ตอนที่ 1447
ตอนที่ 1447 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1347
October 28, 2026
อ้าวเสว่หันไปมองดูเขา การแสดงออกของเธอเฉื่อยเนือย สวีเห้าเซิงจึงพูดด้วยเสียงที่แหบแห้งว่า “หนู หนูอย่าทำเรื่องโง่เด็ดขาดนะ ลงมาก่อน ลงมาก่อน ตกลงไหม?”
อ้าวเสว่ส่ายหน้า และมองดูข้อมือที่มีรอยเลือดของตัวเองด้วยสายตาเหม่อลอย แล้วพูดด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อยเนื่องจากไม่ได้ดื่มน้ำเป็นเวลานานว่า “หนูเป็นโรคซึมเศร้า ไม่มีเนี่ยนโม่ก็ไม่สามารถรักษามันให้หายได้ ถ้าไม่สามารถได้เขามา หนูก็จะยอมจากไปแบบนี้แหล่ะ บางทีเขาอาจจะยังจำหนูได้บ้าง”
“หนูอย่าหุนหันพลันแล่นนะ ฉันจะโทรหาเย่เนี่ยนโม่เดี๋ยวนี้เลย!” สวีเห้าเซิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างสั่นระรั่ว ในขณะที่อ้าวเสว่ที่สยายผมเป็นกระเซิงกำลังมองดูการเชื่อมต่อของโทรศัพท์มือถืออยู่ รอยยิ้มจางๆก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ
“ลุงสวี?” เย่เนี่ยนโม่เห็นสายที่ไม่ได้รับของติงยียี เขาจึงคิดจะโทรกลับ แต่ในขณะนี้มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเขาก็เลยถือโอกาสรับสาย
“เนี่ยนโม่ เธอรีบมาที่วิลล่าเฟิงจิ่งย่วนเลยนะ อ้าวเสว่เธอ เกิดเรื่องขึ้นกับเธอนิดหน่อยน่ะ” สวีเห้าเซิงให้ความสนใจกับอ้าวเสว่ที่อยู่บนระเบียงอย่างใกล้ชิด พร้อมกดเสียงต่ำพูดกับเขาไปด้วย
“เรื่องอะไรเหรอครับ? ทำไมคุณลุงถึงได้อยู่กับอ้าวเสว่?” เย่เนี่ยนโม่ถามด้วยความแปลกใจ สวีเห้าเซิงมองร่างของอ้าวเสว่เอนไปเอนมาด้วยความหวาดกลัว เธอน่าจะประคองตัวไม่อยู่แล้ว เขาจึงรีบพูดโดยไม่คิดอะไรออกไปว่า “เฮ่าหรัน ลุงไม่เคยขออะไรเธอเลย ตอนนี้เธอช่วยลุงหน่อย รีบมาที่นี่เถอะ! อ้าวเสว่ อ้าวเสว่เธอจะฆ่าตัวตาย!”
“อ้าวเสว่จะฆ่าตัวตาย! ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ” เย่เนี่ยนโม่วางสายโทรศัพท์ ในชั่วพริบตาเดียวเขาก็ไม่มีสติ เหตุผลที่อ้าวเสว่ต้องการจะฆ่าตัวตายจะเป็นอย่างที่เขาคิดไหมนะ? เขาหยิบเสื้อคลุมและกระเป๋าเงิน เปิดประตูแล้วเดินลงไปข้างล่าง
“เน่ยนโม่ ดึกขนาดนี้แล้วลูกจะไปไหน?” เซี่ยชีหรั่นอยู่ในห้องรับแขกพอดี และสายตาของเย่เชินหลินก็จ้องมองมาด้วยเช่นกัน และพูดว่า “จะไปหาเพื่อนเหรอ?”
“หรือว่าจะเป็นติงยียี เนี่ยนโม่ แม่น่าจะเคยพูดกับลูกแล้วนะ แม่จะไม่ห้ามอิสระในการคบเพื่อนของลูก แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นความประพฤติใช้ไม่ได้จริงๆนะ” เซี่ยชีหรั่นพูดอย่างจริงจัง
“แม่ครับ แม่อย่าพูดถึงเธอแบบนั้นนะ ความประพฤติของเธอผมรู้ดีที่สุด เธอเป็นคนจิตใจดี แม่คงเข้าใจเธอผิดไปแล้วแน่ๆ!” เย่เนี่ยนโม่อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นเสียง
เซี่ยชีหรั่นตะลึงงัน เขาไม่เคยพูดเสียงดังกับตัวเองขนาดนี้มาก่อน เย่เชินหลินที่อยู่ข้างๆจึงพูดอย่างเคร่งขรึมเด็ดขาดว่า “ตรวจสอบท่าทีของเธอสักหน่อยก่อนเถอะเย่เนี่ยนโม่”
“แม่ครับ ผมขอโทษ ผมมีธุระที่จะต้องออกไปทำเดี๋ยวนี้” เย่เนี่ยนโม่รีบเดินจากไป เบ้าตาของเซี่ยชีหรั่นร้อนผ่าว เธอทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย เย่เชินหลินจึงโอบกอดเธอเอาไว้ แล้วกระซิบว่า “เดี๋ยวผมจะช่วยคุณอบรมสั่งสอนเขาเอง”
เซี่ยชีหรั่นส่ายหน้า และเอาว่าฝ่ามือตบไปบนหลังมือที่กำลังโอบไหล่ของตัวเองอยู่แล้วพูดว่า "ฉันดีใจมากที่เขามีความคิดเป็นของตัวเอง และสามารถยึดติดกับความคิดของตัวเองได้ แต่ติงยียีเด็กคนนั้นน่ะ ไม่ใช่ว่าฉันใจดำนะ แต่เธอไม่เหมาะสมจริงๆ"
เย่เชินหลินลู่สายตามองดูคนรักที่มีสีหน้าทุกข์ใจ ดูเหมือนว่าในเวลาจำเป็นเขาทำได้เพียงเข้าไปแทรกแซงด้วยการใช้วิธีบีบบังคับเสียแล้ว
รถกำลังแล่นอยู่บนทางหลวง มีสายเรียกเข้าสายหนึ่งโทรเข้ามาอีกสาย เย่เนี่ยนโม่จึงรับสายขึ้นมา "ลุงสวี อีกเดี๋ยวผมก็จะถึงแล้วครับ ทำให้อ้าวเสว่อยู่นิ่งๆไปก่อนนะครับ"
“เนี่ยนโม่” น้ำเสียงของติงยียีในโทรศัพท์เป็นน้ำเสียงที่ทั้งประหลาดใจและดีใจระคนกันไป เธอเกือบจะยอมแพ้ที่จะโทรไปหาเขาแล้ว
“ยียีเหรอ?” เย่เนี่ยนโม่วางโทรศัพท์ไว้ทีแอ่งไหล่และรับฟังอย่างลำบาก “เนี่ยนโม่ นายมาที่นี่หน่อยได้ไหม ฉันอยู่ที่ถนนหลงฉวน”
เขามองดูGPS ถนนหลงฉวนอยู่ห่างจากตำแหน่งที่เขาอยู่ตอนนี้มากเหลือเกิน เขาก็เลยจำต้องพูดว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า? ตอนนี้ฉันเดินทางออกไปไม่ได้นะ”
“ถือว่าฉันขอร้องนาย นายมาเดี๋ยวนี้เถอะ พ่อของฉันเขา...” รถวิ่งเข้าไปในอุโมงค์พอดี โทรศัพท์จึงมีเสียงติดขัดอยู่พักหนึ่ง เย่เนี่ยนโม่ถือโทรศัพท์เอาไว้ รอให้ผ่านอุโมงค์ไปแล้วเขาจึงวางไว้ข้างหูใหม่อีกครั้ง แต่เขากลับไม่ได้ยินคำพูดสุดท้ายของติงยียี
“ดังนั้น นายมาที่นี่ตอนนี้ได้ไหม?” ติงยียีพยายามอย่างเต็มที่ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง และนิ้วที่ถือโทรศัพท์อยู่ก็มีเหงื่อเย็นๆไหลออกมา
“ยียี ตอนนี้ฉันมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องไปทำจริงๆ ไว้ฉันไปหาเธอที่บ้านในภายหลังนะ” มีกล้องวงจรปิดอยู่ข้างหน้า เย่เนี่ยนโม่จึงจำเป็นต้องพูดสรุปแบบสั้นๆแล้วก็วางสายไป
เขาฟังออกว่าน้ำเสียงของติงยียีในโทรศัพท์มีความหวาดกลัวที่แสร้งทำเป็นสงบเยือกเย็นอยู่ เขาจึงหยุดรถทันที เขาจะกลับไปหาติงยียีแล้วถามให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น? หรือว่าจะมุ่งหน้าตอไปเพื่อช่วยอ้าวเสว่ที่ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย?
“เนี่ยนโม่ เธอมาถึงหรือยัง!” ทันใดนั้นโทรศัพท์ของสวีเห้าเซิงก็ดังขึ้น เย่เนี่ยนโม่กัดฟัน ลุสวีคือคนที่เขาสนิทที่สุด เพื่อเขาแล้ว เขาก็เลยต้องเลือกทางที่ในใจของเขาไม่อยากเลือก
แล้วรถวิ่งไปได้สักพัก เย่เนี่ยนโม่ก็หยุดรถ แล้วทุบไปที่พวงมาลัยด้วยความเจ็บปวดใจ และหยิบโทรศัพท์ออกมา “โจ๋ซวน นายช่วยไปที่ถนนหลงฉวนให้ฉันหน่อยได้ไหม นายไปที่นั่นก่อน”
ข้างถนนหลงฉวน ติงยียีร้องไห้ในขณะที่กำลังคืนโทรศัพท์ให้คนขับรถ เธอกอดศีรษะของพ่อและร้องไห้สะอึกสะอื้น เลือดที่อยู่ในโพรงจมูกของติงต้าเฉินแข็งตัวแล้ว กลางคืนอากาศอบอ้าว แต่ร่างกายของเขากลับเย็นเยือกไปทั้งตัว
“สาวน้อย อย่าร้องไห้เลย! ไม่มีใครช่วยคุณ ผมจะช่วยคุณเอง ไปเถอะ ไปโรงพยาบาลกัน!” ในที่สุดคนขับรถที่อยู่ข้างๆก็ทนดูไม่ไหวแล้ว ผู้ชายคนนั้นที่คุยโทรศัพท์เมื่อกี้เป็นผู้ชายแบบไหนกันนะ ผู้หญิงก็บอกไปแล้วว่าพ่อของตัวเองประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว คิดไม่ถึงว่าเขาจะยังคงไม่สะทกสะท้านได้แบบนี้ ติงยียีมองเงยหน้ามองเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า ความสิ้นหวังที่อยู่ภายในใจจึงได้จางหายไปเล็กน้อย ทันทีที่ทั้งสองคนช่วยติงต้าเฉินเข้าไปในแท็กซี่ เสียงรถพยาบาลก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล