ตอนที่ 1448
ตอนที่1448 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1348
October 28, 2026
“เธอทำอะไร!” พอเย่เนี่ยนโม่รีบเดินไปข้างหน้า อ้าวเสว่ก็พุ่งเข้าไปในอ้อมแขนของเขา แล้วพึมพำว่า "ฉันนึกว่าคุณจะจากฉันไปซะแล้ว ดังนั้นฉันจึงอยากจะไปหาคุณ"
“ผมจะไม่จากไปไหนหรอก ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ” เย่เนี่ยนโม่มองตาของเธอ จากนั้นก็เคลื่อนตัวออกไป พูดกับม่านหน้าต่างข้างหลังเธออย่างแผ่วเบา
อ้าวเสว่ไม่ได้สังเกตเห็น แต่ขดอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างเงียบๆ ในขณะที่มองผ้าพันแผลสีขาวบนข้อมืออยู่ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมากไม่ใช่หรือไง? แม่ หนูต้องขอบคุณแม่จริงๆ!
ในขณะที่สวีเห้าเซิงมองคนทั้งสองคนที่กำลังโอบกอดกัน เขาก็ถอนหายใจอย่างเงียบๆ แล้วออกจากห้องเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับทั้งสองคน ในระเบียงทางเดิน ขณะที่ซ่งเมิ่นเจ๋กำลังวิ่งอย่างรีบร้อนอยู่ ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน เธอจึงรีบถามว่า “ไม่ทราบว่าคุณรู้ไหมคะว่าห้องผ่าตัดอยู่ที่ไหน?”
“ห้องผ่าตัดเหรอครับ?” ในขณะที่สวีเห้าเซิงกำลังคิดว่าตัวเองเหมือนจะเคยเห็นว่าอยู่ที่ไหนนั้น ก็เห็นเด็ผู้หญิงคนนี้ร้องไห้อย่างกระวนกระวายใจขึ้นมาเสียแล้ว เขาจึงพูดว่า “ผมจะพาหนูไปนะ”
นอกห้องผ่าตัด หมอส่ายหัวให้ติงยียีและพูดว่า “ไม่ได้ครับ คุณกับพ่อของคุณกรุ๊ปเลือดไม่ตรงกันครับ”
“เป็นไปได้ยังไงคะ!” ติงยียีเหยียดแขนของตัวเองออกมาด้วยความร้อนใจแล้วพูดว่า “มีอะไรผิดพลาดไปแล้วหรือเปล่าคะ ฉัน ฉันมั่นใจว่าฉันเป็นลูกที่เกิดมาจากพ่อของฉันนะคะ!”
หมอจึงพูดปลอบใจเธอว่า “กรุ๊ปเลือดของคุณคือกรุ๊ปเลือดRhที่ค่อนข้างหายาก พ่อของคุณคือกรุ๊ปเลือด A เป็นไปได้ว่าคุณกับแม่ของคุณอาจจะมีกรุ๊ปเลือดเดียวกัน นี่เป็นเรื่องปกติมากครับ”
“ยียี!” ซ่งเมิ่นเจ๋ได้ยินคำพูดของหมอเข้า จึงเดินตรงไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “ใช้เลือดของฉันก็ได้ค่ะ ฉันมีเลือดกรุ๊ป A!” หมอมองซ่งเมิ่นเจ๋ แล้วส่ายหน้าและพูดว่า “คุณผอมเกินไป ดูก็รู้ว่าไม่ถึง 90 จิน ไม่ได้หรอกครับ”
ในขณะที่สวีเห้าเซิงกำลังมองติงยียี เขายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่พนักงานเสิร์ฟที่เคยพบกับตัวเองในโรงแรมตี้เหาหรอกหรือ? เขามีความประทับใจที่ดีต่อเธอ จึงพูดกับหมอว่า “ใช้เลือดของผมเถอะครับ ผมก็มีเลือดกรุ๊ป A เหมือนกัน”
ซ่งเมิ่นเจ๋กับติงยียีต่างก็มองเขาด้วยความประหลาดใจ ติงยียีจำเขาไม่ได้ แต่ก็ยังพูดขอบคุณจากใจจริง “ขอบคุณคุณมากนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ”
ในห้องเจาะเลือดขณะที่มองดูหมอถือถุงเลือดไป ติงยียีก็มองไปที่สวีเห้าเซิงด้วยความซาบซึ้งใจ และโค้งคำนับอย่างสุดซึ้งแล้วพูดว่า “ต้องขอบคุณคุณมากจริงๆค่ะ ฉันจะไปซื้อนมให้คุณสักหน่อยนะคะ”
สวีเห้าเซิงโบกมือไปมา เมื่อเห็นเด็กสาวที่รู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ตรงหน้า ในใจของเขาก็มีความรู้สึกเวทนาสงสารอย่างลุ่มลึกอยู่บ้างเล็กน้อย อ้าวเสว่กับเธออายุเท่าๆกัน เมื่อไหร่ที่เธอสามารถใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเหมือนเด็กผู้หญิงคนนี้ได้บ้างก็คงดี เขาโบกมือเพื่อบอกกับติงยียีเป็นนัยๆว่าตัวเองต้องการพักผ่อนสักหน่อย แล้วสวีเห้าเซิงก็หลับตาลง
“ยียี เธอจะบอกเรื่องนี้กับเย่เนี่ยนโม่ไหม?” ซ่งเมิ่นเจ๋ถาม ติงยียีมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติมาสองสามวันแล้ว เธอถามตั้งหลายครั้ง ติงยียีจึงบอกตัวเองว่าเย่เนี่ยนโม่มาสารภาพรักกับเธอ เธอเองก็ตกตะลึงเช่นกัน สำหรับเรื่องเยเนี่ยนโม่กับติงยียี เธอมองว่ามันไม่โอเคมาโดยตลอด เย่เนี่ยนโม่ดีเกินไป ซึ่งนี่ก็มีความหมายที่แสดงถึงความไม่แน่นอนมากมาย
หลังจากที่สวีเห้าเซิงได้ยินชื่อของเย่เนี่ยนโม่ก็อดที่จะขยับร่างกายไม่ได้ เด็กผู้หญิงทั้งสองคนนึกว่าพูดคุยกันเสียงดังจนทำให้เขาตื่นเสียแล้ว พวกเธอจึงหุบปากทันที ผ่านไปสักพักเมื่อเห็นว่าสวีเห้าเซิงหลับสนิทแล้ว พวกเธอจึงเริ่มพูดคุยกันใหม่อีกครั้ง
ซ่งเมิ่นเจ๋เห็นท่าทางนี้ของเธอก็รู้ว่าต้องมีเรื่องไม่เข้าท่าเกิดขึ้นแน่ เธอจึงสูดหายใจเข้าแล้วพูดว่า “เธอบอกเขาแล้ว แต่เขากลับไม่สนใจอย่างนั้นเหรอ?”
ติงยียีรู้สึกเขินอายเป็นอย่างยิ่ง เธอโง่แค่ไหนที่คิดว่าเย่เนี่ยนโม่จะชอบเธอขึ้นมาจริงๆ เมื่อสักครู่นี้เธอก็ได้สร้างเรื่องให้ตัวเองเสียหน้าเสียแล้ว
“เมิ่นเจ๋ ไม่ต้องพูดแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฉันที่คิดไปเองฝ่ายเดียวเท่านั้น” ติงยียียิ้มและส่ายหน้าไปมา ไม่รู้ว่าทำไมในหัวใจของเธอถึงได้ว่างเปล่าเช่นนี้
สวีเห้าเซิงลืมตาขึ้นมามองติงยียี ถ้าเขาไม่แปลกใจเลยก็คงจะโกหก เขารู้สึกมาโดยตลอดว่าเย่เนี่ยนโม่มีใครคนหนึ่งอยู่ในใจ เขารักเธอ เธอไม่ได้คิดไปเองเหมือนที่เด็กผู้หญิงคนนี้พูดมาเมื่อสักครู่นี้อย่างแน่นอน และดูเหมือนว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะยังไม่รู้จิตใจของตัวเองเลย
สวีเห้าเซิงทอดถอนหายใจอยู่อย่างเงียบๆ ชดเชยให้อ้าวเสว่ เขาทำได้เพียงขอร้องเนี่ยนโม่ ส่วนการชดเชยให้เด็กคนนี้ ก็ใช้คืนด้วยวิธีอื่นก็แล้วกัน
“อ่า ทำไมหัวของฉันถึงได้รู้สึกวิงเวียนอย่างนี้” สวีเห้าเซิงลืมตาขึ้นมาเอามือจับไปที่ศีรษะและพูด ติงยียีกับซ่งเมิ่นเจ๋จึงรีบไปข้างหน้า
สวีเห้าเซิงยิ้มให้ติงยียี แล้วพูดว่า “ผมรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย รบกวนคุณช่วยพาผมออกไปสูดอากาศข้างนอกได้หรือเปล่าครับ?”
“ได้แน่นอนค่ะ!” ติงยียีรีบขอให้ซ่งเมิ่นเจ๋ช่วยไปดูห้องผ่าตัดให้ตัวเอง คนแปลกหน้าคนหนึ่งช่วยตัวเองถึงขนาดนี้ เธอจะต้องตอบแทนเขาให้เป็นอย่างดีอย่างแน่นอน
หลังจากที่ติงยียีประคองสวีเห้าเซิงออกไปแล้ว ร่างร่างหนึ่งก็พุ่งกระโจนเข้ามา ไห่โจ๋ซวนพูดอย่างกระวนกระวายใจว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ ตำรวจจราจรที่ที่อยู่ถนนหลงฉวนบอกให้ฉันมาที่โรงพยาบาล”
“พ่อของยียีประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วน่ะสิ” ซ่งเมิ่นเจ๋มองเขาด้วยความหลงใหล โดยที่ไม่ได้คิดลึกๆไปว่าทำไมไห่โจ๋ซวนถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้
แต่ทว่าไห่โจ๋ซวนกลับคิดมากว่า ทำไมเย่เนี่ยนโม่ถึงรู้ได้ว่าพ่อของติงยียีประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และทำไมเย่เนี่ยนโม่ถึงให้ตัวเองไปที่ถนนหลงฉวนอย่างกระวนกระวายใจขนาดนั้น?
“โจ๋ซวน นายช่วยไปบอกเย่เนี่ยนโม่ด้วยว่า ถ้าไม่ชอบ ก็อย่ามาสารภาพรักกับยียีตั้งแต่แรก เธอไม่ใช่ตุ๊กตาของเล่นของคนรวยหรอกนะ” ซ่งเมิ่นเจ๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังเจ็บใจแทนเพื่อนสนิทของตัวเอง
“สารภาพรักเหรอ? เย่เนี่ยนโม่สารภาพรักกับติงยียีเหรอ?” ไห่โจ๋ซวนรู้แจ้งแล้ว มิน่าล่ะเขาถึงได้รู้สึกว่าสายตาที่เย่เนี่ยนโม่มองติงยียีมันแปลกๆ มิน่าล่ะเขาถึงได้ผิดปรกติมากขนาดนั้น เช่นนั้นอ้าวเสว่จะทำอย่างไร? ไม่ใช่ว่าเขาได้เสียเบี้ยที่ใช้ในการแก้แค้นตระกูลเย่ไปตัวหนึ่งแล้วหรือ?
“โจ๋ซวนนายเป็นอะไรไป?” ซ่งเมิ่นเจ๋มองเขาด้วยความกังวลใจ แล้วไห่โจ๋ซวนก็หันมายิ้มและพูดว่า “ไม่มีอะไร จู่ๆฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระสำคัญ ถ้าคุณลุงตื่นแล้วอย่าลืมบอกฉันด้วยนะ”