ตอนที่ 1550
ตอนที่ 1550 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1390
October 28, 2026
หันมาดูตัวเองซิ หุ่นเสียไปตั้งนานแล้ว อายุปูนนี้แล้วทำอะไรก็ไม่สำเร็จเลย ข้างกายไม่มีผู้ชาย ตอนนี้แม้แต่ลูกสาวที่เลี้ยงดูตัวเองตอนแก่ก็ตายไปแล้ว
เธอแค้นเคือง แค้นความไม่ยุติธรรมของฟ้าเบื้องบน แต่ตอนที่เธอยกฝีเท้าขึ้น ความเศร้าโศกของใบหน้าได้กลบอารมณ์อย่างอื่นไว้
มีชีวิตอยู่มาหลายสิบปี บางทีสิ่งที่เธอเรียนรู้คืออดทน
ในงานศพ เซี่ยชีหรั่นทนดูศพฝังโลงลงไปไม่ได้ เย่เชินหลินไม่อยากให้เธอเข้าใกล้ศพมากเกินไป จึงได้ให้เธอไปรออยู่ที่ข้างๆ
“ชีหรั่น”โม่เสี่ยวโนถือโอกาสก้าวมาข้างหน้า เห็นเซี่ยชีหรั่นหันหน้าไปอีกทางด้วยเบ้าตาแดงก่ำ เธอค่อนข้างอึ้ง แต่ในใจกับเมินใส่ ทั้งๆที่เคยเจอหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้ง เธอเสียใจให้ใครดู
“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ”เซี่ยชีหรั่นทนความเศร้าและความเจ็บปวดไว้ พยายามฮึดสู้ขึ้นมา
โม่เสี่ยวโนได้ยินเธอพูดแบบนี้กลับร้องไห้คร่ำครวญขึ้นมา“ชีวิตฉันช่างอาภัพจริงๆ ลูกสาวคนเดียวก็มาตายไปแบบนี้ ต่อไปฉันจะทำยังไงดี”
เซี่ยชีหรั่นก็เช็ดน้ำตาด้วย“เธออย่าร้องไห้สิ ต่อไปมีปัญหาอะไรก็มาหาฉัน มีอะไรที่ฉันช่วยได้ฉันจะช่วยแน่นอน”
โม่เสี่ยวโนทำจมูกฟุดฟิด จมูกส่งเสียงอู้อี้ออกมา เธอพูดเสียงต่ำ:“ที่จริงตอนที่ลูกสาวฉันยังมีชีวิตอยู่ได้ติดหนี้ไว้ก้อนนึง ฉันไม่ดีเอง ไม่มีเงิน ถึงไม่มีปัญญาให้เธอมีชีวิตที่ดี”
เซี่ยชีหรั่นค่อนข้างประหลาดใจ จากนั้นได้ตามมาด้วยความเห็นใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นสมัยสาวๆทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับโม่เสี่ยวโนตลอดมาไม่ดีเลย โม่เสี่ยวโนไม่เคยมาหาเธอเลย
เธอหยิบกระเป๋าสะพายข้างมาแล้วควักเช็คออกมาจากข้างใน จากนั้นได้เขียนตัวเลขแล้วยื่นให้โม่เสี่ยวโนด้วยสองมือ“เงินพวกนี้เธอเอาไปใช้ก่อน เอาไปใช้หนี้ใช้สินซะ ให้ลูกได้จากไปดีๆ”
โม่เสี่ยวโนมองตัวเลขบนเช็คแว๊บนึง หนึ่งแสนหยวน ในใจเธอยิ่งเคียดแค้นเข้าไปใหญ่ ตัวเองถึงขั้นก้มหัวมาขอร้องแล้ว เธอให้แค่หนึ่งแสนหยวนเนี่ยนะ?อย่างน้อยตอนนี้ทรัพย์สินของตระกูลเย่ก็มีเป็นร้อยล้านอยู่ เธอให้ตัวเองแค่หนึ่งแสนหยวน นี่คือให้ทานกับยาจกหรือไง!
เซี่ยชีหรั่นเห็นเธอจ้องมองเช็คแล้วกลัวเธอจะเข้าใจผิด จึงรีบเอ่ยว่า:“ไม่ว่ายังไงซวนหลินก็เป็นญาติของฉัน น้ำใจเล็กน้อยนี้ถือว่าฉันให้เด็กนะ เธอรับเอาไว้เถอะ”
“รับเอาไว้อะไร?”เย่เชินหลินเดินมา เขายื่นมือโอบเอวของเซี่ยชีหรั่นมาที่ข้างกาย พร้อมมองเช็คด้วยสายตาเฉียมคม
โม่เสี่ยวโนเงยหน้าขึ้นอย่างลนลาน ในใจค่อนข้างกลัว ที่จริงหลายปีมานี้เธอเคยไปหาเซี่ยชีหรั่นอยู่ไม่น้อยครั้งเลย แต่ระหว่างทางล้วนถูกคนของเย่เชินหลินดักไว้เงียบๆ ต่อมาเธอถึงได้ล้มเลิกความคิดที่จะไปหาเซี่ยชีหรั่น
ความหวาดกลัวทำให้นิ้วมือเธอสั่นเล็กน้อย เย่เชินหลินยื่นเช็คในมือเซี่ยชีหรั่นให้เธอและพูดอย่างเรียบเฉย:“ครั้งนี้ยกเว้นให้ คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีก”
เขาดูออกแล้ว!
โม่เสี่ยวโนรู้สึกอาบอายสุดๆ เธอก้มหน้าดูหุ่นที่อ้วนเหมือนหมูของตัวเอง จากนั้นได้ดึงสายตากลับอย่างรังเกียจ อย่างน้อยสมัยสาวๆเธอกับเย่เชินหลินยังเคยมีอดีตด้วยกัน แต่ตอนนี้ดูตัวเองและดูเขาสิ
เธอรับเช็คมาแล้ววิ่งหนีไปอย่างหัวซุกหัวซุน เซี่ยชีหรั่นถอนหายใจเบาๆทีนึง“คุณทำเธอตกใจแล้วค่ะ”
เย่เชินหลินเงียบกริบไม่พูดจา แค่เพิ่มแรงของแขนให้มากยิ่งขึ้น
งานศพได้เลิกลา บนโลกใบนี้ ผู้หญิงที่ชื่อโม่ซวนหลินได้หายไปจากสายตาของผู้คนโดยสิ้นเชิง
ผู้คนที่บางตาได้เริ่มแยกย้ายกันกลับ ติงยียียังจมปลักอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องน้ำเมื่อครู่นี้ เย่ชูหวินได้ผลักเธอเบาๆ
เธอมองเขาอย่างสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เย่ชูหวินโน้มตัวเล็กน้อยเพื่อสบตากับเธอ“กำลังคิดถึงเย่เนี่ยนโม่อยู่?”
เธอส่ายหัวอย่างซื่อตรง จู่ๆอารมณ์ของเย่ชูหวินดีขึ้นเยอะเลย เขากระพริบตาปริบๆ“จะไปที่ๆนึงกับผมมั้ย?”
เย่ป๋อที่อยู่ไม่ไกลเดินมาอีกครั้ง ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ยิ่งอยู่ยิ่งเข้ามาใกล้ของเขา หัวใจของติงยียีก็เริ่มตุ๊มๆต่อมๆขึ้นมา ความคิดที่อยากจะแก้แค้นได้ครอบงำสติของเธอ เธอดึงเย่ชูหวินไว้ก็จะหันหลังไปเลย
เธอหันมาอยากคุยอะไรกับเย่ชูหวินสักหน่อย วินาทีที่หันหน้ามากลับเห็นในป่าของรอบสุสานมีเงาคนแว๊บผ่าน และเงานั้นเหมือนจะคุ้นมาก
“เป็นอะไรไปครับ?”เย่ชูหวินถามด้วยความเป็นห่วง เธอรีบส่ายหัวแล้วมองเข้าไปในป่าอีกแว๊บนึง ยังมีเงาคนที่ไหนกัน เหลือแค่กิ่งไม้ที่แห้งฉาว
อ้าวเสว่ยืนอยู่หน้าป้ายสุสาน โม่ซวนหลินที่อยู่บนป้ายสุสานยิ้มได้สวยหวานไม่มีพิษไม่มีภัย เธอถอนหายใจทีนึงแล้วพูดอย่างเรียบเฉย:“ฉันไม่ได้จงใจทำร้ายเธอนะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน ถ้าเธอตายตาไม่หลับก็ไม่ต้องมาหาฉันนะ”
สายลมเย็นพัดผ่านมา กระดาษเงินกระดาษทองที่ร่วงอยู่หน้าป้ายสุสานปลิวว่อนอย่างไม่ขาดสาย กระดาษเงินกระดาษทองใบนึงปลิวมาถึงบนป้ายสุสาน ได้บังใบหน้าข้างนึงของโม่ซวนหลินในรูปถ่ายไว้ เผยแค่ดวงตาโตๆของเธอออกมา
รูปถ่ายขาวดำมีความแปลกอยู่เสี้ยวนึง อ้าวเสว่รู้สึกสันหลังเย็นวูบ รอบๆเงียบสงัด ยิ่งทำให้ขนหัวลุกมากขึ้น
เธอหันหลังเดินกลับไปตามทางเดินที่ยาวเหยียดอย่างเร่งรีบ ทั้งสองข้างทางเป็นสุสานหมด จู่ๆเสียงใสๆดังแกร๊งเสียงนึง เธอตกใจจนรีบก้มหน้า ที่แท้คือไปอย่างเร่งรีบเกิน เธอไปเตะโดนแจกันที่วางอยู่หน้าสุสานของคนอื่น
ในแจกันเสียบดอกลิลลี่สดๆไว้ บนดอกลิลลี่ยังมีน้ำค้างอยู่ แจกันตกอยู่บนพื้น ไม่นานน้ำในขวดก็ซึมเข้าไปในถนนพลาสติก
เธอรีบก้มลงไปเก็บขวดขึ้นมา เอาขวดวางลงที่หน้าป้ายสุสานใหม่ เธอเงยหน้าขึ้นมา ผู้ชายในป้ายสุสานดูเป็นคนมีวิชาความรู้ลุ่มลึกและบุคลิกลักษณะสง่ามาก
“ไห่จื้อฉวน?”เธออ่านออกเสียงเบาๆ สายลมเย็นพัดผ่านมา เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว กำลังอยากจะไป จู่ๆโทรศัพท์ได้ดังขึ้น