ตอนที่ 1450
ตอนที่ 1450 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1350
October 28, 2026
อ้าวเสว่ไม่สนใจอะไร แน่นอนว่าติงยียีคงจะกลัวที่จะทำเรื่องพวกนี้แล้ว แต่ทว่าแบบนี้มันก็ตรงกับความต้องการของจิตใจของเธอพอดี
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อ้าวเสว่จึงรับสาย “ลุงสวี”
“เสี่ยวเสว่อ่า รู้สึกเป็นยังไงบ้าง ”จะต้องพยายามทานยาพวกนั้นต่อไปนะรู้ไหม?” สวีเห้าเซิงได้ยินเสียงของอ้าวเสว่ดูเหมือนจะฟื้นคืนกลับมาฉลาดปราดเปรียวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เขาก็รู้สึกโล่งใจมาก
พออ้าวเสว่วางสายโทรศัพท์ลง แล้วก็หยิบขวดยาขนาดใหญ่สองสามขวดกับน้ำออกมาจากในกระเป๋า แล้วเปิดโทรศัพท์เพื่อบันทึกวิดีโอ
“เธอกำลังทำอะไร!”เหยนหมิงเย้ากำลังเข้ามาในห้องทำงาน จึงรีบเดินไปข้างหน้าแล้วหยิบยาขึ้นมาดูแล้วดูอีก แล้วจึงพูดว่า “โรคซึมเศร้า?”
“นายคิดว่าเป็นไปได้ไหม?” อ้าวเสว่เหล่มองเขา แล้วจัดทรงผมของตัวเอง “ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” เหยนหมิงเย้าคว้าโทรศัพท์มา แล้วพูดด้วยความโมโหจนตัวสั่นเล็กน้อย
อ้าวเสว่มองเขาอย่างประหลาดใจ และคิดว่าเขาควบคุมเธอมากเกินไป จึงพูดอย่างเฉยเมยว่า “ต่อจากนี้ไปฉันจะต้องแสดงเป็นผู้ป่วยโรงซึมเศร้าคนหนึ่ง ฉันต้องแสร้งทำเป็นคนบ้าและโง่เขลาเพื่อรักษาความรักของฉัน”
“เธอมันบ้าไปแล้วจริงๆ” เหยนหมิงเย้าบ่นพึมพำ อ้าวเสว่ยิ้มและมองเขา เธอหยิบโทรศัพท์มาแล้วเปลี่ยนเป็นโหมดวิดีโอ เธอเทเม็ดยาที่อยู่ในขวดแต่ละขวดออกมาแล้วพูดกับกล้องว่า “เนี่ยนโม่คุณดูสิฉันว่าง่ายมากเลยนะ ฉันตั้งใจทานยาด้วยนะ”
เหยนหมิงเย้ามองดูเธอโยนโทรศัพท์ทิ้งไปหลังจากที่ส่งวิดีโอที่เธอถ่ายเสร็จแล้วออกไป แล้วเริ่มใช้นิ้วมือล้วงเข้าไปในคอของตัวเองเพื่อเอายาเม็ดที่กินเข้าไปออกมา
“แค่กๆๆ” อ้าวเสว่ไออย่างรุนแรง และกำคอของเธออย่างสุดชีวิต เหยนหมิงเย้าก็ทนดูไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาจึงก้าวไปข้างหน้าและกอดเธออย่างแรง แล้วกดเธอเข้าไปในอ้อมแขนของตัวเองแน่นๆ
“อย่าทรมานตัวเองแบบนี้เลย นั่นก็เป็นแค่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น! แล้วความเย่อหยิ่งของเธอล่ะ ความเย่อหยิ่งที่ไม่มีใครเทียบได้ของผู้หญิงที่ชื่ออ้าวเสว่คนนั้นที่ฉันเห็นเมื่อตอนที่ฉันยังเป็นเด็กล่ะ!”
อ้าวเสว่ผลักเธอออกไป แล้วนั่งอยู่บนเก้าอี้ ความเย่อหยิ่ง นั่นเป็นคำที่น่าตลกคำหนึ่ง ไม่มีความรัก ความเย่อหยิ่งก็เป็นเพียงสิ่งที่ต่ำต้อยด้อยค่า
“ฉันจะไปบอกเย่เนี่ยนโม่ ฉันจะปล่อยให้เธอเป็นแบบนี้อีกต่อไปไม่ได้แล้ว” เหยนหมิงเย้าหันหลังและคิดจะเดินไป
“นายก็ไปบอกเขาได้เลย ถ้านายอยากจะเห็นฉันตาย” อ้าวเสว่พูดอยู่ข้างหลังเขา
เหยนหมิงเย้าหันหลังกลับมาในทันที อ้าวเสว่ถอดนาฬิกาออก แผลเป็นที่สดใหม่กำลังบิดๆเบี้ยวๆอยู่ ผิวหนังโดยรอบยับยู่ยี่เข้าหากันเพราะตกสะเก็ดแล้ว
“เธอบ้าไปแล้วจริงๆ! ฮ่าๆ! ฉันก็บ้าไปแล้ว”เหยนหมิงเย้าหัวเราะเยาะตัวเอง และใช้กำลังเหวี่ยงประตูอย่างแรงแล้วเดินจากไป อ้าวเสว่ทรุดตัวลงไปนั่งอยู่บนโซฟา แล้วพูดพึมพำว่า “โลกใบนี้ยังมีใครที่ปกติบ้างล่ะ?”
ในร้านอาหารสุดหรู หลินเจี๋ยนั่งแซวสวีเห้าเซิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามว่า “คิดยังไงถึงได้มากินข้าวกับผม?”
สวีเห้าเซิงคนกาแฟที่อยู่ตรงหน้า แล้วพูดว่า “ช่วงนี้อ้าวเสว่เป็นยังไงบ้าง?”
หลินเจี๋ยมองเขาด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย “นอกจากชีหรั่นแล้ว ผมยังไม่เคยเห็นคุณใส่ใจผู้หญิงคนไหนเลยนะ หรือว่าคุณจะสนใจเธอ?”
“พูดอะไรของคุณ!” สวีเห้าเซิงมองเขาอย่างไม่พอใจ ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ นอกหน้าต่างก็มีความโกลาหลเล็กน้อย แท้จริงแล้วก็คือพนักงานที่ทำหน้าที่ส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ดูเหมือนจะเป็นลมแดดแล้ว เขาจึงล้มลงกับพื้นตอนที่ล้มลงยังถนอมจานอาหารเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแน่นหนา
เดิมทีหลินเจี๋ยเพียงการชำเลืองมองดูเท่านั้น หลังจากที่เห็นใบหน้าที่อยู่ใต้หมวกเขาก็ลุกขึ้นมาด้วยความตกใจ เขาจึงรีบสาวเท้าออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
ติงยียีประคองรถขึ้น แดดร้อนเกินไปและเธอก็ขาดน้ำเล็กน้อย โชคดีที่กล่องอาหารกลางวันไม่แตก เพียงแต่รั่วซึมไปเล็กน้อย
พอติงยียีขึ้นไปบนจักรยานและปั่นไปข้างหน้าแล้ว หลินเจี๋ยก็มาทันเพียงแค่เห็นภาพเงาด้านหลังของติงยียี ด้วยเงินเดือนของบริษัทหลินซื่อของพวกเขาน่าจะไม่ได้ทำให้พนักงานคนไหนต้องออกมาทำงานพาร์ทไทม์อย่างนี้เลยนี่นา
“เกิดอะไรขึ้น?” สวีเห้าเซิงตามออกมาแล้วถาม หลินเจี๋ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกวักมือเรียกเขา “ไปกันเถอะไปตามเด็กน้อยคนหนึ่งกับฉัน”
รถBenzคันหนึ่งกำลังแล่นตามหลังรถจักรยานคันหนึ่งไป แต่เจ้าของรถจักรยานกลับไม่ได้สังเกตเห็น ติงยียีจอดรถใต้อาคารสำนักงานระดับสูงแห่งหนึ่ง แล้วรีบขึ้นไปชั้นบน
“สวัสดีค่ะ อาหารจานด่วนที่คุณสั่งค่ะ”
“อ่อๆ โอเค ขอบคุณค่ะ”
พอติงยียีรับเงินเรียบร้อย ก็มองนาฬิกา อีกหนึ่งชั่วโมงก็ต้องเข้างานตอนบ่ายแล้ว ไปตอนนี้น่าจะยังทัน ติงยียีจึงรีบวิ่งลงมาชั้นล่างอย่างรวดเร็ว แล้วเหยียบไปบนจักรยานและปั่นออกไปไกลๆ
“คุณรู้จักเธอเหรอ?” สวีเห้าเซิงถาม หลินเจี๋ยพยักหน้า ยิ้มแล้วพูดว่า “นี่คือผู้หญิงที่เนี่ยนโม่เจ้าเด็กคนนั้นชอบ ผมช่วยเขาเฝ้าดูเธออยู่”
สวีเห้าเซิงนิ่งเงียบ และกำลังคิดในใจว่า หรือว่าค่ารักษาพยาบาลจะไม่พอ ดังนั้นเด็กผู้หญิงคนนี้ก็เลยออกมาทำงานพาร์ทไทม์?
ณ บ้านตระกูลเย่ อ้าวเสว่ยกอาหารออกมาจากในครัว ยิ้มและพูดว่า “คุณลุง คุณน้า เนี่ยนโม่มาทานข้าวได้แล้วค่ะ!”
เซี่ยชีหรั่นยืนขึ้นด้วยรอยยิ้ม เดินไปที่โต๊ะอาหารและดมกลิ่น แล้วพูดว่า “อ้าวเสว่ช่างฝีมือที่ดีจริงๆเลยนะ ต่อไปแต่งงานแล้วเนี่ยนโม่คงมีความสุขมากแน่เลย”
เย่ชูฉิงกับเย่เนี่ยนโม่เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน อ้าวเสว่มองดูเย่เนี่ยนโม่อย่างเขินอาย เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยสีหน้าที่เฉยเมยอยู่ข้างๆว่า “ทานข้าวกันก่อนเถอะครับ”
“เดี๋ยวก่อน วันนี้พ่อให้โจ๋ซวนมาทานข้าวที่บ้านเราด้วยนะ” เย่เชินหลินพูด เซี่ยชีหรั่นจึงรีบให้คนรับใช้ถือชามและตะเกียบมาเพิ่มอีกชุดหนึ่ง