ตอนที่ 1445
ตอนที่ 1445 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1345
October 28, 2026
ซือซือก็ตกตะลึงมากเช่นเดียวกัน คนที่เธอจัดการคือโม่ซวนหลินชัดๆ เห็นท่าทางของเย่เนี่ยนโม่ดูเหมือนว่าก็ชอบโม่ซวนหลินมากเช่นกัน เป้าหมายของเธอจึงมีเพียงหนึ่งเดียว คือให้อ้าวเสว่เชื่อฟังคำพูดของเธอดีดี ไม่คิดว่าไม่ทันไรก็มีติงยียีเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเสียแล้ว
“ลูกไม่ต้องกลัว ไปหาพ่อของลูก เขาเคยช่วยชีวิตเย่เนี่ยนโม่และก็เป็นชู้กับเซี่ยชีหรั่นมาก่อน เขาช่วยลูกได้นะ” ซือซือคิดขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเธอสามารถใช้ประโยชน์จากสวีเห้าเซิงได้ อ้าวเสว่ตกตะลึงอยู่ในใจเงียบๆ แล้วความหวังก็เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ เธอจะต้องคว้าจิตใจที่รู้สึกผิดต่อตัวเองของสวีเห้าเซิงเอาไว้ให้ดีดีและแย่งชิงเย่เนี่ยนโม่กลับคืนอีกครั้งให้ได้!
ณ บ้านตระกูลติง ติงต้าเฉินเคาะประตู แล้วเดินเข้ามาพูดว่า “ลูกสาว ไอ้เด็กเวรคนนั้นยืนอยู่ข้างล่างเป็นชั่วโมงแล้วนะ จะให้พ่อไปไล่เขาเลยหรือเปล่า!”
ตั้งแต่เหตุการณ์ที่สวนสัตว์เป็นต้นมาติงต้าเฉินก็ไม่ชอบขี้หน้าเย่เนี่ยนโม่และเด็กผู้หญิงที่อยู่กับเขาในวันนั้นมาก ใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตแล้ว เขาไม่เคยถูกใครเข้าใจผิดขนาดนี้เลย!
ติงยียีรู้ว่าน่าจะต้องเป็นเย่เนี่ยนโม่ ตอนนี้เธอจิตใจสับสนวุ่นวายเหมือนด้ายพันกัน ก็เลยเอาศีรษะซุกเข้าไปในหมอน แล้วพูดเสียงดังอู้อี้ออกมาว่า “ให้เขาไปเถอะคะ”
ติงต้าเฉินไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวของตัวเองและเจ้าเด็กเวรคนนั้น แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางที่กลุ้มและรำคาญใจของลูกสาวแล้วเขาก็ดูออกในทันที เขาจึงหยิบไม้กวาดขึ้นมาแล้วก็รีบพุ่งตัวออกไปนอกประตู
“คุณพระ มีคนเสียชีวิตแล้ว ทำไมถึงได้ตีแรงขนาดนั้น เลือดของพ่อหนุ่มคนนั้นไหลออกมาจนหยดดังติ๋งๆแล้ว” ขณะที่ติงยียีกำลังฟังเสียงของเพื่อนบ้านที่ดังขึ้นมาจากบนระเบียงข้างบ้านเธอก็ลุงขึ้นนั่งในทันที แล้ววิ่งออกไปข้างนอกแม้แต่รองเท้าก็ไม่สวม
เธอวิ่งด้วยเท้าเปล่าไปบนถนนใหญ่ พอไม่ได้เห็นภาพที่ตัวเองจินตนาการเอาไว้ ติงยียีก็ถอนหายใจออกมายาวๆ
“ในที่สุดก็ยอมออกมาแล้วเหรอ?” เย่เนี่ยนโม่พิงอยู่บนกำแพงข้างๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ติงยียีเหล่ตามองไปที่เขาแล้วพูดว่า “ถึงแม้ว่าฉันจะถือว่านายเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้นายเอาฉันไปเป็นข้อข้างในการยั่วโมโหอ้าวเสว่นะ”
“เธอคิดว่าที่ฉันจูบเธอเป็นเพราะฉันต้องการจะยั่วโมโหอ้าวเสว่เหรอ?” เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยความนึกไม่ถึงว่าเธอจะคิดเช่นนี้
“หรือว่าไม่ใช่อย่างนั้น!” ติงยียีเผชิญหน้ากับสายตาที่อยากจะกลืนกินคนของเขาแล้วพูดพึมพำออกมา ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงได้บังเอิญมาสารภาพรักกับตัวเองตอนที่อ้าวเสว่กลับมาอย่างนั้นล่ะ
ติงยียีทอดถอนหายใจยาวๆ แล้วพูดกับเขาอย่างจริงจังว่า “ตอนนี้อ้าวเสว่ทำงานอยู่ที่บริษัทหลินซื่อ และเธอก็ยังรักนายมาก พวกนายอย่าทรมานกันและกันอีกต่อไปเลยนะ”
“ปัง!” หมัดของเย่เนี่ยนโม่ทุบไปที่กำแพง จึงทำให้เกิดเสียงที่ดังกึกก้องขึ้นมา จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ดุร้ายว่า “เธอไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดมั่วๆนะ!”
เธอเพิ่งคิดจะพูดตอบโต้ เย่เนี่ยนโม่วางมือค้ำยันอยู่บนรถเปิดประทุนแล้วหันหลังและเข้าไปในรถ เขากลับรถอย่างรวดเร็ว แล้วรถก็วิ่งหายวับไปกับตา
พอกลับไปถึงบ้านตระกูลเย่ ในขณะที่เย่เนี่ยนโม่กำลังมองดูแสงไฟที่สว่างจ้าภายในบ้าน เขาก็บีบสันจมูกด้วยความปวดศีรษะ วันนี้เขาทิ้งทุกคนภายในบ้านเอาไว้ที่โรงแรม เขายังต้องอธิบายให้พวกเขาฟังต่อไปในภายหลัง
ในห้องรับแขก คิดไม่ถึงเลยว่าสวีเห้าเซิงกับเซี่ยชีหรั่นล้วนอยู่ที่นี่กันหมด เย่เนี่ยนโม่จึงพูดด้วยความประหลาดใจและดีใจว่า “ลุงสวีมาแล้วเหรอครับ”
สวีเหาเซิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย่เนี่ยนโม่เห็นสีหน้าของเขาไม่สู้ดี สายตาของเขาจึงหันไปมองแม่ที่อยู่ข้างๆ แล้วถามอย่างเงียบๆ
“เนี่ยนโม่ ตอนเด็กๆลุงสวีก็สอนเธอว่าจะต้องมีจิตใจมุ่งมั่นต่อความรู้สึกกของตัวเอง ตอนเด็กๆลุงก็ถือว่ามีความสัมพันธ์กันกับอ้าวเสว่อยู่บ้างเหมือนกัน เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ดีคนหนึ่ง พวกเธอมีการเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า?” สวีเห้าเซิงพยายามพูดอ้อมค้อม
“เนี่ยนโม่ ปกติลูกจะคบเพื่อนคนไหนแม่ก็ไม่เคยยุ่งเลย แต่ถ้าเป็นยียีแม่ไม่โอเค!” เซี่ยชีหรั่นเอ่ยปากพูดอย่างใจร้าย เด็กคนนั้นไม่เหมาะสมกับเนี่ยนโม่เลย!
เย่เนี่ยนโม่รู้สึกว่าศีรษะของตัวเองปวดมากกว่าเดิมแล้ว เขาจึงนั่งลงบนโซฟาอย่างหงอยเหงาเศร้าซึมแล้วพูดว่า “ผมไม่ได้ปฏิบัติต่อความรู้สึกอย่างไม่มีเหตุผลสักหน่อย ผมชอบติงยียีจริงๆ ผมจะไม่มีวันปล่อยมือเธอไป”
“เนี่ยนโม่!” เซี่ยชีหรั่นกับสวีเห้าเซิงออกปากต้องการอยากจะให้คำแนะนำตักเตือนเขาในเวลาเดียวกัน เย่เนี่ยนโม่จึงยืดตัวขึ้น และก็มีความอ่อนโยนที่ไม่สามารถควบคุมได้อยู่ภายในดวงตา “ลุงสวีครับ แม่ครับ ผมคิดว่าพวกคุณควรจะเป็นคนที่เข้าใจผม ความรักของผมก็หนักแน่นมั่นคงเหมือนกับพวกคุณ ผมไม่สามารถปล่อยมือเธอไปได้จริงๆ”
เมื่อเซี่ยชีหรั่นนึกถึงอุปสรรค์ในเส้นทางความรักระหว่างตัวเองกับเย่เชินหลินขึ้นมา ก็อดไม่ได้ที่จะเบ้าตาแดงก่ำ
สวีเห้าเซิงถอนหายใจ หลังจากที่ออกมาจากบ้านตระกูลเย่แล้วเขาก็วางใจเรื่องอ้าวเสว่ไม่ลง เขาจึงขับรถตรงไปที่วิลล่าหลังเล็กๆที่เขาซื้อให้อ้าวเสว่
เพียงแค่คิดว่าเสียงกริ่งประตูดังขึ้นแล้ว อ้าวเสว่ก็รีบเปิดประตูทันที เธอร้องไห้จนดวงตาของเธอบวมแดง เมื่อสวีเห้าเซิงได้เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดใจไม่หาย
“เป็นยังไงบ้างคะ เขายกโทษให้หนูไหม? เขายังโกรธหนูอยู่หรือเปล่า?” อ้าวเสว่รีบถาม สวีเห้าเซิงถอนหายใจ แล้วพูดว่า “เสี่ยวเสว่ ปล่อยมือเขาเถอะ ความรักมันบังคับใจกันไม่ได้หรอกนะ”
“ไม่ ไม่ หนูจะไม่ปล่อยมือ เขาสมควรเป็นของหนูอยู่แล้ว!” อ้าวเสว่ร้องไห้และตะโกนออกมา แล้วปิดประตู สวีเห้าเซิงถอนหายใจอยู่นอกประตู และเขาก็ทำได้เพียงแค่รอให้เธอหายดีด้วยตัวเองเท่านั้น
ติงยียีไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน พอผล็อยหลับไปภาพที่เย่เนี่ยนโม่จูบตัวเองก็ปรากฏขึ้นในหัวสมองแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธมากจริงๆ
ในขณะที่กำลังเดินเข้าไปทำงานในบริษัท ก็เห็นว่าประตูออฟฟิศของอ้าวเสว่กำลังเปิดอยู่ ติงยียีจึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไป และในขณะที่กำลังมองดูขอบตาสีแดงที่รองพื้นก็ไม่สามารถปกปิดได้ของเธอ ติงยียีก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า “อ้าวเสว่ จริงๆแล้วเนี่ยนโม่ชอบเธอมากจริงๆนะ เมื่อวานที่เขาทำอย่างนั้นก็เพื่อจะยั่วโมโหเธอเท่านั้น”
“เป็นอย่างนี้จริงๆเหรอ?” อ้าวเสว่เงยหน้าขึ้นมาทันที ติงยียีพยักหน้าไปมาอย่างไม่มั่นใจ สีหน้าท่าทางตอนที่เย่เนี่ยนโม่จูบตัวเองเมื่อวานนี้เหมือนจริงเกินไป ทำให้เธอเองก็จิตใจเหม่อลอยอยู่บ้างเหมือนกัน
“เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเธอเหรอ? ไม่ ฉันจะไม่เชื่อเธออีกแล้ว” อ้าวเสว่เปลี่ยนเรื่องพูดอย่างดูถูกเหยียดหยาม เมื่อก่อนเธอเป็นคนอัธยาศัยดีมาก ดังนั้นจึงทำให้ติงยียีมือที่สามคนนี้แทรกเข้ามาได้