ตอนที่ 1547
ตอนที่ 1547 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1387
October 28, 2026
ข้างสวนหย่อมดอกไม้ ชายคนนึงพิงอยู่ที่หน้ารถและกำลังมองดูพวกเขาอย่างเงียบๆ สายลมเย็นพัดเสื้อคลุมของเขาส่งเสียงดัง
ติงยียีประหลาดใจ ได้ถอยหลังไปก้าวนึงด้วยจิตใต้สำนึก มือข้างนึงได้ปกคลุมมาที่แผ่นหลังของเธออย่างอบอุ่น จากนั้นได้ผลักเบาๆ
เธอหันไปมองเย่ชูหวิน แววตาของเขาเต็มไปด้วยกำลังใจ เธอได้แต่ยกฝีเท้าเดินไปข้างหน้าทีละก้าว
เย่เนี่ยนโม่เห็นเย่ชูหวินแล้วอึ้งเล็กน้อย เย่ชูหวินได้ยิ้มให้กับเขา
เสียงฝีเท้าเข้าใกล้มาเรื่อยๆ เขาจึงได้ดึงสายตากลับ
เขามองดูเธออย่างละเอียด ตาของเธอบวมเล็กน้อย เมื่อกี๊ต้องร้องไห้มาแน่ๆเลย แถมเสื้อผ้ายังเปียกชื้นด้วย หรือว่าเมื่อกี๊ลื่นล้ม?
เขาไปจับมือของติงยียีอย่างไม่อนุญาติให้มีข้อสงสัย เธออยากหลบ แต่เขากลับไวกว่าเธอก้าวนึง เขาจับมือของเธอไว้ ฝ่ามือมีแผลที่ถูกก้อนหินที่ปนอยู่ในหิมะข่วนใส่จริงๆด้วย บนแผลยังมีเศษหินติดอยู่ด้วย
เขาขมวดคิ้ว หลังจากปล่อยมือแล้วก็ได้ไปเปิดประตูเบาะนั่งหลัง ติงยียีฉวยโอกาสหันหลังหนีไป แต่ด้านหลังมีเสียงเรียบเฉยก้องมา:“ถ้าหนีไป พรุ่งนี้ผมจะไปดักรอที่บริษัทคุณ”
ฝีเท้าของติงยียีได้หยุดชะงักไว้ น้ำตากลับไหลงลงมาอย่างเงียบๆ ไหลจากคางแหลมของเธอเข้าไปในผ้าพันคอ
เย่เนี่ยนโม่เอาน้ำออกมาจากเบาะนั่งหลังขวดนึง จากนั้นได้ดึงเธอมาที่ข้างกายตัวเอง พอเปิดขวดน้ำแล้วได้ชำระล้างแผลอย่างระมัดระวัง
ผ่านไปสักพัก แผลได้ล้างสะอาดเรียบร้อย เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นติงยียีกำลังกัดริมฝีปากไว้แน่นและร้องไห้อย่างเงียบๆอยู่ ริมฝีปากล่างถูกกัดเป็นรอยลึก
เขาถอนหายใจทีนึงแล้วยื่นมือมาที่ตรงหน้าเธอ“อยากกัดก็กัดเลย”
ติงยียีไม่มีการลังเล เธอจับมือของเขามาและรูดแขนเสื้อของเขาขึ้น จากนั้นก็ได้กัดลงไป
เธอกัดแรงมาก ไม่นานในปากก็มีรสคาวเลือด เย่เนี่ยนโม่แค่ตอนแรกขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็มีสีหน้าเรียบเฉยตลอด
จู่เธอได้ปล่อยเขา หันหลังอยากจะหนี จากนั้นก็ได้เข้าไปในอ้อมอกที่อบอุ่น“ผมขอโทษสำหรับเรื่องของวันนี้”
เย่เนี่ยนโม่พูดอยู่ข้างหูเธอช้าๆ ฝ่ามือคอยลูบคลำหลังมือของเธอ อยากปลอบเธอสุดๆ
“ปล่อยฉัน ฉันไม่รับคำขอโทษจากคุณ!”ติงยียีขัดขืนสุดฤทธิ์ ตอนที่รู้ว่าร่างกายที่อยู่ด้านหลังได้ดึงตัวออกไปจริงๆ น้ำตาที่เพิ่งหยุดได้ก็โผล่มาอีก
ไม่นาน มือคู่นึงได้จับไหล่ของเธอไว้ แววตาของเย่เนี่ยนโม่แฝงด้วยความสงสาร เสียงของเขามีความแหบพร่าอยู่เสี้ยวนึง“ให้อภัยผมได้มั้ย วันนี้เธอแค่จะล้ม แล้วผมไปประคองเธอไว้เฉยๆ”
ติงยียีพยายามเบิกตากว้างสุดฤทธิ์ อยากให้ตัวเองดูทรงพลังมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งเย่เนี่ยนโม่ยิ่งอยู่ยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
หนุ่มสาวสองคนที่ร่างกายเร่าร้อนค่อยๆซบอยู่ด้วยกัน แสงไฟค่อยๆหลบเข้าไปในก้อนเมฆ ทำให้แสงจันทร์ที่เดิมทีเลือนลางอยู่แล้วยิ่งเลือนลางเข้าไปอีก
เย่ชูหวินยืนอยู่ในที่ๆแสงจันทร์ส่องไม่ถึง แววตาของเขาเหมือนคลื่นใต้น้ำ เร่าร้อนและพลุ่งพล่าน แต่สุดท้ายกลับหันหลังจากไป
วันถัดมา ติงยียีเพิ่งเข้ามาในลิฟท์ ลูกสาวของเพื่อนบ้านก็ได้เข้ามาในลิฟท์ด้วย เห็นเธอแล้วได้ถามอย่างลับๆล่อๆ:“พี่ติง ปกติพี่คงได้ใกล้ชิดกับผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวยเยอะมากเลยสินะคะ”
ติงยียีอึ้งไปครู่นึง เธอมองเด็กมัธยมที่สะพายกระเป๋าหนาๆและไว้ผมหน้าม้าแล้ว ได้ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม“ไม่ใช่หรอกจ้า พี่ไม่เคยเจอผู้ชายสูงหล่อรวยอะไรเลย”
เพิ่งพูดจบเธอก็ได้ชะงักไว้ จู่ๆนึกขึ้นได้ว่าเย่เนี่ยนโม่ก็คือผู้ชายอย่างที่พูดอยู่เนี่ยแหละ กำลังอยากจะเปิดปากอธิบาย จู่ๆรู้สึกตัวเองมัวแต่มาเถียงเรื่องพวกนี้กับเด็กดูเหมือนจะปัญญาอ่อนเกินไป เธอเลยยิ้มและไม่ได้ตอบอะไรอีก
เพิ่งออกจากลิฟท์ แววตาของเด็กมัธยมคนนั้นก็ตาเปล่งประกายขึ้นมาทันที เธอดึงแขนเสื้อของติงยียีแล้วพูด:“พี่ดูสิคะ ที่นั่นมีผู้ชายที่โคตรหล่อคนนึง ว้าว!พี่ดูรถของเขาสิคะ!”
ติงยียีมองไปตามสายตาของเธอแล้วยิ้มไม่ได้หัวเราะไม่ออกทันที เย่เนี่ยนโม่ที่แต่งตัวภูมิฐานยืนอยู่หน้ารถ ในมือกลับถืออาหารเช้าที่ซื้อมาจากKFC
สายตาของเด็กผู้หญิงได้จ้องไปมาอยู่ที่บนตัวทั้งสองคน จากนั้นได้พึมพำคำนึงว่า“ผู้ใหญ่นี่ชอบโกหกจริงๆด้วย!”พูดจบก็ไม่รอคำอธิบายของติงยียีก็วิ่งออกไปที่นอกชุมชนเลย
ติงยียีมองเธอวิ่งไปไกลอย่างจนปัญญา เย่เนี่ยนโม่เดินมาติดกระดุมให้เธอพร้อมถามว่า:“เป็นอะไรครับ?”
เธอส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม“วันนี้มีเวลามาได้ยังไงคะ”
เขาโน้มตัวเล็กน้อยมามองตาเธอ“ต่อไปผมจะพยายามมารับคุณนะ”
ติงยียีหวั่นไหว ไม่รู้ควรจะตอบยังไง ได้แต่พูดล้อเล่นว่า:“งั้นต่อไปงานของชิวไป๋ก็ลดลงไปเยอะเลยสิคะ”
พอมาถึงระยะทางที่ห่างจากบริษัทหนึ่งร้อยเมตร ติงยียีรีบบอกให้จอดรถ เย่เนี่ยนโม่มองหน้าเธออย่างไม่พอใจ พร้อมพูดอย่างเรียบเฉย:“กะจะเก็บซ่อนผมไว้?”
ติงยียีปลดเข็มขัดนิรภัยไปด้วยและตอบคำถามไปด้วย“ฉันว่าตอนนี้เรายังไม่เหมาะที่จะปรากฏตัวด้วยกันค่ะ”
เดิมทีเป็นคำพูดที่ไม่มีเจตนา แต่กลับทำให้เหตุการณ์มีการเปลี่ยนแปลงที่พูดยาก ติงยียีอึ้งไปครู่นึง ค่อนข้างเสียใจที่ตัวเองได้ทำลายบรรยากาศ
มือข้างนึงเอื้อมมาห่อหุ้มเธอไว้ ฝ่ามือของเย่เนี่ยนโม่แน่นเล็กน้อย เขาเอียงศีรษะมาจูบที่หน้าผากเธอทีนึง“ไปเถอะ”
หลังจากอำลากับเย่เนี่ยนโม่ ติงยียีเพิ่งเดินเข้ามาในลิฟท์ของบริษัทแสงดาว คนๆนึงได้เดินเข้ามาใกล้จากข้างนอก เธอเห็นแล้วรีบทักทาย“ประธานจาง”