ตอนที่ 1520
ตอนที่ 1520 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1360
October 28, 2026
“พอแล้ว!” ซือซือตัดบทเขา ลมบนสะพานลอยพัดจนผมเธอยุ่งเหยิงเล็กน้อย เธอจัดการกับผม “เป็นฉันที่ไม่ต้องการเด็กคนนั้น เธอจะเป็นยังไงไม่เกี่ยวกับฉัน คุณไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีกแล้ว!”
ติงต้าเฉินมองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อแก้วตาดวงใจที่ตนเองเฝ้าถนอมแม่แท้ๆของเธอกลับเป็นแบบนี้ ความโกรธผุดขึ้นในใจเขา เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะจากไป เขาก็ยื่นมือออกไปคว้าแขนเธอ“คุณพูดแบบนี้ก็เกินไปแล้วนะ!”
ซือซือรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ ยกแขนไปข้างหน้าโบกแรงๆ
ติงต้าเฉินขาที่กะเผลกเซถลา รีบอยากจะจับเธอไว้เพื่อรักษาสมดุล
เธอเห็นว่าเขากำลังจะตกบันได ก็รีบยื่นมือออกมา แต่น่าเสียดายที่มันช้าไปแล้ว ติงต้าเฉินกลิ้งตกจากบันไดสิบกว่าขั้นลงมา ตอนที่เขาล้มลง ศีรษะกระแทกกับขั้นบันได นอนอยู่บนพื้นไม่ขยับเขยื้อน
ซือซือตกใจมาก เดินต่อเนื่องสองสามก้าวอยากจะลงไปดูว่าเขามีอาการบาดเจ็บอย่างไร อีกด้านของบันไดเหมือนจะมีเสียงพูดคุยดังมา ทันใดนั้นเธอก็ชะงักฝีเท้า สีหน้าสสับสนขึ้นมา ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาเย่เนี่ยนโม่กำลังสงสัยเธอมาตลอด ถ้าติงยียีรู้ว่าตนเองผลักพ่อของเธอตกลงไป ถึงเวลาต้องเกิดเรื่องยุ่งยากแน่!
เสียงยิ่งดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เธอรีบออกไปจากสถานที่เกิดเหตุอย่างลนลาน ขนาดว่าทำชามของขอทานคว่ำก็ไม่สนใจแล้ว
“ตายแล้ว ที่นี่มีคนล้มอยู่ที่พื้น”
“ใช่แล้ว ที่หัวมีเลือดไหลด้วย รอโทรเรียก120มาก็คงไม่ทันแล้ว ผมไปส่งเขาเอง”
ท้องฟ้ายิ่งมืดลงเรื่อยๆ ข้างถนนมีผู้คนมาซื้อของบนถนนมากขึ้น ถนนสายหลัก บนเส้นทางสายหลัก คนขับรถรอสัญญาณไฟแดงเซี่ยชีหรั่นเซี่ยชีหรั่นและหลินหลิงนั่งบนเบาะหลัง
“โจ๋ซวนยังไม่กลับบ้านเหรอ” เซี่ยชีหรั่นกังวลใจเล็กน้อย
หลินหลิงท่าทางจริงจังเอาเรื่อง “ฉันอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของเขาแล้ว ตนเองทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลของการกระทำนั้นเอง”
เซี่ยชีหรั่นเห็นเธอพูดพลางขอบตาแดงก่ำขึ้นมา ก็รู้ว่าเธอปากร้ายแต่ใจดี ในใจก็สงสารเขามากเช่นกัน
“คุณนายครับ ข้างหน้าดูเหมือนจะมีคนต้องการความช่วยเหลือ” คนขับรถมองไปด้านนอกหน้าต่าง วัยรุ่นคนหนึ่งแบกชายวัยกลางคนเอาไว้ดูเหมือนกำลังจะโบกรถ
“ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ ในเมื่อเราก็ไม่ได้มีอะไรเร่งด่วน ไปช่วยเขาเถอะ!” เซี่ยชีหรั่นรีบให้คนขับจอดรถเอาผู้ชายคนนั้นขึ้นรถมา
ในโรงพยาบาล คนขับรถกล่อมเซี่ยชีหรั่น “คุณนายกลับไปก่อนเถอะครับ คุณหมอบอกว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะคงไม่ฟื้นขึ้นมาเร็วขนาดนั้นหรอกครับ”
เซี่ยชีหรั่นมองห้องพักผู้ป่วยอย่างกังวลเล็กน้อย “บนตัวเขาก็ไม่มีโทรศัพท์ ไม่รู้ว่าจะติดต่อครอบครัวเขาได้ยังไงดี”
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคงดังมาจากประตู เย่เชินหลินมาด้วยตัวเอง เย่ป๋อตามมาด้านหลังเขา
“เฮ้อ พวกเราช่วยเขาติดต่อครอบครัวได้มั้ยคะ” เซี่ยชีหรั่นซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเย่เชินหลินอย่างเชื่อฟัง
คำร้องขอจากเธอเย่เชินหลินจะไม่รับปากได้อย่างไร จึงให้เย่ป๋อจัดการปัญหาอยู่ที่นี่ สั่งการเสร็จเขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา ก้มหน้ามองเธอ “กินข้าวแล้วหรือยัง”
เซี่ยชีหรั่นพยักหน้าอย่างแรง “กินแล้วค่ะ!”
“เชื่อก็แปลกแล้ว!” หลินหลิงทำลายแผนเธออยู่ข้างๆ นัยน์ตาเย่เชินหลินลึกล้ำ โอบรอบเอวคอดของเธอแล้วเดินออกไปข้างนอก
เย่ป๋อเห็นคนเดินไปไกลแล้วจึงผลักประตูเปิด หลังจากเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ตกใจมาก
บ้านตระกูลติง
ติงยียีร้อนใจจนบ้าไปแล้ว โทรศัพท์พ่อโทรอย่างไรก็โทรไม่ติด ตามเหตุผลแล้วตอนนี้ก็น่าจะมาถึงบ้านแล้ว
ชิวไป๋พักผ่อนอยู่ข้างๆพลางมองนาฬิกาข้อมือ “ฉันเหลือเวลาให้เธอสามชั่วโมงกินข้าวกับพ่อเธอ ตอนนี้เหลือแค่ครึ่งชั่วโมงแล้วนะ”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ติงยียีรับสายแล้วหน้าก็ซีดเผือด รีบวิ่งไปแม้แต่เสื้อคลุมก็ยังใส่ไม่ทัน ชิวไป๋ดึงเธอเอาไว้ “เธอจะไปไหนอีก จำไว้ว่าวันนี้ตต้องไปพบดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสนะ ครั้งก่อนเขาพอใจกับเธอมาก”
“พ่อฉันเข้าโรงพยาบาล!” ติงยียีรีบใส่รองเท้า
ชิวไป๋นิ่งไปชั่วครู่ แล้วรั้งเธอไว้อีกครั้ง “โอกาสครั้งนี้หาได้ยากมาก เธอแน่ใจนะว่าจะไป”
ติงยียีไม่ได้ลังเลเลยสักวินาที สะบัดมือเธอออกวิ่งตรงไปที่ประตู ชิวไป๋ถอนหายใจ หยิบเสื้อคลุมตามออกไป
ติงยียีและชิวไป๋รีบมาที่โรงพยาบาล เย่ป๋อรอที่ประตูอยู่นานแล้ว มองเห็นชิวไป๋ ทั้งสองต่างก็อึ้งไป หลังจากตอนนั้นที่ดื่มกาแฟด้วยกันใต้ตึกบริษัทเย่ซื่อ แม้จะแลกเบอร์โทรศัพท์กันแล้ว แต่ทั้งสองคนกลับไม่ได้ติดต่อกันเลย
“พ่อของฉันล่ะ” ติงยียีดังขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด ดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบๆให้หันมอง