ตอนที่ 704
ตอนที่ 704 สาวใช้ตัวแสบ 608
October 28, 2026
ตอนที่ 704 สาวใช้ตัวแสบ 608
“พวกเราไม่เคยมีอะไรกัน ตอนนั้นแค่มีคนต้องการให้ระหว่างเรามีอะไรเกิดขึ้นสักครั้ง แต่หากเรื่องใครที่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น เรื่องนี้ผมไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ครับ ผมแค่อยากบอกว่า เธอเป็นผู้หญิงของเพื่อนสนิทของผม ถึงต้องตายผมก็จะไม่แตะต้องเธอ เงื่อนไขแรกคือ เจ้าคนนั้นไม่บอกว่าเลิกกัน ถ้าหากว่ามีสักวันผมเห็นว่าเขาทำเรื่องที่ผิดต่อเธอ ผมพร้อมที่จะกางปีกปกป้องเธอได้ทุกเมื่อ เป็นคนคอยปกป้องดูแลเธอ”
ไห่ลี่หมินบอกกับกล้อง ราวกับมองเห็นใบหน้าเล็กสวยของเซี่ยชีหรั่น
นึกถึงใบหน้าเล็กที่มีน้ำตารินไหลเพื่อเขา แค่คิด หัวใจเขาก็เจ็บปวด
“ประธานไห่ พวกเราได้ยินว่าพวกคุณตัดขาดกันแล้ว ทำไมถึงยังบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทอีกล่ะ หรือว่าคำพูดคุณก่อนหน้านี้ตั้งใจจะหลอกทุกคน” คำถามแหลมคมจากนักข่าวคนหนึ่ง
ไห่ลี่หมินยังคงยิ้มสงบ บอกอย่างสุขุม “ผมแค่ไม่ต้องการให้ทุกคนเอ่ยชื่อคนคนนั้นต่อหน้าผม ผมไม่เคยบอกว่าพวกเราตัดขาดกัน พี่น้องนั้นเป็นตลอดไป จะบอกว่าตัดขาดแล้วก็ขาดได้ยังไง”
……
เย่เชินหลินมาถึงห้องทำงานบนชั้นสูงสุดของบริษัท นักข่าวมาตรงตามเวลานัด เพราะจัดการไว้ล่วงหน้าทุกอย่างแล้ว เขาแค่ตอบตามความตั้งใจของเขาก็พอแล้ว
เข้าก็เน้นอยู่หลายจุดเช่นกัน “ข้อแรก ผู้หญิงที่ผมรักคือเซี่ยชีหรั่น ข้อนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ข้อสอง ผู้หญิงที่ผมรักคือเซี่ยชีหรั่น ข้อนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ข้อสาม ผู้หญิงที่ผมรักคือเซี่ยชีหรั่น ข้อนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
ไม่นานการสัมภาษณ์ของเย่เชินหลินและไห่ลี่หมินก็ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชน มีทั้งรูปแบบของหนังสือพิมพ์ ทั้งข่าวทางโทรทัศน์
เวลาชั่วขณะ เรื่องราวรักสามเส้าของเซี่ยชีหรั่น เย่เชินหลินและไห่ลี่หมินก็กลายเป็นข้อคุณสนทนาของผู้คน
รถกำลังกลับบ้านตระกูลเย่ เย่เชินหลินดุการสัมภาษณ์ของไห่ลี่หมิน มุมปากยกขึ้น
เด็กน้อย ยังคิดจะรอให้ฉันเลิก คุณจะยืดอกเข้ามาปกป้องเธองั้นหรอ ผู้หญิงของฉันต่อไปไม่จำเป็นต้องให้นายมาปกป้อง
ไห่ลี่หมินเองก็กำลังดูการสัมภาษณ์ของเย่เชินหลิน มองเขาเน้นสามข้ออย่างจริงจัง เขารู้ เย่เชินหลินไม่ชอบการพูดต่อหน้าสื่อ การกระพือแบบนี้ บ่งบอกว่าเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
เซี่ยชีหรั่น ความรักของพวกคุณราวกับฤดูใบไม้ผลิ ผมขออวยพรให้พวกคุณ
จงหวีฉวนได้รับรายงานจากเลขาแล้ว ว่าเย่เชินหลินและไห่ลี่หมินให้สัมภาษณ์ เพื่อให้ความเชื่อมั่นต่อเซี่ยชีหรั่น เลขายังให้ส่งสัมภาษณ์สั้นๆส่งมาให้จงหวีฉวนอีกด้วย
จิ้งจอกเฒ่าได้ดูการสัมภาษณ์แล้ว เหยียดยิ้ม บอกอย่างไม่มีเสียง : เย่เชินหลิน แกคิดว่าแกพูดประโยคนี้แล้วมันจะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดไปงั้นหรอ อย่าพึ่งยืนหยัดเกินไป อย่าลืมสิ สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ แกก็เคยยอมให้ส้งหลิงหลิง
เขาเคาะโต๊ะทำงานตรงหน้า คิดว่าเย่เชินหลินคนนี้นั้นช่างเด็ดเดี่ยว อย่างน้อยก็ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป โดนวิพากษ์วิจารณ์รอบด้าน
เขาเคยบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นส้งหลิงหลิง ตอนนี้ยังมาบอกว่ารักเซี่ยชีหรั่น คนภายนอกวิพากษ์วิจารณ์เขาแน่นอนว่าไม่ดีเท่าไหร่ เขากลับไม่ใส่ใจ
ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของเขา และบ่งบอกว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อเซี่ยชีหรั่นนั้นไม่ธรรมดา
จงหยุนซางเองก็ได้เห็นสัมภาษณ์ของพวกเขาทั้งสองฝั่ง สองวันมานี้เธอคิดทบทวนอย่างหนัก เธอก็ส่งคนออกไปจับตามองคนของพ่ออย่างเงียบๆ รู้ดีว่าพ่อของเธอไม่ใช่คนที่จะบอกว่ารามือก็รามือ
เธออยากเห็นเย่เชินหลินและเซี่ยชีหรั่นรีบสมหวัง แต่งงานมีลูก เธอจะไม่ให้พ่อของเธอไปขัดขวางพวกเขาทั้งสอง เพียงแค่เขาไม่ยอมรามือ เธอก็ไม่วางใจ
จงหยุนซางปิดโทรทัศน์ คิดหาวิธีหยุดพ่อของเธออีกครั้ง สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจไปหาหลี่เหอไท้
เธอไม่เข้าใจการวางตัวของหลี่เหอไท้ อย่างน้อยมองภายนอก เขาก็ดูเป็นคนไม่เลว บุคลิกดี คิดถึงคนอื่น
เธอมองออกว่าเขารู้สึกดีต่อเซี่ยชีหรั่น แต่ไม่รู้ว่าความรู้สึกดีของเขามันอยู่ระดับไหน เขาจะเหมือนเธอ ยอมเสียสละเพื่อคนที่รักหรือเปล่า
ไม่ว่าเขาจะคิดยังไง เธอก็ต้องทำให้เต็มที่สักครั้ง
จากที่ดูตอนนี้ หากคิดจะหยุดพ่อเธอ นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
คะแนนของตระกูลหลี่ถือว่าสำคัญ จงหยุนซางรู้ พ่อของเธอคิดวางแผนอนาคตไว้ก่อน คือต้องจัดการการแต่งงานขอลูกสาวทีหลัง หากว่าการแต่งงานของลูกสาวและอนาคตสามารถผูกเข้าด้วยกัน เขาคงจะพอใจมาก
จงหยุนซางคิดมาถึงตรงนี้ จึงโทรหาหลี่เหอไท้ เอ่ยตามตรง “ฉันคือจงหยุนซาง ตอนเย็นอยากเชิญคุณทานข้าวด้วยกัน ไม่ทราบว่าจะได้รับเกียรตินั้นไหมคะ”
หลี่เหอไท้ติดตามเซี่ยชีหรั่น กระทั่งเย่เชินหลินที่เกี่ยวข้องก็ใส่ใจ ดังนั้นเขาจึงได้เห็นสัมภาษณ์แล้ว ตอนนี้จงหยุนซางก็โทรมา ไม่ว่าจะคิดยังไงก็รู้สึกว่าต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการให้สัมภาษณ์แน่นอน
“ครับ แต่ผมเลี้ยงคุณจะดีกว่า ถ้าคุณเลี้ยงผม ผมคงไม่กล้าไป” ลัทธิและนิสัยสุภาพบุรุษของหลี่เหอไท้ เห็นได้ชัดในตอนนี้
ที่แท้ก็เป็นผู้ชายที่ไม่เลว จงหยุนซางยกยิ้มบางๆ ตอบรับ “งั้นต้องรบกวนคุณแล้วนะคะ”