ตอนที่ 1516
ตอนที่ 1516 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1356
October 28, 2026
1287
ติงยียีเห็นเขานิ่งเงียบใจเย็น ก็รีบร้อนพูดขึ้นว่า “สวัสดีค่ะท่านประธานเย่ ฉันมีเรื่องจะพูดกับท่านค่ะ”
เย่เชินหลินไม่ตอบอะไร สายตามองไปยังแก้วชาที่มีชาอยู่เต็ม ติงยียีทำใจให้สงบนิ่ง ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับแก้วชาทั้งสองด้าน
ยกแก้วขึ้นมา วางที่ปลายจมูกก่อน จากนั้นก็จิบเบาๆอึกหนึ่ง แล้วแบ่งดื่มสองครั้งจนหมด
เย่เชินหลินมองเธอด้วยความรู้สึกที่ชื่นชมมากขึ้น นิสัยใจคอของคนที่รู้จักสงบจิตใจศึกษาเรื่องชาได้นั้นจะไม่เลวเกินไปนัก
ติงยียีดื่มหมดก็รีบพูดว่า “ท่านประธานเย่คะฉันมีเรื่องด่วนต้องการพบคุณจริงๆนะคะ”
เย่เชินหลินลวกอุปกรณ์ชงชา พูดอย่างไม่ช้าไม่เร็วเกินไปว่า “เพราะเนี่ยนโม่เหรอ”
ในใจเธอเต้นตึกตักอีกครั้ง ผู้ชายตรงหน้าคนนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ เหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขา
เก็บอารมณ์ความคิดที่สับสนเอาไว้ เธอพูดว่า “ศูนย์การค้าสากลสำคัญกับเขามาก ครั้งนี้มีแค่ท่านเท่านั้นที่ช่วยเขาได้ จะอย่างไรท่านก็เป็นพ่อของเขานะคะ”
มือที่กำลังจัดการกับอุปกรณ์ชงชาของเย่เชินหลินชะงักไป มองเธออย่างครุ่นคิดแล้วพูดว่า “งั้นคุณมาด้วยฐานะอะไรอีกล่ะ”
“ฉันรักเขาค่ะ”
ติงยียีคิดว่าการจะพูดสามคำนี้ออกมานั้นเป็นเรื่องยากมาก แต่พอได้พูดออกมากลับพบว่ามันไหลลื่นคล่องปากมาก
เย่เชินหลินขมวดคิ้ว สายตาคมกริบขึ้นมาทันที พูดด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า “ตระกูลเย่ของฉันไม่เคยให้ท้ายให้มาก่อน ถ้าครั้งนี้เขาไม่สามารถแก้ไขเรื่องศูนย์การค้าสากลได้ เช่นนั้นเขาก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก”
พอสิ้นเสียงของเขา ติงยียีก็รีบถามขึ้นมาเลยว่า “ไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอคะ!”
เย่เชินหลินมองเธอ พูดช้าๆว่า “มี ถ้าคุณยอมไปจากเย่เนี่ยนโม่ ผมรับปากว่าจะช่วยเขา อ้าวเสว่ต่างหากที่เป็นคนที่แม่เขาเลือกเป็นลูกสะใภ้”
เห็นสีหน้าเธอขาวซีด ท่าทางเสียใจ เขาก็พูดต่อไปว่า “ถ้าเขาไปจากบริษัทเย่ซื่อแล้วต่อไปเขาก็จะไม่เหลืออะไร ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ต้องต่อสู้ดิ้นรนใหม่อีกครั้ง คุณทนเห็นเขาตกจากสวรรค์ลงมาเป็นคนธรรมดาได้เหรอ”
เย่เชินหลินลุกขึ้นยืน มองเธอจากด้านบนลงมา ผู้หญิงคนนี้ยังเด็กเกินไป เธอไม่เข้าใจว่าอะไรคือความรัก
เขาหมุนตัวเตรียมจะให้เลขาเข้ามาเชิญเธอออกไป เวลานี้เองก็มีเสียงที่มั่นคงหนักแน่นดังมาจากด้านหลัง
“ต่อให้ฉันปล่อยมือแล้วสามารถทำให้เขาเป็นเจ้าชายผู้สูงส่งต่อไปได้ฉันก็ไม่ยอม!”
“อ้าว” เย่เชินหลินหมุนตัวลากเสียงยาว สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความสงสัย
ติงยียีเดินไปประตูโค้งคำนับให้เขา ยืดหลังตรงพูดว่า “ถ้าสุดท้ายเขาต้องถูกไล่ออกจากบริษัทเย่ซื่อจริง อย่างนั้นฉันกับเขาก็จะไปสร้างตัวด้วยกัน ฉันเต็มใจที่จะลำบากกับเขา ไม่สนว่าตอนไหนเมื่อไหร่ค่ะ!!”
เธอเชิดหน้ายืดอกผลักประตู มองเห็นเย่เนี่ยนโม่ที่สีหน้าสับสนอยู่ด้านนอกประตู เธอหน้าร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าคำพูดเหล่านั้นเมื่อครู่เขาได้ยินมากน้อยแค่ไหน
เย่เนี่ยนโม่คว้าแขนของเธอเดินไปข้างนอก เดินไปจนออกนอกบริษัทเย่ซื่อแล้วก็ยังไม่หยุด
มือของติงยียีถูกเขทจับเอาไว้แน่นมาก เธอถามอย่างสงสัย “พวกเราจะไปไหน”
เสียงแหบแห้งของเย่เนี่ยนโม่ดังมาจากด้านหน้า “ไม่รู้”
ติงยียีรั้งเขาไว้อย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ตอนนี้เป็นเวลาทำงาน ในฐานะผู้จัดการใหญ่วิ่งออกมาแบบนี้ไม่กลัวถูกหักเงินเดือนหรือยังไง”
เย่เนี่ยนโม่หันไปมอง ขมวดคิ้ว “ไม่ได้บอกว่าอยากจะสร้างตัวไปพร้อมกับผมเหรอ”
เขาได้ยินจริงๆ! ติงยียีหน้าแดงเรื่อ พูดอ้ำๆอึ้งๆ “ฉันยังต้องทำงาน ฉันไปก่อนนะ”
เธอก้าวเท้าไป ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ตกอยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น เธออิงแอบแนบชิดกับแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงของเขา ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
“ติงยียี ตกลงต้องทำยังไงกับคุณกันแน่ บอกผมหน่อย ต้องทำยังไงถึงจะรักคุณให้น้อยลงอีกนิด”
“พวกเธอทำอะไรกัน!”
สวีเห้าเซิงเดินลงมาจากรถ เย่เนี่ยนโม่เอาตัวติงยียีมาปกป้องไว้ที่ด้านหลังตนเองอย่างเงียบๆ เขาพูดว่า “ลุงสวี”
สวีเห้าเซิงสะกดกลั้นความโกรธในใจ “อ้าวเสว่ต้องการนาย”
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว ชี้ไปที่ติงยียี “แต่ผมต้องการเธอ”
คำพูดของเขาทำให้ติงยียีและสวีเห้าเซิงตกใจ ติงยียีมองเขาอย่างแปลกใจ จากนั้นใบหน้าแดงเรื่อ หัวใจเธอเต้นตึกตักเพราะคำพูดของเขา
สวีเห้าเซิงปกปิดความรู้สึกแปลกประหลาดใจอย่างรวดเร็วมาก พูดอย่างอดทนว่า “ยียี อ้าวเสว่ถูกคนร้ายรังแก ตอนนี้ต้องการให้เนี่ยนโม่อยู่เป็นเพื่อน เธออดทนหน่อยนะ”
เย่เนี่ยนโม่แข็งทื่อ น้ำเสียงค่อยๆเข้มขึ้น “ลุงสวี”