ตอนที่ 1444
ตอนที่ 1444 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1344
October 28, 2026
ประตูถูกเปิดออก และเสียงที่สุภาพงดงามก็ดังขึ้นมา “ขอโทษที่ให้พวกคุณรอนานนะคะ” ในขณะที่ติงยียีได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้เธอก็ตื่นตกใจไปทั้งตัว พอหันหลังกลับมา ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นทันใดเพราะความประหลาดใจ “อ้าวเสว่!”
อ้าวเสว่พยักหน้าให้ผู้ช่วย และผู้ช่วยก็ออกไป เธอปิดประตู และเมื่อเธอหันหลังกลับบรรยากาศก็เงียบสงบลง “ยียี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
“เธอรู้ไหมว่าหลังจากที่เธอจากไปเนี่ยโม่เจ็บปวดแค่ไหน!” ติงยียีอดไม่ได้ที่จะเคียดแค้นและรู้สึกไม่เป็นธรรมแทนเย่เนี่ยนโม่ อ้าวเสว่ถอนหายใจ แล้วพูดว่า “ฉันรู้ ดังนั้นกลับมาในครั้งนี้ฉันจะชดใช้ให้เขาเป็นอย่างดี”
“เขารู้หรือยังว่าเธอกลับมาแล้ว?” ติงยียีถาม อ้าวเสว่ส่ายหน้า “พรุ่งนี้ก็คือวันเกิดของเขาแล้ว ฉันอยากจะเซอร์ไพรส์เขาในวันพรุ่งนี้”
จนกระทั่งออกมาจากบริษัทเย่ซื่อติงยียีก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ทันใดนั้นก็มีเสียงรถรีบเบรกดังขึ้นมา แล้วข้อมือของเธอก็ถูกเวี่ยงไปด้านข้างอย่างฉับพลัน เย่เนี่ยนโม่พูดอย่างกระหืดกระหอบว่า “เธอกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่เห็นรถวิ่งมาหรือไง?! บาดเจ็บตรงไหนไหม!”
ติงยียีส่ายหน้า เย่เนี่ยนโม่ก็ไม่พูดอะไร เขาตรวจดูเธออย่างละเอียดตั้งแต่หัวจดเท้าไปหนึ่งรอบ แล้วจึงกวาดสายตามองไปทางคนที่รีบเบรกรถ คนที่อยู่บนรถถูกเขาขู่ด้วยสายตาที่เย็นชา เขาจึงพึมพำขึ้นมาว่าไม่ใช้ความผิดของเขาทำไมฝ่ายตรงข้ามถึงได้ดุขนาดนั้นด้วย
แล้วเย่เนี่ยนโม่ก็ลากเธอขึ้นไปบนรถโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆทั้งนั้น และในขณะที่ติงยียีกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย หัวใจของเธอก็เก็บงำความจริงที่ว่าอ้าวเสว่ได้กลับมาแล้วเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ “กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?” ทันใดนั้นเย่เนี่ยนโม่ก็ถามขึ้นมา
“คิดถึงนายไง” ติงยียีตอบกลับไปด้วยจิตใต้สำนึกของเธอ แล้วหันไปมองเย่เนี่ยนโม่ด้วยสีหน้าที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มและรีบพูดว่า “ฉันหมายถึงฉันคิดถึงชูหวินแล้วน่ะ”
“เธอคิดถึงเย่ชูหวินเหรอ?” เย่เนี่ยนโม่ถามซ้ำหลายปีมานี้ติงยียีด้วยสีหน้าที่แปลกใจ หลายปีมานี้ติงยียีไม่ได้อยู่ด้วยกันกับเย่ชูหวินตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตัวเองยังมีโอกาส
ติงยียีฝืนใจพยักหน้าไปมา ทันใดนั้นรถก็เลี้ยวอยู่บนถนนเป็นตัว “S” เธอจึงรีบจับเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แล้วพูดด้วยความตื่นตระหนกตกใจว่า “เกิดอะไรขึ้น!” เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “มือมันลื่น”
ที่หน้าปากซอยเล็กๆ พอติงยียีลงมาจากรถ เย่เนี่ยนโม่ก็ตะโกนเรียกเธอว่า “พรุ่งนี้บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมตี้เหา เวลา 8 โมงครึ่งนะ” ยังไม่รอให้ติงยียีตอบรับกลับไป เขาก็รีบกลับรถและจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้เข้าทำงานอยู่ตลอดเวลาติงยียีก็ได้แสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่ และหลังจากที่รินกาแฟให้ผู้คนในออฟฟิศเสร็จแล้วเธอก็ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่สิบ
ประตูออฟฟิศถูกเปิดออก แล้วอ้าวเสว่ก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้เห็นเธอก็พูดว่า “ยียี วันนี้เป็นวันเกิดของเนี่ยนโม่ คุณน้าเซี่ยจะฉลองวันเกิดให้เขาที่โรงแรมตี้เหา ฉันต้องไปเตรียมตัวก่อนสักหน่อย รบกวนเธอช่วยจัดการเอกสารที่อยู่บนโต๊ะให้ฉันสักหน่อยนะ”
“อ่อๆ ตกลง” ติงยียีมองเธอจากไปอย่างมีความสุข แล้วยกมือขึ้นมามองดูนาฬิกา ยังมีเวลาอีกสามชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาที่เย่เนี่ยนโมนัดกับตัวเองไว้ เธอน่าจะสามารถทำงานให้เสร็จได้นะ
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ติงยียียังคงตรวจสอบข้อมูลอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ พนักงานทุกคนเลิกงานกันหมดแล้ว ไฟฟ้าในตึกใหญ่ถูกตัดขาด เธอจึงต้องเปิดโคมไฟตั้งโต๊ะเล็กๆที่อยู่ข้างโต๊ะขึ้นมา
หลินเจี๋ยเดินผ่านมาพอดี เห็นว่าในห้องทำงานห้องหนึ่งมีแสงไฟ เขาก็เลยเดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังจากที่เห็นติงยียีเขาจึงถามด้วยความแปลกใจว่า “ทำไมคุณยังไม่เลิกงานอีก?”
“สวัสดีค่ะประธานกรรมการ!” ติงยียีโค้งคำนับเล็กน้อยและกล่าวสวัสดีก่อนจะพูดต่อไปว่า "หัวหน้ากำชับให้ฉันตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ให้เสร็จค่ะ ฉันยังเหลืออยู่อีกนิดหน่อยค่ะ"
วันนี้เป็นวันเกิดของเย่เนี่ยนโม่ เขาจะชวนเธอไปแน่นอน คิดไม่ถึงว่าเด็กคนนี้ยังคงตรวจสอบข้อมูลอยู่ตรงนี้ ในขณะที่กำลังคิดถึงท่าทางที่เป็นกังวลของเย่เนี่ยนโม่อยู่ หลินเจี๋ยก็รู้สึกทนไม่ไหว จึงโบกมือไปมาและพูดว่า “เลิกงานเถอะ บริษัทหลินซื่อไม่สนับสนุนให้พนักงานทำงานล่วงเวลานะ นั่นคือการแสดงออกในการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพนะ”
ติงยียีถูกว่าจนหน้าแดงหูแดง จึงรีบเก็บข้าวของแล้วเดินจากไป แล้วหลินเจี๋ยก็ตะโกนเรียกเธอเอาไว้ว่า “รอเดี๋ยว คุณจะไปไหน ผมจะไปส่งคุณ”
บนรถ ติงยียีกำลังนั่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย หลินเจี๋ยจึงถามด้วยสีหน้าที่สงบเยือกเย็นออกไปว่า "ได้ยินว่าคุณกับเย่เนี่ยนโม่แห่งบริษัทเย่ซื่อคุ้นเคยกันมากเหรอ?”
“เราเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ” ติงยียีขยับเขยื้อนไปมาบนที่นั่งที่กว้างใหญ่อย่างไม่สบายใจเล็กน้อย ผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปีที่อยู่ข้างๆมีความรู้สึกของการกดขี่ที่มองไม่เห็นอยู่จำนวนหนึ่ง
“ความจริงบริษัทของเราเปิดกว้างมาก และสนับสนุนให้พนักงานมีความรักได้ด้วยนะ” หลินเจี๋ยพูดต่อ
ติงยียีจึงรีบพูดว่า “ฉันกับเย่เนี่ยนโม่เป็นเพื่อนกันจริงๆค่ะ ฉันมีคนที่ฉันชอบแล้ว” พอได้ยินเธอพูดอย่างนี้ หลินเจี๋ยก็ทำได้เพียงถอนหายใจว่าเส้นทางความรักของเจ้าเด็กคนนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว
เมื่อไฟแดงปรากฏขึ้น สายตาของหลินเจี๋ยก็ลู่ลงไปมองบนมือของเธออย่างไม่เคยเห็นมาก่อน เขาจึงประเมินว่า "แหวนออกแบบได้ไม่เลวเลยนะ" พอได้ยินเขาพูดอย่างนี้ ติงยียีก็รู้สึกเขินอายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แล้วพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า “ค่ะ! เป็นแหวนที่ฉันทำขึ้นมาเองค่ะ”
เมื่อหัวข้อสนทนาถูกเปิดออก บรรยากาศหลังจากนั้นก็ไม่ถือว่าตึงเครียดอีกต่อไป และในโรงแรมตี้เหา เย่เนี่ยนโม่ดูนาฬิกาครั้งแล้วครั้งเล่า
“พูดอย่างเสร็จสรรพแล้วว่าให้ยัยบ๊องนั่นมาถึงที่นี่ตอนสองทุ่ม ทำไมยังมาไม่ถึงอีกนะ!” เขาบ่นพึมพำ รอบๆตัวเป็นแสงเทียนอันริบรี่และดอกกุหลาบ เขารอไม่ไหวแล้ว วันนี้เขาจะสารภาพรักกับติงยียี ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเขาจะต้องให้เธอได้รับรู้ความรู้สึกภายในใจของตัวเองให้ได้
ประตูถูกเคาะจนมีเสียงดังขึ้นทา เย่เนี่ยนโม่แอบถอนหายใจที่ในที่สุดเธอก็มาถึงเสียที เขาจึงจงใจเชิดหน้าขึ้นและพูดว่า: "เข้ามา"
พอประตูถูกเปิด ร่างของคนคนหนึ่งเข็นเค้กเดินเข้ามาย่างช้าๆ สีหน้าที่เดิมทีมีความสุขของเย่เนี่ยนโม่ก็แข็งทื่อในที่สุดหลังจากที่ได้เห็นคนที่เดินเข้ามา