ตอนที่ 1555
ตอนที่ 1555 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1395
October 28, 2026
เย่ชูหวินเองก็ตื่นเต้น “ถูกต้อง! สามารถวางชิงช้าไว้สองอัน เพิ่มอุปกรณ์ออกกำลังกายเข้าไปอีกนิดหน่อยก็สบายแล้ว”
ทั้งสองคนปรึกษาพูดคุยกันไปมา เย่ชูหวินพลิกเปิดต่อไป ชี้ไปที่อาคารสูงตระหง่านหลังหนึ่ง “ที่นี่คือมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย อเมริกาที่มหาวิทยาลัยดีๆมากมาย คุณสามารถไปเรียนการออกแบบเครื่องประดับที่คุณชอบได้ ที่นั่นเปิดกว้างเรื่องการศึกษา ขอเพียงคุณอยากเรียน หาคนที่สนับสนุนคุณได้”
เขาเปิดหน้าหนังสือต่อไป ชี้ไปที่อีกภาพ “นี่คือ walk of fame คนดังของจีนชอบประทับรอยฝ่ามือของตนเองแขวนขึ้นมาสูงๆ ส่วนคนอเมริกันชอบให้คนอื่นมาเหยียบย่ำ”
“อันหรันเองก็ไปฮอลลีวู้ดแล้ว” ติงยียีมองภาพพลางเอ่ยออกมา
“อันหรันเหรอ” เย่ชูหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ชื่อของคนคนนี้เขารู้สึกคุ้นหูอยู่บ้าง ติงยียีกระโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งไปที่โซนภาพยนตร์ ไม่นานก็หยิบแผ่นดีวีดีกลับมาด้วยหนึ่งแผ่น เธอชี้ไปที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่อยู่บนดีวีดี “นี่ก็คืออันหรัน เพื่อนของฉัน!”
“เจ้าชายแห่งวงการบันเทิงอันหรันคือเพื่อนคุณเหรอ” เย่ชูหวินสูดลมหายใจ เขานึกขึ้นได้แล้วว่าเคยได้ยินชื่อผู้ชายคนนี้ที่ในโรงภาพยนตร์ ดังมากจริงๆ
ติงยียียิ้ม สำหรับฉันแล้ว เขาเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นโชคดีที่คนไปที่ลอสแองเจลิสแล้ว เย่ชูหวินคิด จึงไม่ถามอะไรต่อ เรียกเธอมาข้างๆต่อ เล่าเรื่องลอสแองเจลิสในหนังสือให้เธอฟังอย่างละเอียด
ดวงอาทิตย์ในฤดูหนาวมักจะไม่ยอมอยู่ต่อนานอีกหน่อย แสงอาทิตย์สีส้มที่แฝงความหนาวเย็นสาดส่องทะลุกระจกเข้ามาในร้านหนังสือ
โต๊ะริมหน้าต่างที่ปูด้วยผ้าปูโต๊ะสไตล์อังกฤษ บนผ้าปูโต๊ะมีกาแฟวางอยู่สองแก้ว คราบน้ำของถ้วยกาแฟส่องประกายท่ามกลางแสงแดดสุดท้าย
มูสเค้กข้างกาแฟถูกตักไปหนึ่งชิ้น มันมีกลิ่นหอมและหวานเลี่ยน พระอาทิตย์อัสดงค่อยๆเคลื่อนที่ เย่ชูหวินปิดหนังสือ สายตาของเขาสุขุม อบอุ่นกว่าดวงอาทิตย์ในฤดูหนาวเล็กน้อย เขาพูดว่า “คุณคิดว่าลอสแองเจลิสดีมั้ย”
ติงยียีพยักหน้าแรงๆ “ช่างสวยมากเหลือเกินจริงๆ”
มุมปากเย่ชูหวินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เธอเอาหนังสือวางไว้ในอ้อมอก น้ำเสียงแฝงด้วยความตื่นเต้น “ในเมื่อคุณคิดว่าอเมริกาดีมาก อย่างนั้นคุณเต็มใจไปพร้อมกับผมมั้ย”
หนังสือที่อยู่ในอ้อมอกติงยียีร่วงหล่นบนพื้น ทำให้แมวพันธุ์บริติช ช็อตแฮร์ตัวหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่บนขอบหน้าต่างตกใจตื่น มันร้องด้วยความง่วงอย่างไม่พอใจไปทางพวกเขาสองคน ติงยียีตั้งสติกลับมาได้ทันที “ขอโทษนะคะ”
เธอรีบก้มตัวไปเก็บหนังสือ อีกสองมือเร็วยิ่งกว่าเธอ เขาจับเธอไว้ เย่ชูหวินจับมือเธอไว้ จนกระทั่งเธอค่อยๆดึงออกมา
เขาเก็บหนังสือบนพื้นขึ้นมา เอามันวางไว้บนโต๊ะเสียงเขาแหบพร่าแฝงด้วยความเจ็บปวด “ก็ยังไม่เต็มใจเหรอ”
ติงยียีมองไปด้านนอกหน้าต่าง ตระหนักได้ว่าพระอาทิตย์ตกดินไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นอกหน้าต่างมืดสนิทไฟที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามสว่างขึ้น วัยรุ่นผิวขาวนวลคนหนึ่งผลักประตูกระจกเปิด
“ขอโทษค่ะ ฉันในตอนนี้อาจจะไม่เหมาะกับชีวิตแบบนั้น” ติงยียีละสายตากลับมา แต่ละคำที่พูด ลำคอเธอสั่นสะท้าน แต่เธอก็ยังกัดฟันพูดออกมา เธอไม่อยากให้ความหวังลมๆแล้งๆกับเขา
เย่ชูหวินพยักหน้า รีบพูดว่า “ถ้าผมกระตือรือร้นหน่อยตั้งแต่แรกก็คงดี”
“หมายความว่าอะไร” เธองุนงงกับคำพูดที่แปลกประหลาดของเขาเล็กน้อย
เย่ชูหวินหัวเราะ เขาหยิบหนังสือขึ้นเดินไปทางแคชเชียร์ เดินไปสองสามก้าว เห็นว่าติงยียียังยืนมองเขาอย่างงงๆอยู่ที่เดิม เขาก็ถอนหายใจเดินกลับมา
จูงมือของเธอ เขาเหลือบมองเค้กบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว พูดอย่างเหลืออดว่า “ตลอดทั้งบ่ายนี้กินแค่เค้กชิ้นเดียว คุณไม่หิวเหรอ! ผมยังหิวแล้วเลย!”
ติงยียีถูกเขาแกล้งแหย่ อารมณ์เศร้าใจเมื่อครู่ก็จางสลายหายไปแล้ว แต่กลับไม่ได้สังเกตเห็นว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเย่ชูหวินไม่ได้ออกมาจากนัยน์ตา
ยามค่ำคืน ประตูของคอนโดมิเนียมเงียบมาก ภายในรถ ติงยียีปลดเข็มขัดนิรภัย ถามอย่างไม่สบายใจเล็กน้อย “อาหารวันนี้คุณไม่ชอบทานเหรอ ฉันเห็นคุณแทบจะไม่ได้กินเลยเท่าไหร่เลย”
เย่ชูหวินยิ้ม ยื่นมือมาลูบผมเธอ “อย่าคิดมาก”
“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ!” ติงยียีกุมศีรษะตนเองไว้ ลงจากรถปิดประตูแรงๆแล้วก็เดินไปทางคอนโด เดินไปไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงกุกกักด้านหลัง เธออดไม่ได้ที่จะหันกลับไป
เย่ชูหวินยืนอยู่ข้างรถ เห็นเธอหันมาก็ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน สองมือยังทำท่าทางเหมือนคุยโทรศัพท์
ติงยียีพยักหน้า หมุนตัววิ่งไปทางคอนโด เดินไปไม่นาน เสียงฝีเท้าที่เหมือนเงาตามมาด้านหลัง ราวกับว่ามีเสียงลมหายใจด้วย
เธอเร่งฝีเท้า ในใจคิดว่าขอแค่เดินไปถึงหน้าบ้านตนเองก็จะปลอดภัยแล้ว แสงไฟสลัวข้างทางไม่เพียงไม่สามารถทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยได้ ในทางกลับกันยิ่งเพิ่มความหวาดกลัวให้กับบริเวณรอบๆด้วย
ไม่ไกลนัก แสงไฟสีเหลืองนวลสาดส่องมา ส่องถนนด้านหน้าสว่างมาก ติงยียีวิ่งเหยาะๆไปสองสามก้าว สายรัดของรองเท้าส้นสูงรัดจนเธอเจ็บหลังเท้า เธอถอดรองเท้าออกวิ่งพุ่งเข้าหาอ้อมกอดข้างหน้า
ที่ชั้นล่างของบ้านเธอ เย่เนี่ยนโม่ยังคงรออยู่ที่นั่น มองเห็นท่าทางตื่นตระหนกตกใจของเธอก็ขมวดคิ้ว คำพูดที่เธอเคยบอกผุดขึ้นมาในหัวของเขา เขามองไปทางด้านหลังเธอ “มีคนตามคุณมาเหรอ”
ติงยียีกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พยักหน้า คิ้วของเย่เนี่ยนโม่ขมวดแน่นยิ่งขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ไม่นานชายชุดดำสองคนก็วิ่งออกมาจากด้านข้างของคอนโด
“คุณชายเย่ ช่วงนี้ไม่เห็นใครน่าสงสัยเลยครับ” ชายชุดดำคนหนึ่งก้มหน้าไม่กล้ามองคุณชายเย่ในเมื่อผู้หญิงของคุณชายเย่บอกว่ามีคนสะกดรอยตามเธอ เช่นนั้นคุณชายเย่ก็ต้องให้พวกเขาเอาตัวคนพวกนั้นออกมาให้ได้ แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงของคุณชายเย่แกล้งแสดงออกมาก็ตาม