ตอนที่ 1521
ตอนที่ 1521หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1361
October 28, 2026
“โจ๋ซวน คุณเป็นอะไร! ทำไมเป็นแบบนี้” ติงยียีคาดไม่ถึงเลยว่าไห่โจ๋ซวนจะเป็นถึงขั้นนี้
ไห่โจ๋ซวนยิ้มพลางเอาเหล้ากรอกใส่ปาก มือหนึ่งผลักเย่ชูฉิงที่ประคองตนเองอยู่ บ่นพึมพำว่า “พวกคุณไม่ต้องมายุ่งกับผม! มองเห็นพวกคุณผมก็เจ็บใจ! เหมือนกับเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมทำสิบปีมานี้เป็นเรื่องโง่เง่ามาก!”
เขาทุบอกตนเองแรงๆ แหงนหน้าดื่มเหล้าอีก โบกมือเดินไปทางปากซอย
“ชูฉิงขวางเขาไว้!” ติงยียีพูดพลางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา ตอนนี้คนที่เธอนึกถึงมีเพียงคนเดียว——เย่เนี่ยนโม่
เพิ่งจะโทรติด โทรศัพท์มือถือก็ถูกแย่งไป ไห่โจ๋ซวนเอาโทรศัพท์มือถือทุกกับกำแพงอย่างแรง “ไม่ต้องไปตามเขา! รู้หรือเปล่าว่าคนที่ผมเกลียดที่สุดก็คือเขา! ทำไมเขามีความสุขได้ขนาดนั้น ทำไม!”
เย่ชูฉิงตกใจท่าทางของเขามาก เธอพูดพลางร้องไห้ว่า “ไม่ตามแล้วค่ะ ฉันไม่ตามใครทั้งนั้น พี่ให้ฉันตามไปข้างๆพี่ก็พอแล้ว”
เสียงร้องไห้ของเธอแฝงด้วยความสิ้นหวัง จู่ๆไห่โจ๋ซวนก็เงียบลง เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาเธอ
ติงยียีเหลือบมองโทรศัพท์มือถือที่ถูกทับจนแตกละเอียด ก็ถอนหายใจ “คุณจะจมอยู่ในความเจ็บปวดเสียใจตลอดไปไม่ได้ คุณต้องเดินออกมาโจ๋ซวน”
โจ๋ซวนส่ายหน้าให้เธอ หมุนตัวแล้วเดินไป เย่ชูฉิงตามไปข้างหลังเขาอย่างว่านอนสอนง่าย จนกระทั่งมองไม่เห็นทั้งสองคน ติงยียีหมุนตัวเดินจากไป แต่ละคนต่างก็มีความเจ็บปวดของตนเอง เธอช่วยเขาไม่ได้ ใครก็ช่วยเขาไม่ได้
ซือซือรอจนกระวนกระวายใจไม่ไหวแล้ว ตอนที่มองเห็นติงยียีกำลังคิดจะโวยวาย สุดท้ายก็สะกดกลั้นความโกรธลงได้
“ขอโทษที่ฉันมาช้าค่ะ” ติงยียีรีบวิ่งมา สีหน้าแดงเรื่อเพราะวิ่งมา
“นั่งสิ” ซือซือนั่งลงก่อน เธอหยิบเมนูพลางพูดว่า “จะดื่มอะไร”
“น้ำแอปเปิลค่ะ” เธอไม่รู้ว่าจะเข้าหาคนใกล้ชิดกับเธอทางสายเลือดที่สุด แต่กลับทำร้ายตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างไร เธอตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกก่อน
“มาหาฉันทำไม” สายตาทั้งหมดของเธอจับจ้องไปที่น้ำตาลก้อนบนโต๊ะ สั่นไปทั้งตัวด้วยความตื่นเต้น
ซือซือไม่อ้อมค้อม พูดตรงๆว่า “เรื่องนั้นของตระกูลเย่เป็นยังไงบ้าง”
ติงยียีถามอย่างแปลกใจว่า “ทำไมคุณถึงเป็นห่วงเป็นใยตระกูลเย่ขนาดนั้น”
ซือซือคิดไว้แต่แรกแล้วว่าเธอจะต้องถามแบบนี้ ยิ้มพลางคนกาแฟในแก้วแล้วพูดว่า “ต่อไปๆไม่ว่าเธอหรืออ้าวเสว่ใครจะแต่งเข้าบ้านตระกูลเย่ ฉันก็ต้องสนใจสถานการณ์ของบ้านสามีพวกเธอด้วย”
คำพูดของเธอทำให้ติงยียีอยากหัวเราะ พนักงานนำน้ำแอปเปิ้ลมา เธอดื่มไปอึกใหญ่ “สบายใจเถอะค่ะ คนที่ลูกสาวคุณจะแต่งงานด้วยไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น ปัญหาถูกแก้ไขแล้ว”
คำพูดของเธอทำให้ซือซือคลายความกังวลลง เธอดื่มกาแฟอึกหนึ่งปกปิดความยินดีในใจ แสร้งทำเป็นพูดอย่างไม่ตั้งใจว่า “ฉันอยากจะหาเวลามาพบกับพ่อเธอหน่อย”
เมื่อเอ่ยถึงติงต้าเฉิน สีหน้าติงยียีก็หดหู่ลงทันที เธอพูดอย่างเสียใจว่า “พ่อล้ม ตอนนี้ยังหมดสติ ช่วงนี้ไม่สะดวก”
ซือซือมองเธอด้วยสีหน้า ก้อนหินในใจหล่นร่วงลงพื้นในทันที เธอยืนขึ้นสีหน้ากลับไปเป็นเย็นชาแบบก่อนหน้านี้ “ในเมื่อเป็นแบบนี้ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ”
ติงยียีมองเธอที่อยู่ๆท่าทีก็เปลี่ยนไปอย่างนิ่งเงียบ แอบหัวเราะเยาะตัวเองในใจ นี้อาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอก็ได้ ความตื่นตกใจที่เสแสร้งออกมาเมื่อครู่ราวกับเป็นละครฉากหนึ่ง
ซือซือที่เดินมาเกือบถึงประตูแล้วกลับหันมา พูดอย่างดุดันว่า “จำไว้ อย่าบอกกับคนอื่นว่าเธอเป็นลูกสาวฉัน”
ติงยียีฉีกยิ้มกว้างออกมา “สบายใจเถอะค่ะ คุณน้าซือซือ”
หลังจากที่ซือซือไปนานมากแล้วเธอจึงรีงกลับไปที่โรงพยาบาล พอเปิดประตูห้อง เตียงผู้ป่วยที่พ่อนอนในห้องมีคนป่วยอีกคนนอนอยู่
“พยาบาลคะพ่อฉันล่ะคะ!” เธอรีบรั้งตัวพยาบาลเพื่อถาม
พยาบาลยิ้มพลางเอ่ยว่า “คุณผู้ชายท่านนี้ย้ายไปห้องวีไอพีแล้วค่ะ ที่ชั้นแปดค่ะ”
เธอรีบวิ่งไปที่ชั้นแปดอย่างรวดเร็ว เปิดประตู ก็มองเห็นผู้ชายที่นั่งหันหลังให้เธออยู่บนโซฟา ผู้ชายคนนั้นต่อให้เห็นเพียงแวบเดียวก็ลืมไม่ลง
ติงยียีพุ่งเข้าไปที่หน้าเตียง พ่อยังไม่ฟื้น แต่เสื้อผ้าที่สวมอยู่เห็นชัดว่าถูกเปลี่ยนไปแล้ว และข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องพักผู้ป่วยก็ดูหรูหราขึ้นมาก
เธอหมุนตัวไปมองเขา ถอนหายใจ “เย่เนี่ยนโม่ คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”
เย่เนี่ยนโม่เก็บหนังสือที่อยู่ข้างๆ ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ทำไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วย”
ติงยียีถลึงตาใส่เขา เบนหน้าหนี “ฉันเปล่าเสียหน่อย”
เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้นค่อยเข้าใกล้เธอ ขมวดคิ้ว“เปล่าเหรอ”
บนร่างเขามีกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่รู้สึกคุ้นเคย เธอผลักแผ่นอกที่เข้ามาใกล้ของเขาอย่างแรง พูดอย่างดุดัน “คุณไปให้พ้น!”