำลักขึ้น เย่ชูหวิน รินน้ำลูกท้อแล้วจะยื่นไปให้ติงยียี
“เธอแพ้ลูกน้ำท้อ” เย่เนี่ยนโม่ห้ามอยู่ข้างๆ สายตาของคนบนโต๊ะทั้งหมดมองไปยังเย่เนี่ยนโม่ “ยียีแพ้อะไรทำไมเนี่ยนโม่ถึงรู้ล่ะ” ไห่โจ๋ซวนกล่าวขำๆ
เย่ชูหวินจึงเปลี่ยนจากน้ำลูกท้อเป็นน้ำส้มให้ตีงยียีอย่างเงียบๆ อ้าวเสว่ที่อยู่ข้างๆไม่มีกะจิตกะใจทานอาหารแล้ว ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ากระเพาะตัวเองเจ็บจี๊ดขึ้นเป็นครั้งคราว ถึงแม้ว่าจะไม่ทรมานมาก แต่อ้าวเสว่ก็ทำแสดงออกมาได้อย่างเวอร์วัง
“ฉันเจ็บกระเพาะจังเลย”อ้าวเสว่โน้มตัวลง เย่เนี่ยนโม่จึงอุ้มอ้าวเสว่แล้วกล่าวขึ้น:“ผมจะส่งคุณไปพักผ่อนที่ห้องนอนรับรองแขกก่อน”
เมื่อมาถึงที่ห้องนอน เย่เนี่ยนโม่วางอ้าวเสว่ลง มือทั้งสองข้างของอ้าวเสว่ก็คล้องโอบเข้าที่คอของเย่เนี่ยนโม่ไว้ไม่ปล่อย เย่เนี่ยนโม่จึงต้องโน้มตัวลง
“อ้าวเสว่ปล่อย ผมจะไปหยิบยามาให้คุณ” เย่เนี่ยนโม่โอบกอดอ้าวเสว่ไว้อย่างจำใจ อ้าวเสว่ส่ายหน้า :“ไม่ค่ะ”
เย่เนี่ยนโม่ลูบศีรษะของอ้าวเสว่แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า:“ ทำไมวันนี้ถึงได้เกาะแจอย่างนี้ล่ะ ก่อนหน้าเชื่อฟังจะตายไม่ใช่เหรอ”
อ้าวเสว่ค่อยๆปล่อยมือตัวเองลง จากนั้นก็หันไปยิ้มให้กับเย่เนี่ยนโม่:“เมื่อสักครู่นั้นฉันแค่ล้อเล่นเองค่ะ ไม่ต้องทานยาหรอก อีกสักพักก็จะดีเอง คุณรีบไปทานอาหารเป็นเพื่อนทุกคนเถอะ”
เย่เนี่ยนโม่มองอ้าวเสว่อย่างลังเลใจ พยักหน้าแล้วจากไปหลังแน่ใจว่าอ้าวเสว่ไม่มีอะไรให้กังวล เมื่อปิดประตูลง แสงสุดท้ายจางหายไป อ้าวเสว่จึงค่อยๆซุกตัวเองเข้าไปในผ้าห่มแล้วกดที่กระเพาะไว้อย่างเงียบๆ
เนี่ยนโม่ชอบตัวเองที่เชื่อฟังมีเหตุผล ตัวเองจะต้องประพฤติตัวให้เชื่อฟัง ไม่สร้างปัญหาให้กับเนี่ยนโม่ถึงจะถูก! น้ำตาค่อยๆไหลลงอาบแก้ม ผ้าห่มถูกเลิกออก
เย่เนี่ยนโม่ถือยาเม็ดและน้ำเปล่ามองอ้าวเสว่ที่ร้องไห้น้ำตาออกมาเป็นสาย จึงได้รีบนำน้ำและยาวางไว้บนโต๊ะ “เป็นอะไรไป ถ้าปวดมากผมจะให้คุณหมอมาตรวจดูอาการ”
อ้าวเสว่ส่ายหน้าร้องไห้ แล้วซบเข้าไปที่ทรวงอกของเย่เนี่ยนโม่ แล้วก็ยิ้มพูดทั้งน้ำตา :“ไม่เจ็บแล้ว คุณมาก็ไม่เจ็บแล้ว” เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้ลงไปและอยู่ที่ห้องนอนตลอดเวลา จนทุกคนทานอาหารกันเสร็จแล้วก็ย้ายมาที่ห้องรับแขก “ในเมื่อวันนี้ทุกคนต่างมากันพร้อมแล้วก็เริ่มปาร์ตี้เต้นรำได้เลย”
หลินหลิงที่ยังคงเก่งกาจสามารถ หลังจากได้รับคำอนุญาตจากเย่เชินหลินแล้ว ความดุเดือดเผ็ดมันก็ได้เริ่มขึ้น สักพักในห้องรับแขกก็มีเสียงเฮฮาดังขึ้น แสงไฟก็หรี่ให้สลัวลง ติงยียีมองมองชุดอุปกรณ์ในบ้านตระกูลเย่ แล้วแอบทอดถอนใจ คนรวยช่างมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันจริงๆ
เย่ชูฉิงแอบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่มา ติงยียีมองเย่ชูฉิงด้วยความตื่นเต้น เห็นเย่ชูฉิงเดินไปที่ด้านหน้าของไห่โจ๋ซวน ไห่โจ๋ซวนจูงเย่ชูฉิงแล้วสไลด์ตัวเข้าไปที่ฟลอร์เต้นรำ
“กำลังดูอะไรอยู่” เย่ชูหวินนั่งลงที่ข้างๆของติงยียีแล้วถามขึ้น ติงยียีดึงสายตากลับ แล้วหันไปสบตากับเย่ชูหวิน
เย่ชูหวินยื่นมือไปทางติงยียี แล้วกล่าวติดตลกขึ้น:“ผมไม่เพียงแข่งรถเก่ง เต้นผมก็เก่งด้วยนะ”
ติงยียียิ้มแล้ววางมือลงที่มือของเย่ชูหวิน พลางเต้นพลางสังเกตความเคลื่อนไหวของเย่ชูฉิงกับไห่โจ๋ซวนอย่างไม่ละสายตา
“คุณเต้นเก่งเลยทีเดียวนะ ถ้าคุณไม่เหยียบโดนผม” เย่ชูหวินหัวเราะขึ้น ติงยียีรีบดึงความสนใจกลับมาและจดจ่อกับการเต้นรำกับเย่ชูหวิน
“คุณแม่ของฉันเป็นที่รักการเต้น วอลทซ์ของฉันก็ได้คุณแม่เป็นคนสอนให้” ติงยียีกล่าวเฉยๆ เย่ชูหวินขมวดคิ้วขึ้น:“เดี๋ยวต้องหาวันไปคารวะสักหน่อยแล้ว”
สีหน้าติงยียีหม่นลง :“คุณแม่ไม่อยู่แล้ว” เย่ชูหวินสะอึก กดเสียงแล้วกล่าวขึ้น:“ขอโทษ”
ติงยียีส่ายหน้าแล้วฝืนยิ้ม ทำการเต้นกับเย่ชูหวินต่อไป เต้นๆอยู่เย่ชูหวินก็ถูกคุณป้าดึงตัวไป ติงยียีอาศัยจังหวะนี้เดินออกมา
แล้วมานั่งอยู่บนพื้นหญ้า ติงยียีถอนหายใจขึ้น ไม่ว่าข้างในนั้นเพลงเต้นจะเป็นแบบไหน ตัวเองก็ยังไม่คุ้นชินกับชีวิตแบบนั้น
“กุลสตรีผู้ดีงามจะไม่นั่งบนพื้นหญ้า” เสียงเย่เนี่ยนโม่ดังมาจากด้านหลัง ติงยียีกล่าวขึ้นโดยที่ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง:“ฉันก็แค่กุลสตรีจอมปลอมเท่านั้น”
เย่เนี่ยนโม่หัวเราะออกมาอย่างหน่วงๆ แล้วก็นั่งลงตาม จากนั้นมองติงยียีแล้วก็หันหน้าไปถามขึ้น:“ทำไมถึงไม่มีความสุขอีกล่ะ”
“ฉันคิดถึงคุณแม่ของฉัน” ติงยียีชี้ไปที่พระจันทร์แล้วหันหน้ามายิ้ม เป็นยิ้มที่ค่อนข้างเศร้า:“คุณดูสิ แม่ของฉันอยู่ไกลขนาดนั้น จะเจอกันสักครั้งช่างยากเย็นเหลือเกิน”