ตอนที่ 726
ตอนที่ 726 สาวใช้ตัวแสบ 630
October 28, 2026
ตอนที่ 726 สาวใช้ตัวแสบ 630
“ค่ะ”เซี่ยชีหรั่นรับคำ
“หลิน คุณออกไปที่ไหนเหรอ วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ?ฉันคิดว่าเด็กน้อยกลับมาบ้านเป็นวันแรก คุณจะอยู่ที่บ้านเสียอีก”
เมื่อพิจารณาถึงความปลอดภัยของเจ้าหญิงหย่าฮุ่ย การเดินทางของพระองค์ในครั้งนี้จะต้องเป็นความลับ สถานะของพระองค์ก็ต้องเป็นความลับเช่นกัน
เย่เชินหลินได้รับคำสั่งลับ แน่นอนว่าไม่สามารถที่จะแพร่งพรายออกไปได้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเซี่ยชีหรั่นไม่มีทางที่จะพูดเรื่องนี้ออกไป เขาก็ไม่สามารถบอกความจริงกับเธอได้
“ผมออกมาคุยธุรกิจข้างนอก”
“ตอนเย็นจะกลับมาใช่ไหม?”เซี่ยชีหรั่นถามขึ้นราวกับภรรยาถามสามี พอเธอตื่นมาก็ไม่เห็นเย่เชินหลินอยู่ที่บ้าน ภายในใจนั้นรู้สึกว้าเหว่
“ผมจะพยายาม หากผมไม่กลับมา คุณก็ดูแลตัวเองดีดีหล่ะ หากกลัวก็ให้เสี่ยวหนงไปนอนเป็นเพื่อน”
เนื่องจากเย่เชินหลินนั้นพูดภาษาจีน ทำให้เจ้าหญิงหย่าฮุ่ยไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด แต่จากท่าทางและน้ำเสียงของเขาก็สามารถที่จะเดาได้บ้าง
“เขาพูดอะไรหน่ะเหรอ?”เจ้าหญิงหย่าฮุ่ยถามล่ามที่อยู่ข้างๆ ล่ามก็ได้แปลให้เธอฟัง
หลังจากรอจนกระทั่งเย่เชินหลินกับเซี่ยชีหรั่นคุยโทรศัพท์กันเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าหญิงหย่าฮุ่ย ยิ้มหยอกเขา:“คุณช่างเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบจริงๆ เธอนั้นโชคดีมาก”
สีหน้าของเย่เชินหลินแสดงออกถึงรอยยิ้มที่มีความสุขออกมาและใช้ภาษาฝานหลายพูดขึ้นอย่างคล่องแคล่วว่า:“คนที่โชคดีคือกระผมมากกว่า ภรรยาของกระผมนั้นเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก”
“งั้นหรือ?ถ้าเช่นนั้นเธอคงสวยไม่น้อย?”เจ้าหญิงหย่าฮุ่ยถามขึ้นอย่างทรมานใจ ผู้หญิงคนหนึ่งกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งเมื่อมาเปรียบเทียบกัน ก็มักจะเปรียบเทียบรูปร่างหน้าตาเป็นอันดับแรก แม้ว่าจะเป็นองค์หญิงก็ไม่สามารถที่จะฉีกกฎนี้ได้
เย่เชินหลินพยักหน้าอย่างไม่ลังเล และพูดขึ้นว่า:“ใช่ครับ องค์หญิง เธอนั้นสวยมาก”
“สวยกว่าฉัน?”เจ้าหญิงหย่าฮุ่ยไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว รู้สึกโกรธที่เย่เชินหลินนั้นชื่นชมเซี่ยชีหรั่นต่อหน้าเธอ
ไม่ว่าจะอย่างไรเธอนั้นก็ถือว่าเป็นองค์หญิง เธอไม่เชื่อว่าเย่เชินหลินนั้นจะดูไม่ออกว่าเธอนั้นรู้สึกชอบเขาและชื่นชมเขา การที่เขาจงใจชมผู้หญิงของเขาว่าสมบูรณ์แบบแค่ไหนต่อหน้าเธอนั้น หากเธอโกรธขึ้นมา ก็เกรงว่าเขานั้นจะไม่อาจทัดทานไหว
เย่เชินหลินรู้ดีว่าเขาจะต้องทำให้เจ้าหญิงหย่าฮุ่ย ล้มเลิกความคิด แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้เธอโกรธได้ การพูดคุยระหว่างเขากับเธอนั้นไม่ใช่การพูดคุยแบบความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับเพื่อน แต่เขานั้นยังแบกรับความรับผิดชอบความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศด้วย
แม้ว่าความสมานฉันท์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านนั้นจะยากมากที่จะถูกทำลายลงด้วยเรื่องส่วนตัวเชิงชู้สาว แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะทำให้เรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้นี้เกิดขึ้นจริงเนื่องจากความไม่พอใจขององค์หญิงผู้ที่เป็นคนสืบทอด
เย่เชินหลินพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า:“เธอนั้นเป็นเพียงหญิงสามัญธรรมดา จะเทียบกับองค์หญิงท่านได้อย่างไรกัน”
“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า ฉันสวยกว่าเธอ สง่างามกว่าเธอ ใช่ไหม?”เจ้าหญิงหย่าฮุ่ยรู้เป็นอย่างดีว่าเย่เชินหลินนั้นไม่กล้า และจะไม่ยอมล่วงเกินเธอเป็นแน่ เธอจึงถามขึ้นเชิงบังคับประโยคหนึ่ง
คำพูดของเธอนั้นแฝงไว้ด้วยนัยยะ ไม่ใช่เพียงต้องการที่จะรู้ว่าใครสวยกว่าใคร เธอนั้นดื้อรั้นขนาดนั้น หากจัดการไม่ดี ไม่แน่ว่าเออาจจะไปกราบทูลพ่อของเธอว่าเย่เชินหลินทำให้เธอไม่พอใจก็เป็นได้
เรื่องๆนี้หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็อาจที่จะเกรงกลัว แต่เย่เชินหลินนั้นกลับยิ้มเบาๆอย่างเป็นธรรมชาติว่า และพูดขึ้นว่า:“องค์หญิงนั้นสวยและสง่างาม อีกทั้งยังได้รับรางวัลสำคัญ ในการประกวดความงามระดับนานาชาติ เรื่องนี้คนทั่วโลกต่างรู้เป็นอย่างดี ดังนั้นความงามขององค์หญิงนั้นได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลก ผู้หญิงของผมนั้นเป็นผู้หญิงธรรมดา ได้ยินมาว่าองค์หญิงนั้นเข้าใจวัฒนธรรมของประเทศกระผมเป็นอย่างดี คิดว่าองค์หญิงน่าจะเคยได้ยินคำพูดโบราณที่ว่า“ในสายตาของคนรักนั้นผู้หญิงของตนนั้นงดงามกว่าซีซือเสมอ” ในสายตาของผม ผู้หญิงที่ผมรักนั้นงดงามเช่นเดียวกับซีซือ ไม่มีใครสามารถมาแทนที่ได้”
เจ้าหญิงหย่าฮุ่ยไม่รู้ว่าซีซือนั้นคือใคร แต่ว่าความหมายของคำพูดประโยคนี้นั้นไม่ได้ลึกซึ้งมากนัก เย่เชินหลินจึงพูดขึ้นด้วยภาษาฝานหลาย ทำให้เธอสามารถเข้าใจความหมายได้อย่างไม่ติดขัด
หากยังคงต้องการที่จะทำให้เย่เชินหลินนั้นต้องลำบากใจ ก็จะดูเหมือนว่าเธอนั้นโกรธ หาผู้ชายไม่ได้แล้ว
เย่เชินหลินก็หยุดการสนทนาไว้เพียงตรงนี้ ไม่ได้ระแคะระคายใจ จากนั้นก็เริ่มพูดเรื่องของการท่องเที่ยว
“องค์หญิงครับ ไม่ง่ายเลยที่องค์หญิงจะได้มาเที่ยวที่ภูเขาหมอก ที่นี่มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาแต่โบราณ กระผมจะเล่าให้องค์หญิงฟังดีไหมครับ?”
“ได้สิ ฉันชอบฟังเรื่องเล่า”เจ้าหญิงหย่าฮุ่ยยิ้มพร้อมรับคำ
เย่เชินหลินใช้เวลายี่สิบนาทีในการพูดคุยกับเจ้าหญิงหย่าฮุ่ย ต่อมาเมื่อถึงช่วงที่ไกด์บรรยายให้เธอฟัง เขาถึงได้ส่งข้อความหาพ่อบ้าน ให้พ่อบ้านเตรียมอาหารเช้าให้กับเซี่ยชีหรั่น
……
หลังจากที่ทานข้าวเช้าเรียบร้อยแล้ว เซี่ยชีหรั่นก็ไปในห้องอ่านหนังสือของเย่เชินหลิน แล้วเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อทำงาน
เดิมทีเย่เชินหลินได้เตรียมห้องส่วนตัวไว้สำหรับเธอที่ชั้นบนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่นับตั้งแต่ที่ชั้นบนส้งหลิงหลิงได้ยึดครองพื้นที่ เซี่ยชีหรั่นก็ไม่อยากที่จะเหยียบชั้นสองเลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอนั้นถือในเรื่องๆนี้
นายหญิงส้งพูดว่าส้งหลิงหลิงนั้นกำลังอยู่ไฟ ทางที่ดีอย่าเดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ ดังนั้นพ่อบ้านจึงมีหน้าที่เสิร์ฟอาหารให้เธอทานที่ชั้นสอง
ตลอดทั้งวัน เซี่ยชีหรั่นกับส้งหลิงหลิงก็ไม่ได้เจอหน้ากันเลย
เธอคิดว่าหลังจากที่เด็กกลับมาแล้ว จะได้ยินเสียงร้องของเด็กบ่อยๆ แต่คฤหาสน์ทั้งหลังกลับเงียบสงบอย่างคาดไม่ถึง ไม่ได้ยินเสียงร้องของเด็กแม้แต่นิดเดียว
เมื่อถึงเวลานี้เธอจึงได้นึกถึงความฝันที่เย่เชินหลินได้ฝันในคืนนั้น บอกว่าไม่ให้เด็กนั้นร้องไห้ดูเหมือนว่าการที่เขาเตรียมคนไว้เยอะมาก ก็เพื่อที่จะไม่ให้เด็กร้องไห้ แล้วก็บรรลุเป้าหมายจริงๆ
เย่เชินหลินนั้นเป็นพ่อที่ดีจริงๆ รอให้พวกเขามีลูก เขาก็คงจะดีกับลูกของพวกเราใช่ไหม?