ตอนที่ 1529
ตอนที่ 1529 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1369
October 28, 2026
ภายในร้านกาแฟอันอบอุ่น เครื่องปรับอากาศมีการจ่ายไฟไม่หยุด ดูอบอุ่นไปทั่วทั้งร้านกาแฟ แมวสีอ่อนนอนหลับสนิทอยู่บนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ บางครั้งอุ้งเท้าของมันก็ยื่นเหยียดไปข้างหน้า ไม่รู้ว่ามันกำลังฝันดีอะไร
“ชูฉิงล่ะ” ติงยียีดูนมอุ่นๆ แก้มโดนไอน้ำร้อนเป่าจนแดง
“เธออยู่กับหลี่ยี่ซวน ทั้งสองคนกำลังจัดกระเป๋าเดินทาง” ไห่โจ๋ซวนเหล่มองผ้าพันคอบนคอของเธอ ถ้าเขาจำไม่ผิด ผ้าพันคอผืนนี้น่าจะเป็นของเย่เนี่ยนโม่
“คุณจะไปแล้วเหรอ!” ติงยียีร้องถามอย่างอดไม่ได้ แมวที่นอนบนเคาน์เตอร์แคชเชียร์บิดขี้เกียจเหมือนถูกทำให้ตกใจตื่นอย่างนั้นศีรษะยื่นไปถูกับด้านหน้าเคาน์เตอร์
ไห่โจ๋ซวนพยักหน้า “เตรียมไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ประเทศแรกคือฝรั่งเศส”
“งั้นชูฉิง” ติงยียีถามอย่างลังเล เธอกลัวว่าจะได้ยินคำตอบที่ทำให้ตนเองผิดหวัง
“เธอก็ไปด้วยกัน” ไห่โจ๋ซวนคนกาแฟสีดำในแก้ว ตอบอย่างช้าๆ ติงยียีถอนหายใจอย่างโล่งอกยาวๆ ในใจกลับจุกขึ้นมา ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันจริงๆ เธอจะบอกกับเมิ่นเจ๋อย่างไร มิตรภาพของเธอกับหล่อน ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้แล้วจริงๆหรือ
ไห่โจ๋ซวนสองมือประสานกันวางไว้บนโต๊ะ ถอนหายใจ “วันนี้ที่ผมมาหาคุณก็เพื่อที่จะมาขอโทษคุณ ที่เมื่อก่อนหลอกใช้คุณให้ทำเรื่องพวกนั้น”
ติงยียีส่ายหน้า “คุณที่คุณควรขอโทษอาจจะไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเมิ่นเจ๋”
เขาพยักหน้าไม่พูดไม่จา นักศึกษาโต๊ะข้างๆกำลังพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ ระหว่างทั้งสองคนถือว่าไม่ได้อึดอัดอะไร สองมือติงยียีโอบรอบแก้วนมที่มีไอร้อนพ่นออกมา ความคิดประเดี๋ยวก็ไปนึกถึงศูนย์การค้าสากล อีกเดี๋ยวก็ไปที่ตัวของซ่งเมิ่นเจ๋
“ผมจะไปบอกเธอด้วยตัวเอง ช่วยพวกคุณแก้ไขเรื่องเข้าใจผิดนี้” ไห่โจ๋ซวนลุกขึ้นยืนล้วงเงินมาจากกระเป๋าสตางค์ วางธนบัตรสีแดงไว้บนโต๊ะสองใบ
ติงยียีพยักหน้า เธอรู้สึกว่าวันนี้ที่เขามาหาเธอไม่ได้มาเพื่อที่จะขอโทษธรรมดาแค่นั้นแน่นอน ก็เป็นอย่างที่คิดจริง ไห่โจ๋ซวนที่ลุกขึ้นยืนแล้วนั่งลงมาใหม่ กวาดสายตามองเธอ “ทางที่ดีที่สุดคุณควรจะระวังอ้าวเสว่”
“ทำไม” ติงยียีหัวใจเต้นรัว น้ำเสียงและสีหน้าท่าทางต่างก็จริงจังมาก ทำให้ต้องฉุกคิด
ไห่โจ๋ซวนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง สีหน้าท่าทางการบอกลาในครั้งนี้แฝงด้วยความเฉียบขาด เขาเน้นย้ำทีละคำว่า “จำไว้ อ้าวเสว่ไม่ได้ไร้พิษสงแบบนั้นอย่างที่เห็นภายนอกแน่นอน”
ไห่โจ๋ซวนไปแล้ว แต่กลับทิ้งความสงสัยไว้มากมาย ติงยียีโยกศีรษะไปมาแล้วหมอบลงบนโต๊ะ พักหนึ่งจู่ๆก็เด้งขึ้นมา ทำไมเธอถึงได้ลืมไปว่าวันนี้ต้องไปที่บริษัท
พอถึงบริษัทก็มีคนบอกเธอว่าชิวไป๋อยู่ที่ห้องทำงานของท่านประธาน ติงยียีตรงดิ่งขึ้นไปยังชั้นสูงสุด เดินออกมาจากลิฟต์ก็ได้ยินเสียงดังของชิวไป๋
“ก่อนหน้านี้รายการวาไรตี้โชว์ไม่ใช่งานที่บริษัทให้เหรอคะ ตอนนี้ทำไมถึงได้เปลี่ยนใจอีก ตอนนี้เทปตัวอย่างก็ออกอากาศไปหลายครั้งแล้ว นี้มีผลกระทบกับเธอมากแค่ไหนคุณเข้าใจมั้ยคะ”
หน้าอกชิวไป๋กระเพื่อมอย่างรุนแรง ทันใดนั้นชายวัยกลางคนที่ทรุดตัวลงบนเก้าอี้ก็พูดขึ้นว่า "อันหรันเตรียมที่จะไปโลดแล่นที่ฮอลลีวูด สหรัฐอเมริกาแล้ว”
“อะไรนะคะ” ชิวไป๋ตกใจ เธอรู้ว่าเรื่องที่อันหรันจะไปร่วมงานกับเวทีระดับนานาชาตินั้นเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่าจะถูกเสนอขึ้นเร็วขนาดนี้
ชายคนนั้นเล่นซิการ์ในมือ มองเธอพลางพูดอย่างมีเลศนัยว่า“รายการวาไรตี้นั้นเป็นรายการสุดท้ายที่อันหรันจะร่วมแสดงต่อสาธารณะ และลูกสาวคนหนึ่งของผู้บริหารระดับสูงในบริษัทก็สนใจจะเข้าสู่ธุรกิจการแสดง”
ชิวไป๋ไม่ได้โง่ ดูท่าแล้วบริษัทคิดจะใช้โอกาสสุดท้ายที่อันหรันจะร่วมรายการวาไรตี้โชว์เพื่อมาสร้างกระแสให้กับลูกสาวของผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่ง
คิดไปคิดมา ผู้หญิงที่ได้ขึ้นเวทีร่วมกับเจ้าชายแห่งวงการบันเทิงจะสร้างกระแสได้มากขนาดไหน เธอรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของบริษัทไม่มีทางเปลี่ยนแปลง จึงได้แต่จำยอมจากไป
ภายในห้องโถง หลังจากชิวไป๋มองเห็นติงยียีก็ลังเลเล็กน้อย เธอยังไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร ติงยียีสามารถยืนหยัดอยู่ในวงการโฆษณาได้ เหตุผลส่วนใหญ่ก็เพราะการสนับสนุนจากตระกูลเย่และพลังที่ลึกลับบางอย่าง ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องขอความช่วยเหลือจากคุณชายเย่อีกแล้วหรือไม่
“ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว” ติงยียีลากเธอมานั่งข้างหน้าตนเอง ที่ชิวไป๋ทำเพื่อเรียกร้องให้เธอ ทำให้เธอแปลกใจมาก
ชิวไป๋ปลอบใจเธอว่า “ถ้าไม่อย่างนั้นเธอลองไปคุยกับคุณชายเย่ดู ถ้าเขาออกหน้าต้องไม่มีปัญหาแน่”
ติงยียีส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้ไม่นานฉันปฏิเสธเขาไปแล้ว ฉันบอกว่าจะไม่เจอหน้ากันอีก”
ชิวไป๋เข้ามาใกล้เธอด้วยความสงสัย เอาหลังมือแตะบนหน้าผากเธอ พูดอย่างแปลกใจว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น ไม่ได้เป็นไข้นะ ทำไมเธอทำใจทิ้งคุณชายเย่ได้”
ติงยียีดึงมือที่เย็นยะเยือกของเธอออกอย่างจนปัญญา เธอสามารถพูดได้อย่างสบาย แต่น้ำเสียงกลับไม่สามารถโกหกใครได้ ชิวไป๋ถอนหายใจ “ฉันจะลองโทรไปถามอันหรันดูว่าสถานการณ์เป็นยังไง”
“ตอนนี้อันหรันน่าจะไม่รับโทรศัพท์” ติงยียีพูดด้วยความมั่นอกมั่นใจเต็มที่ ชิวไป๋โทรติด แต่กลับโอนสายไปให้ฝากข้อความเสียง
แม้ว่าข่าวที่อันหรันจะไปฮอลลีวู้ดจะไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่นักข่าวก็ต้องรู้เรื่องพวกนี้แน่นอนผ่านช่องทางนี้ ดังนั้นโทรศัพท์ของเขาจึงโทรติดต่อไม่ได้แน่นอน คิดมาถึงตรงนี้ ชิวไป๋ก็ถอนหายใจแรงๆอีก