ตอนที่ 740
ตอนที่ 740 สาวใช้ตัวแสบ 644
October 28, 2026
ตอนที่ 740 สาวใช้ตัวแสบ 644
เย่เชินหลินออกเสียง หืม ด้วยความเย็นชา แล้วพูดอย่างไม่แยแส "ถ้าคุณรักจริงก็ใส่ใจหน่อยลูกเป็นของคุณ ตัวคูณเองน่าจะรู้ว่าเขาหิวหรือเป็นอะไร? อย่าบอกนะว่าเธอเป็นแค่สาวใช้ยังสามารถเถียงชนะคุณได้?
คำพูดที่ร่อนแหลมของเย่เชินหลินมีหรือส้งหลิงหลิงจะไม่เข้าใจ แต่เธอจะไม่ยอมให้เย่เชินหลินรู้ว่าเขาเดาถูก คือเธอจงใจทำเองจริงๆ
เธอยิ้มอย่างเยาะเย้ย ถามกลับ: ฉันเป็นแม่ของลูก วินาทีแรกฉันก็ต้องเข้าใจและรู้ว่าความต้องการของเขาทุกอย่างเหรอ? แล้วคุณเป็นพ่อของลูก ตอนคุณอุ้มเขาขึ้นมาคุณก็ไม่รู้ คุณฉลาดขนาดนั้น เดิมทีฉันก็โง่กว่าคุณอยู่แล้ว และไม่เคยเลี้ยงเด็กเล็กขนาดนี้ ฉันแย่แยกไม่ออกว่าลูกอยากทำอะไรก็หมายถึงฉันไม่รักไม่ใส่ใจใช่มั้ย?"
"หลิน คุณยอมฟังฉันพูดสักคำมั้ยคะ? เซี่ยชีหรั่นพูดเสียงเบาๆ
ในใจเย่เชินหลินกำลังกลุ้มอยู่ ขมวดคิ้วพูดอย่างเย็นชาคำเดียว"พูด"
อารมณ์ของเขาทำให้เซี่ยชีหรั่นรู้สึกประหลาดใจ แต่เธอคิดว่าเขาคงไม่ได้โมโหเธอ นี่เพราะเขากำลังโกรธพี่เลี้ยงหลี่คนนั้นเรื่องเกี่ยวกับลูก และก็โกรธส้งหลิงหลิงด้วย
"ฉันว่าพี่เลี้ยงหลี่ก็คงไม่ใช่ตั้งใจ ก็เหมือนกับที่ส้งหลิงหลิงพูด พวกคุณเป็นพ่อแม่ยังไม่รู้เลยว่าเด็กต้องการอะไร? อีกอย่าง คุณคิดดู ลูกบ้านไหนไม่เคยร้องไห้ เด็กร้องไห้ก็เป็นเรื่องธรรมดา แค่ไม่ปล่อยให้เด็กร้องตลอด…"
เซี่ยชีหรั่นเพิ่งพูดถึงตรงนี้ ก็ถูกเย่เชินหลินขัดจังหวะด้วยสีหน้าบึ้งตึง "ไม่ได้!ลูกบ้านใครก็รองได้ แต่ลูกของเย่เชินหลินห้ามร้อง พรุ่งนี้เช้าเธอออกไปเลย พวกเธอจำไว้ ใครให้เด็กร้องแม้แต่แอดเดียวก็ลาออกไปเลย ที่นี่ไม่ได้ขาดคน
เย่เชินหลินพูดจบกวาดตาไปจ้องมองทุกคนอย่างจริงจัง
เซี่ยชีหรั่นยืนอยู่กับที่ด้วยความอึดอัด มีบางเรื่องที่คิดไม่ออกว่าทำไมเย่เชินหลินถึงไม่มีเหตุผลขนาดนี้ เธอพูดก็เพราะหวังดีกับลูก ไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นแม่เลี้ยง ก็ไม่สนใจเป็นตายร้ายดีของลูกนะ
ในใจส้งหลิงหลิงมีความสุขมาก เย่เชินหลินขัดจังหวะการพูดของเซี่ยชีหรั่น ต่อหน้าคนมากมาย ดูคุณนายเย่อย่างเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ความคิดของเธอไม่ได้แสดงออกมา ดูแล้วเหมือนกำลังป้อนนมลูกอย่างตั้งใจ
เธอจ้องมองใบหน้าเล็กๆของลูกที่กำลังตั้งใจดื่มนม คิดในใจ แผนในคืนนี้ไม่เลวจริงๆ เย่เชินหลินก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ว่าเขาจะแคร์ใครมากแค่ไหน สุดท้ายก็เอาตัวเองเป็นหลัก ถึงแม้จะเป็นคนที่เขารักที่สุดอย่างเซี่ยชีหรั่นก็เถิด เขาก็โมโห แล้วด่าเธอเหมือนกัน
“ค่ะ คุณชายเย่” ทุกคนประสานเสียงตอบ นี่คือพ่อบ้านสอนพวกเขาไว้ เมื่อไหร่ที่คุณชายเย่โกรธและสั่งสอน ทุกคนต้องตอบพร้อมกันอย่างนี้
เย่เชินหลินมองส้งหลิงหลิงอีกรอบ บ่นพึมพำว่า “ดูลูกให้ดีๆ และดูพวกเขาให้ดีด้วย ใครไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง คุณมาพูดกับผมก็พอ ไม่ว่าใครก็ห้ามทำให้ลูกผมร้องไห้ รวมถึงคุณ จำไว้”
พูดจบ เขาค่อยหันไปมองเซี่ยชีหรั่น เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงอ่อนโยนยื่นมือไปโอบเธอพร้อมพูดว่า “เรียบร้อย พวกเรากลับห้องเถอะ”
เซี่ยชีหรั่นผลักมือเขาออก ท่าทีของเธอเย็นชา เธอหันกลับแล้วเดินไป ก่อนไปได้กวาดสายตามองพี่เลี้ยงหลี่เธอยังรอคอยที่จะมองเธอให้เต็มที่ นี่ทำให้จิตใจเธอไม่สบายใจ
คุณหลี่ ฉันไม่ดีเอง ความสามารถฉันไม่พอ คำพูดของฉันเขาก็ไม่ฟัง ทำให้คุณผิดหวังแล้วแหล่ะ
จริงๆแล้วคนที่ผิดหวังคือตัวเธอเอง เธอรู้
เธอคิดว่าไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม เย่เชินหลินจะฟังที่เธอพูด คิดไม่ถึงว่าความรักใคร่ของพวกเขาทั้งสองที่พึ่งผ่านมา เขาจะสามารถตัดคำพูดเธอได้อย่างแข็งกร้าวทันที
เธอผิดหวัง ลำบากใจแน่นอกพูดไม่ออก
เธอเดินไปข้างหน้า เย่เชินหลินเดิมตามเขาก้าวใหญ่ ถึงประตูเขารีบคว้ามือเธอไว้ และโอบเอวเธออุ้มขึ้นมา
“โกรธหรอ?” เขาถามอย่างอ่อนโยน ตอนที่อยู่ห้องส้งหลิงหลิงกับเขาในตอนนี้เหมือนไม่ใช่คนเดียวกัน
น้ำเสียงของเขาถึงจะอ่อนโยนแค่ไหน ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้กับเรื่องที่เขาพูดตัดบทเธอ
เธอบอกว่าเด็กร้องไห้เป็นเรื่องธรรมดา แต่เขากลับพูดตรงข้ามกับเธอต่อหน้าทุกคน บอกลูกเขาห้ามร้องไห้เด็ดขาด
นี่หมายความยังไงนะ? เพราะเขาอยากให้ทุกคนเข้าใจ ต่อไปเรื่องของลูกไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอหรอ?
ความคิดที่เธออยากเป็นแม่เลี้ยงของลูก เป็นความคิดเธอฝ่ายเดียว?
เธอต้องพยายาม จะให้ลูกชอบเธอเขาแทบไม่แยแสเลยสักนิด ยังคิดว่าเธอยุ่งวุ่นวายเกินไป
คิดอย่างนี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองน่าขำ
เซี่ยชีหรั่นไม่ออกเสียงสักคำ และก็ไม่ได้ขัดขืนจากอ้อมกอดเขา ไม่มีแรงขัดขืน
เขาอุ้มเธอกลับห้อง ค่อยพูดกับเธอ “โกรธจริงๆหรอ? ต้องโทษที่ผมน้ำเสียงไม่ดี?”
เซี่ยชีหรั่นส่ายศีรษะ พูดเบาๆ “เปล่า ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะโกรธ ลูกคือลูกของคุณกับส้งหลิงหลิง ฉันยุ่งวุ่นวายเกินไป”
“ยังพูดว่าไม่โกรธ? คุณทำไมโง่อย่างนี้ คุณพูดต่อหน้าทุกคนว่าเด็กร้องไห้นิดหน่อยไม่เป็นไร ต่อไปพวกเขาจะไม่ใส่ใจ จะไม่ตั้งอกตั้งใจดูแลเย่เจิ้งเหิงเหมือนเวลานี้ คุณไม่เห็นหรอ? ดูจากสถานการณ์เวลานี้เด็กจึงร้องจน...”