ตอนที่ 811
ตอนที่ 811 สาวใช้ตัวแสบ 715
October 28, 2026
ตอนที่ 811 สาวใช้ตัวแสบ 715
ถึงแม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่เซี่ยชีหรั่นก็สามารถเดาได้ว่าธุรกิจของเขาน่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่าง
เธอเกลียดตัวเองจริงๆที่ความสามารถไม่เพียงพอ ไม่สามารถแบ่งเบาภาระจากเขาได้
เมื่อทำอาหารเสร็จ เซี่ยชีหรั่นไปเรียกเย่เชินหลินที่ห้องหนังสือ พบว่าเขากำลังหลับตาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ใช้สองนิ้วถูขมับตนเอง
เห็นเขาเป็นแบบนี้ ไม่ต้องพูดว่าเซี่ยชีหรั่นรู้สึกสงสารมากเพียงไหน
เธอเดินเข้าตรงหน้า เอามือแตะหน้าผากเขาเบาๆ ช่วยนวดขมับให้เขาอย่างช้าๆ
เย่เชินหลินยังคงหลับตาเหมือนเดิม มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม เขารู้สึกว่ามีผู้หญิงที่เอาใจใส่ดูแลอย่างเซี่ยชีหรั่น เขาช่างโชคดีมาก ไม่ว่าจะต้องเจอกับความยากลำบากสักเพียงไหน เขาไม่สนใจ
“เหนื่อยหรอ?หลิน มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ?”
มือใหญ่ของเย่เชินหลินคว้ามืออันบอบบางของเธอไว้ จากนั้นดึงเธอนั่งลงบนตัก จ้องมองไปที่ใบหน้าเล็กๆ และพูดว่า:“แค่คุณมีความสุขทุกวัน ก็เป็นการช่วยผมแล้ว”
“คุณพูดแบบนี้ ฉันรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า ฉันอยากทำได้ดีอย่างหลินหลิง ฉันอยากช่วยคุณได้หลายอย่างตอนที่คุณยุ่งบ้าง”
“อันที่จริงคุณทำได้มากกว่าเธอ เพียงแค่พวกคุณอยู่ในสถานะที่ต่างกัน ผมต้องการคนรัก ไม่ใช่ผู้ช่วย เด็กโง่”เย่เชินหลินลูบไล้เส้นผมของเธอ
“ฉันเข้าใจค่ะ เพียงแต่ตอนที่คุณยุ่ง ก็ต้องการผู้ช่วยไง”
“ตัวของผมเองสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่าง เข้าใจไหม?”เย่เชินหลินยื่นมือออกไปลูบคิ้วที่กำลังขมวดของเซี่ยชีหรั่น
“กินข้าวหรือยัง?”เขาถาม
“ค่ะ กินแล้ว”
หลังจากรับประทานอาหาร เย่เชินหลินต้องการกลับไปที่ห้องหนังสืออีก แต่ถูกเซี่ยชีหรั่นบังคับให้ออกไปเดินย่อยข้างนอกสักรอบ
เธอพูดว่าเพิ่งกินข้าวเสร็จ หากทำงานทันทีจะไม่ดีต่อสุขภาพ เย่เชินหลินจึงรู้ว่าความเป็นแม่บ้านของเธอนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ
หลังจากเดินย่อยกลับมา เซี่ยชีหรั่นก็ไม่ขวางการทำงานของเขาต่อไป
ตัวเธอเองก็นำงานกลับมาทำที่บ้านนิดหน่อย เธอเปิดคอมพิวเตอร์บริษัทในห้องนอนของเย่เชินหลิน
ประมาณสองทุ่มกว่าโม่เสี่ยวหนงกลับถึงบ้าน เธอตรงเข้ามาหาเซี่ยชีหรั่นทันที
“เสี่ยวหนง ว่าไง? การพบครอบครัวของพวกเขาไม่ราบรื่นหรอ?”เซี่ยชีหรั่นเห็นโม่เสี่ยวหนงมีสีหน้าไม่ค่อยดี จึงรีบวางงานในมือลงทันที
“เปล่าค่ะพี่ ราบรื่นมาก พ่อแม่ของเขาชอบฉันมาก”
“งั้นทำไมถึงทำหน้าเศร้าแบบนี้ล่ะ มีอะไรเล่าให้พี่ฟังได้นะ”
โม่เสี่ยวหนงถอนหายใจออกหนึ่งครั้ง พูดว่า:“พี่ค่ะ อันที่จริงมีอยู่หนึ่งเรื่อง ฉันไม่รู้จะหาทางออกยังไง ฉันผิดเอง ฉันเห็นแก่หน้ามากเกินไป ดังนั้นจึงพูดโกหกออกไป”
“พูดมา แท้จริงเกิดอะไรขึ้น เธอพูดแบบนี้พี่ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว”
โม่เสี่ยวหนงถอนหายใจอีกรอบ ถึงจะพูดต่อ:“คือว่า พวกเขาต่างรู้ว่าฉันคือน้องสาวของพี่ ตอนกินข้าวจึงถามฉันว่าพ่อแม่ทำงานที่ไหน ฉันจึงตอบว่าพวกเขาทำงานที่ตงเจียง สวัสดิการประจำตำแหน่งค่อนข้างดี ฉันบอกว่าพี่เขยจัดการให้ พวกเขาได้ฟังก็ตื่นเต้น แถมยังพูดอีกว่าอยากไปเยี่ยมบ้านของเราเร็วๆนี้ เลยถามฉันว่าบ้านอยู่ไหน ฉันจึงตอบว่าพี่เขยซื้อบ้านให้พ่อกับแม่ในเขตเมือง อยู่บนถนนซินหยวน”
เสียงพูดของโม่เสี่ยวหนงเบาลงเรื่อยๆ คิ้วของเซี่ยชีหรั่นก็ค่อยๆขมวดขึ้น
เธอรู้จักนิสัยของโม่เสี่ยวหนง เธอพูดแบบนี้เธอคาดไว้ล่วงหน้านานแล้ว
“พี่ พี่โมโหหรอ?ฉันรู้ว่าพี่ต้องโมโหอยู่แล้ว อันที่จริงตอนนั้นฉันไม่ทันได้คิด พวกเขาเอาแต่ถามฉันว่าพี่สาวพี่เขยดีกับฉันหรือเปล่า ฉันไม่อยากเสียเลี่ยวเหวยตงไป ฉันรู้ว่าพวกเขามองว่าฉันเป็นน้องสาวของพี่ ถึงได้ต้อนรับฉันอย่างอบอุ่น ดังนั้นในตอนนั้นฉันเลยสับสน เพื่อจะแสดงออกว่าพี่สาวและพี่เขยดีกับฉัน ฉันจึงต้องพูดโกหก พี่ค่ะ ฉันรู้ว่าการพูดโกหกเป็นสิ่งไม่ดี พวกเราควรซื่อสัตย์กับผู้อื่น แต่คนนอกจะเข้าใจสถานการณ์ของพวกเราได้อย่างไร ผู้คนต่างคิดว่าพี่เป็นผู้หญิงร่ำรวยในตงเจียง มีเงินมากมายจนนับไม่ถ้วน ถ้าบอกว่าพ่อแม่ของตนเองยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆเก่าๆในเมืองหลินเจียง ใครจะไปเชื่อล่ะ ถ้าพวกเขาว่าฉันฉันไม่อะไรหรอก แต่กลัวพวกเขาจะพูดได้ว่าพี่ดูแลพ่อแม่ไม่ดี ไม่กตัญญู ใช่ไหมล่ะ?”
ความจริงโม่เสี่ยวหนงรู้ว่าเซี่ยชีหรั่นไม่มีเงิน เธอรู้ว่าเซี่ยชีหรั่นเป็นคนหน้าบาง ไม่แบมือของเงินเย่เชินหลิน
ถึงแม้เย่เชินหลินยืนยันจะให้เธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอก็ไม่รับไว้
เพียงแค่เธอมีเย่เชินหลิน และมีตระกูลหลี่ เธอต้องการเงินมากมายแค่ไหนก็ได้
อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน สามารถจับเย่เชินหลินได้แน่นอนว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้ ในกรณีที่เธอล้มเหลว ถึงตอนนั้นคงยากจน ดังนั้นเธอจึงต้องการใช้ประโยชน์จากการแต่งงาน รับสิทธิประโยชน์บางอย่างก่อน
มันคงจะดีมาก หากจัดการให้พ่อแม่ของเธอทำงานในตงเจียง พวกเขาจะมีรายได้ อนาคตก็จะเป็นของเธอ
เซี่ยชีหรั่นจะไม่เข้าใจคำพูดของโม่เสี่ยวหนงได้อย่างไร นึกถึงชีวิตที่หรูหราของเธอกับเย่เชินหลินในทุกวันนี้ แถมยังได้อาศัยในคฤหาสน์อย่างดี ส่วนพ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงของเธอยังมีชีวิตความเป็นอยู่ไม่ดีเท่าที่ควร เธอจะไม่รู้สึกละอายใจได้อย่างไร
ครั้งก่อนพวกเขาพูดว่าจะเลิกกัน เย่เชินหลินโอนทรัพย์สินครึ่งหนึ่งเป็นชื่อของเธอ แต่เธอไม่ต้องการ
เงินและอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้น แถมยังโอนเป็นชื่อเธอ เธอรู้ว่าเย่เชินหลินให้แล้วให้เลย เพียงแต่เธอกับเขายังไม่ได้แต่งงานกัน เธอไม่ต้องการของจากเขา แม้จะแต่งงานแล้ว เธอก็ละอายใจ เธอไม่ได้ต่อสู้ดิ้นรนกับเขา มีสิทธิ์อะไรไปแบ่งสิ่งที่เขาต้องต่อสู้มาอย่างสุดชีวิต