ตอนที่ 1443
ตอนที่ 1443 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1343
October 28, 2026
สวีเห้าเซิงตกตะลึงในฉับพลันเมื่อเห็นเธอ นี่ไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ตัวเองเคยติดต่อตอนเด็กๆหรอกหรือ? ในลอสแองเจลิส ในสวนสาธารณะ ถ้าหากโลกนี้มีความบังเอิญจริงๆ เช่นนั้นมันจะต้องเป็นลิขิตของสวรรค์แน่ๆ ที่ลิขิตให้ตัวเองต้องได้พบกับลูกสาว
อ้าวเสว่เห็นเขามีสีหน้าท่าทางตื่นเต้นดีใจ ก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ภายในใจ และอยากจะปิดประตู สวีเห้าเซิงจึงรีบพูดว่า “อย่าเพิ่งปิดประตูๆ หนูลืมฉันไปแล้วเหรอ พวกเราเคยเจอกันตอนเด็กๆไง!”
อ้าวเสว่มองเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เธอใช้เวลานานกว่าจะจำได้ว่าตัวเองเคยมีโอกาสได้พบกับผู้ชายคนนี้เมื่อตอนที่ฉันยังเป็นเด็กจริงๆ ภายในห้อง อ้าวเสว่นำกาแฟไปวางไว้ตรงหน้าเขาแล้วพูดว่า “แม่หนูไม่ชอบดื่มชา และในโรงแรมก็มีแต่กาแฟ ดื่มได้ไหมคะ?”
สวีเห้าเซิงพยักหน้า แล้วพูดว่า “ขอบคุณนะ” อ้าวเสว่ถามว่า “วันนี้คุณมาที่นี่มีเรื่องอะไรเหรอคะ? แล้วคุณรู้จักหนูได้ยังไง?”
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนี้สวีเห้าเซิงก็โทษตัวเองที่บุ่มบ่ามวิ่งเข้ามา ถ้าหากเธอเป็นลูกสาวของตัวเองจริงๆ เช่นนั้นเขาก็ไม่อยากจะทิ้งความประทับใจแย่ๆไว้ตรงหน้าเธออย่างแน่นอน
“ฉันเป็นเพื่อนของแม่หนู ฉันมาหาเธอ” สวีเห้าเซิงพูด อ้าวเสว่พยักหน้าไปมา “แม่ออกไปแล้วค่ะ”
“แล้วพ่อหนูล่ะ?” สวีเห้าเซิงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน อ้าวเสว่ก้มหน้า ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างอธิบายไม่ได้ ดังนั้นก็เลยพูดอย่างไม่ปิดบังเช่นกันว่า “หนูเป็นเด็กกำพร้าค่ะ ต่อมาแม่ของหนูจึงไปรับหนูออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หนูไม่มีพ่อ และหนูก็ไม่อยากมีด้วย ตอนนี้หนูสบายดีมากค่ะ”
สวีเห้าเซิงเจ็บปวดใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กคนนี้ต้องทนลำบากมากแค่ไหนตอนที่เธอยังเด็ก แต่ตัวเองกลับไม่ได้ทำอะไรและไม่ได้มีส่วนร่วมในชีวิตของเธอเลย!
เขายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าอ้าวเสว่เป็นลูกของตัวเอง แต่เขายังต้องการพิสูจน์ให้ชัดเจนอีกสักหน่อย สวีเห้าเซิงจึงถือแก้วกาแฟขึ้น แล้วจงใจคว่ำแก้วกาแฟให้แตก จากนั้นแก้วกาแฟก็ตกลงมาแตกกระจายอยู่บนพื้น
“คุณระวังโดนแก้วบาดนะคะ” อ้าวเสว่รีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อเก็บเศษแก้ว สวีเห้าเซิงก็นั่งยองๆลงเช่นกัน แล้วตั้งใจไปแย้งตอนที่เธอกำลังหยิบเศษแก้ว ทั้งสองคนผลักกันไปผลักกันมา เศษแก้วจึงบาดมือของอ้าวเสว่เข้า
สวีเห้าเซิงรีบหยิบกระดาษทิชชู่มาช่วยเธอห้ามเลือด แล้วเอากระดาษทิชชู่ที่เปื้อนเลือดใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นบาดแผลที่นิ้วมือของอ้าวเสว่ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก เขาเพียงแต่ต้องการทำเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดเจนให้จงได้ก็เท่านั้น
หลังจากที่ออกจากโรงแรมแล้ว สวีเห้าเซิงก็นำก้อนกระดาษทิชชู่ส่งไปให้สถาบันตรวจสอบที่เกี่ยวข้องทันที แล้วเขาก็รอรายงานทั้งคืนไม่หลับไม่นอน ในตอนเช้าตรู่ ก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งส่งไปถึงมือของเขาแล้ว
“ตามผลการตรวจจำแนกลักษณะเครื่องหมายทางพันธุกรรมDNA รับรองว่าผู้มอบอำนาจสวีเห้าเซิงเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดทางชีววิทยาของนางสาวอ้าวเสว่”
ในตอนเช้าตรู่ ตอนที่อ้าวเสว่เปิดประตูออกมาก็พบกับผู้ชายที่มาหาตัวเองเมื่อวานนี้มาหาอีกครั้งในวันนี้ ในขณะที่สวีเห้าเซิงกำลังมองเธออยู่ ก็มีแรงกระตุ้นที่อยากจะร้องไห้ขึ้นมาเขาจึงหันหลังเพื่อเช็ดน้ำตา แล้วหันหน้ามาฝืนยิ้มให้เธอและพูดว่า “หนู หนูพอมีเวลาว่างหรือเปล่า ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวไม่คุ้นเคยกับใครเลย ก็เลยอยากจะหาคนไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเป็นเพื่อนน่ะ”
ในห้างสรรพสินค้า สวีเห้าเซิงกำลังเดินไปอย่างใจลอย หลังจากที่ดีใจเป็นบ้าเป็นหลังไปแล้วเขากลับไม่รู้ว่าจะบอกเรื่องนี้กับอ้าวเสว่หรือไม่ อันที่จริงตัวเองไม่ได้ทำหน้าที่ของพ่อมายี่สิบกว่าปี และเธอก็ยังบอกอีกว่าไม่อยากรู้จักพ่อผู้ให้กำเนิดเลย
“คุณลุงสวีคะ!” อ้าวเสว่ตะโกนอยู่ข้างหลังเขา สวีเห้าเซิงชะลอความเร็วอย่างรวดเร็ว เขาเดินเร็วเกินไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทำให้ทิ้งระยะห่างจากอ้าวเสว่ไปไกลมาก
“หนู ไปกันเถอะ ไปเลือกเสื้อผ้าให้ลุงสวีกัน!” ในขณะที่สวีเห้าเซิงกำลังมองดูลูกสาวที่เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่ใจกว้างอยู่ข้างๆ เขาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา แล้วลากเธอเข้าไปในร้านเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ร้านหนึ่งตามใจชอบ
“ชอบตัวไหนก็ซื้อเลย ลุงให้หนู” สวีเห้าเซิงพูด อ้าวเสว่รู้ดีว่าเสื้อผ้าแบรนด์นี้ราคาไม่ถูกเลย และมันก็แปลกมากที่คนที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่กี่ครั้งทำไมถึงได้ใจกว้างกับเธอมากขนาดนั้น เธอจึงบอกปัดไปว่า “ลุงสวีไม่ต้องหรอกค่ะ คุณเป็นเพื่อนของแม่หนู หนูมาเป็นเพื่อนคุณมันก็เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว”
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมรับ สวีเห้าเซิงจึงรีบพูดว่า “ลุงซื้อให้ลูกสาวน่ะ หนูก็ช่วยลุงสวีเลือกหน่อยนะ” เมื่อเห็นเขาพูดอย่างนี้ อ้าวเสว่ก็โล่งอกขึ้นมา แล้วเลือกเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งตามความชอบของตัวเอง
ถัดมาก็คือเคาน์เตอร์เครื่องสำอางและเคาน์เตอร์รองเท้า ครึ่งวันต่อมาเงินก็ถูกชำระไปแล้วแสนกว่าหยวน เมื่อม่านราตรีย่างกรายมาถึง สวีเห้าเซิงก็ไปส่งอ้าวเสว่ที่โรงแรม แล้วแกล้งรับโทรศัพท์ หลังจากที่วางสายไปแล้วเขาก็กล่าวคำขอโทษว่า “ตายจริง ลูกสาวของลุงบอกว่าเธอไม่กลับมาแล้ว ของพวกนี้ก็เสียงเงินซื้อมาแล้ว ไม่อย่างนั้นก็มอบให้หนูเลยก็แล้วกัน ลุงว่ามันเหมาะกับหนูมากเลยนะ”
อ้าวเสว่อยากจะปฏิเสธ แต่สวีเห้าเซิงกลับพูดว่าไม่เป็นไรซ้ำๆไม่ขาดปากแล้วก็เดินจากไปเลย ในขณะที่เธอกำลังมองดูถุงของขวัญหลายสิบถุงที่อยู่เต็มห้อง เธอก็ถอนหายใจ ยังไงซะผู้ชายที่มีบัตรทองก็น่าจะไม่สนใจเรื่องเงินเหล่านี้สินะ
พอเธอกำลังจะหยิบของขึ้นไปเก็บให้เรียบร้อย กลับพบเอกสารฉบับหนึ่งอยู่ในถุงหนึ่งใบ เธอจึงเปิดออกมาดูในทันที แล้วจากนั้นเธอก็สติหลุดลอยไปอีกครั้ง สวีเห้าเซิงเขา เขาเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดของตัวเอง!
เมื่อซือซือเห็นเบอร์โทรที่แสดงขึ้นมาก็รู้เลยว่าอ้าวเสว่จะต้องรู้เรื่องนี้แล้วอย่างแน่นอน เธอจึงรับสายและพูดว่า “ไม่ผิดหรอก สวีเห้าเซิงก็คือพ่อแท้ๆของลูก”
ศีรษะของอ้าวเสว่เหมือนถูกใครบางคนกำลังถือค้อนขึ้นมาตีอย่างแรง แล้วเธอก็พึมพำว่า “งั้นทำไมเขาถึงต้องทิ้งหนูไปด้วยล่ะ?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ อาจจะเป็นเพราะหน้าที่การงานของเขา และก็อาจจะเป็นเพราะตอนที่เขายังเด็กเขาคิดว่าการเลี้ยงดูลูกมันลำบากเกินไป ตอนนี้แก่แล้วจึงคิดอยากจะชดเชยให้ลูก ดังนั้นลูกก็รู้ว่าแม่คนเดียวเลี้ยงลูกจนโตมาได้มันลำบากแค่ไหนแล้วสินะ” ซือซือพูดโกหกอย่างหน้าด้านๆ เธอไม่อยากเห็นตอนจบที่มีความสุข เธออยากจะให้ทุกคนเป็นเบี้ยที่ว่านอนสอนง่ายของตัวเองก็พอแล้ว!
อ้าวเสว่วางสายด้วยความงงงัน ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง เธอเป็นส่วนเกินและเป็นคนที่ถูกทอดทิ้งมาโดยตลอด ตอนนี้เพิ่งจะอยากจะทำดีกับตัวเอง ช่างน่าหัวเราะเสียจริงๆ คุณพ่อที่รักของฉัน ในเมื่อคุณอยากจะชดใช้ ฉันก็จะให้คุณได้ชดใช้ให้พอ