ตอนที่ 1442
ตอนที่ 1442 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1342
October 28, 2026
“เนี่ยนโม่! ไม่ได้มาเยี่ยมลุงนานแล้วนะ” โม่เสี่ยวจุนได้ยินเย่เนี่ยนโม่เป็นฝ่ายโทรศัพท์มาหาตัวเองก่อนแม้ว่าจะไม่ได้เปิดการประชุมใดๆก็ตาม เขาก็เลยตั้งใจรับสายโทรศัพท์ขึ้นมาพูดคุย
“คุณลุงครับ ชูหวินอยู่ไหมครับ? ระยะนี้ไม่ใช่ว่าคุณป้าสุขภาพร่างกายไม่ดีหรอกหรือครับ? เขาน่าจะอยู่ที่บ้านสินะครับ”
“ไม่อยู่บ้านหรอก ไอ้ลูกเวรคนนี้ไม่รู้ว่ามันหายหัวไปไหนแล้ว เธอก็พูดถูกนะ วันนี้ฉิงฉิงก็เอาแต่พูดถึงหลายครั้งแล้ว ลุงจะโทรเรียกมันกลับมาเดี๋ยวนี้เลย! ”
ในขณะที่เย่ชูหวินกำลังสอนติงยียีว่ายน้ำอยู่ โทรศัพท์มือถือที่อยู่บนฝั่งก็ดังขึ้น พอเขากดรับสาย โม่เสี่ยวจุนก็เริ่มเทศนาขึ้นมาอย่างกับอยู่ซึ่งๆหน้าเขา บทสรุปมีเพียงหนึ่งเดียว คือกลับมาทำหน้าที่ลูกกตัญญู!
“ถ้านายมีธุระนายก็ไปก่อนเถอะ ฉันเล่นกับแพนด้าอยู่ที่นี่อีกสักพักก็จะกลับไปแล้ว” ติงยียีเห็นเขาหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ จึงรีบพูดออกมา
“งั้นเธอก็อยู่ในบริเวณน้ำตื้นๆนะ อย่าออกห่างขอบสระไปมาก และถ้ามีเรื่องอะไรให้โทรหาฉันนะ” พอพ่อพูดแบบนั้นเมื่อสักครู่นี้ ภายในใจของเขาก็เริ่มเป็นห่วงอาการป่วยของแม่ขึ้นมา
หลังจากกำชับเรียบร้อยแล้ว เย่ชูหวินก็รีบร้อนออกไปทันที ติงยียีถอนหายใจและไม่มีอารมณ์เล่นสนุกแล้ว พอเพิ่งคิดว่าจะลุกขึ้น ร่างที่แข็งแรงและปราดเปรียวร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาจากพื้นน้ำ
“ติงยียี? ทำไมบังเอิญขนาดนี้ วันนี้เธอก็มาเล่นที่นี้ด้วยเหรอ?” เย่เนี่ยนโม่ทำท่าทางประหลาดใจออกมา ติงยียีก็ประหลาดใจมากเช่นเดียวกัน เธอเคยไปที่บ้านตระกูลเย่แล้ว สระว่ายน้ำที่บ้านตระกูลเย่ก็ใหญ่กว่าที่นี่เสียอีก
ทั้งสองคนคุยเล่นกันอยู่หนึ่ง เย่เนี่ยนโม่ก็เริ่มเสนอตัวจะสอนเธอว่ายน้ำอย่างตั้งใจ ติงยียีเห็นว่าเป็นเวลาบ่ายแล้ว และแพนด้าก็เหนื่อยแล้วเช่นกัน เธอจึงส่ายหน้าปฏิเสธเขา
ในขณะที่ติงยียีกำลังพาแพนด้าจากไป เย่เนี่ยนโม่ก็ออกมาจากสระว่ายน้ำด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้มใจ และแล้วก็มีคนเรียกเขาไว้จากด้านหลังว่า “เนี่ยนโม่!”
สวีเห้าเซิงคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะได้พบเขาที่นี่ บนใบหน้าของเขาจึงมีความสุขอย่างไม่สามารถควบคุมได้ "ลุงสวี!" เย่เนี่ยนโม่ก็ตกใจมากเช่นเดียวกัน
ภายในร้านกาแฟ สวีเห้าเซิงได้เปลี่ยนกาแฟเป็นน้ำชา แล้วจิบเบาๆ และในขณะที่เย่เนี่ยนโม่กำลังดื่มกาแฟอยู่ ก็อุทานขึ้นมาว่า "ลุงสวีครับไม่ใช่ว่าลุงชอบดื่มกาแฟเป็นที่สุดหรือครับ?"
สวีเห้าเซิงยิ้ม แล้วพูดว่า “คนแก่ก็กลัววันนั้นที่จะต้องตายจากโลกนี้ไป ก็เลยเริ่มเรียนรู้ที่จะรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและชดเชยชีวิตที่ใช้ไปในวัยหนุ่มสาวให้กลับมาอีกครั้งน่ะ”
“แม่ผมรู้หรือยังครับว่าคุณกลับมาแล้ว?” เย่เนี่ยนโม่ใส่ใจเรื่องนี้มากที่สุด สวีเห้าเซิงส่ายหน้าไปมา หลังจากที่เขากลับประเทศมาในครั้งนี้เขาจะไม่จากไปแล้ว เป็นไปได้ว่าเขาจะซื้อบ้านสักหลังในเมืองตงเจียงเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต
ทั้งสองไม่ได้สังเกตเห็นว่าบนโต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา มีผู้หญิงที่สวมแว่นกันแดดคนหนึ่งกำลังจิบกาแฟอยู่อย่างเงียบๆ
คิดไม่ถึงเลยว่าสวีเห้าเซิงจะกลับประเทศแล้ว และยังมีความสัมพันธ์ที่ดีขนาดนั้นกับเย่เนี่ยนโม่ด้วย ซือซือกำลังคนกาแฟอย่างช้าๆ แล้วเผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งออกมา
ณ บ้านตระกูลเย่ พ่อบ้านรับกาแฟที่คนรับใช้ยื่นให้ ก่อนที่จะยื่นให้เซี่ยชีหรั่นด้วยความเคารพ แล้วค่อยวางไว้ตรงหน้าอ้าวเสว่อีกครั้ง เขาไม่ลืมว่าผู้หญิงคนนี้หนีไปเมื่อสามปีที่แล้ว และในช่วงเวลาครึ่งปีนั้นคุณชายของเขาเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างเขาเห็นกับตาตัวเองทั้งหมด ถึงแม้จะเจ็บปวดใจเขาก็ไม่พูดออกมา และตอนนี้ก็ยังมีดาราเด็กคนหนึ่งกำลังจ้องมองบ้านตระกูลเย่ตาเป็นมันด้วยอีกคน
เซี่ยชีหรั่นจิบกาแฟเบาๆโดยไม่พูดไม่จาอะไร เธอเองก็โกรธมากเช่นกัน เธอเป็นแม่คนหนึ่ง ในปีนั้นตอนที่ได้ยินเรื่องนี้มันก็ผ่านมานานมากแล้ว เธอรู้สึกผิดเสมอที่ไม่ได้อยู่ข้างๆลูกชายของตัวเองในเวลาที่เขาต้องการเขามากที่สุด
อ้าวเสว่สังเกตเห็นถึงความชะงักงันของบรรยากาศภายในนี้ ทันใดนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมา พอเธอร้องไห้ เซี่ยชีหรั่นก็รีบยื่นกระดาษทิชชูให้เธอด้วยมือไม้ที่งุ่มง่ามเล็กน้อย แล้วพูดว่า “มีอะไรจะพูดก็พูดมาดีดี เธอจะร้องไห้ทำไม?”
“น้าเซี่ยคะ คุณเห็นหนูมาตั้งแต่เด็กจนโต หนูไม่มีพ่อแม่คุณก็รู้ ดังนั้นจึงไม่มีใครคอยสั่งสอนหนูในหลายๆเรื่อง” อ้าวเสว่ปกปิดใบหน้าและร้องไห้สะอึกสะอื้น เซี่ยชีหรั่นก็รู้สึกเศร้าเช่นกันเมื่อได้สัมผัสกับฉากตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยวที่อยู่ภายในใจก็จางหายไปแล้วเล็กน้อย พ่อบ้านที่อยู่ข้างๆเห็นว่าคุณนายใจอ่อนอีกแล้ว เขาจึงรีบโทรศัพท์หาเย่เชินหลิน
“สามปีก่อน หลังงานนิทรรศการเครื่องประดับในครั้งนั้น หนูก็เป็นโรคซึมเศร้า หนูกังวลว่าตัวเองจะทำร้ายเนี่ยนโม่ และหนูก็กังวลด้วยว่าเนี่ยนโม่จะไม่ชอบหนู ดังนั้นหนูก็เลยไปต่างประเทศอย่างเงียบๆค่ะ” อ้าวเสว่เช็ดน้ำตาไปด้วยพูดโกหกไปด้วย เซี่ยชีหรั่นไม่ได้คิดอะไรมาก แต่กลับโทษตัวเองเล็กน้อย
“หนู ถ้าเป็นอย่างนี้จริงๆหนูควรพูดกับเนี่ยนโม่นะ หนูรู้ไหมว่าหลังจากที่หนูจากไปในช่วงเวลาครึ่งปีที่ผ่านมาเขาจิตใจหงอยเหงาเศร้าซึมมากเลยนะ ตอนนี้หนูคืนดีกับเขาแล้วหรือยัง?” เซี่ยชีหรั่นเช็ดน้ำตา
อ้าวเสว่ส่ายหน้า สิ่งนี้ก็คือจุดประสงค์ที่เธอมาในวันนี้ เธอต้องฉีดวัคซีนให้คนในครอบครัวเย่เนี่ยนโม่ก่อน เขาเป็นลูกกตัญญูขนาดนั้น ถ้าหากมีน้าเซี่ยคอยพูดคำพูดที่สวยหรูสักสองสามประโยคอยู่ข้างๆ เขาน่าจะคลายอารมณ์โกรธได้เร็วขึ้นก็ได้นะ
ยิ่งไปกว่านั้นคำโกหกที่ตัวเองได้ปั้นขึ้นมาก็ไม่มีข้อบกพร่องเลยจริงๆ พอคิดถึงตรงนี้ อ้าวเสว่ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันเกิดของเขาแล้ว หนูอยากจะปรากฏตัวอีกครั้งในวันเกิดของเขา และมอบเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้เขาค่ะ”
“นายท่าน!” พ่อบ้านเชิญเย่เชินหลินเข้ามา อ้าวเสว่เงยหน้าขึ้นมามองเขา เดิมทีเธออยากจะฉีกรอยยิ้มหวานๆออกมา แต่หลังจากที่ได้เห็นสายตาที่ดูเหมือนจะรู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่างของอีกฝ่าย เธอก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย แล้วก้มหน้าลงอย่างไม่สมัครใจทำ
เย่เชินหลินเดินไปถึงตรงหน้าเซี่ยชีหรั่น เมื่อเห็นว่าเธอร้องไห้จนจมูกแดงเล็กน้อย เขาก็เลยนั่งลงไปบนโซฟาและโอบกอดเธอเบาๆ แล้วจึงมองไปทางอ้าวเสว่
“คุณหนูอ้าวเสว่” เย่เชินหลินเอ่ยปากพูดออกมาอย่างเฉยเมย และน้ำเสียงไม่พอใจ อ้าวเสว่จึงพูดอย่างรีบร้อนเล็กน้อยว่า “คุณลุงเย่เรียกหนูว่าอ้าวเสว่ก็ได้ค่ะ”
แม้ว่าเย่เชินหลินจะอยู่ในวัยกลางคน บริษัทก็เริ่มส่งมอบให้เย่เนี่ยนโม่จัดการดูแล แต่หน้าตาของเขายังคงสง่างามและน่าเกรงขาม ตอนที่ไม่พูดไม่จายิ่งทำให้คนกลัวมาก เมื่อได้ยินเธอพูดอย่างนั้น เย่เชินหลินก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดใด จากนั้นจึงเอ่ยปากออกมาว่า “เมื่อกี้เธอบอกว่าเธอไปถึงอังกฤษเพราะโรคซึมเศร้าเหรอ?”