ตอนที่ 945
ตอนที่ 945 สาวใช้ตัวแสบ849
October 28, 2026
ตอนที่ 945 สาวใช้ตัวแสบ849
“แบบนี้ก็พอแล้ว พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”เย่เชินหลินเหลือบมองเจ้าอาวาสครู่หนึ่ง รอยยิ้มของฝ่ายตรงข้ามนั้นดูลึกซึ้ง เย่เชินหลินกระพริบตาบอกเป็นนัยกับเซี่ยชีหรั่นว่าเรากลับกันเถอะ คนๆนี้ไม่ธรรมดาเลย
เซี่ยชีหรั่นต้องการที่จะไปที่นั่น เย่เชินหลินนั้นไม่พูดไม่จา ขับรถพาเธอไป วนรอบตงเจียงสองสามรอบ ไม่ว่าเซี่ยชีหรั่นจะพยายามแค่ไหน เย่เชินหลินก็ไม่ยอมปริปากพูด ใบหน้านั้นไร้ซึ่งความรู้สึก ภายในใจนั้นปกคลุมไปด้วยความโศกเศร้า บางครั้งก็เหม่อลอย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ เซี่ยชีหรั่นตัดสินใจกลับบ้านไปหาพวกเขาทั้งสองเพื่อขอความช่วยเหลือ
รถนั้นแทบจะไม่ขยับ ก็เหลือบไปเห็นจงหยุนซางกับหลี่เหอไท้อยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งสองนั้นสนิทสนมกันมาก
เย่เชินหลินชายสายตามองเซี่ยชีหรั่น จากนั้นก็หยุดรถลง
เซี่ยชีหรั่นยิ้มให้กับเย่เชินหลิน รอยยิ้มเล็กๆที่ริมขอบตาของเธอ หากสังเกตก็จะเห็นได้ไม่ยาก
“พี่เหอไท้ พี่หยุนซาง” เซี่ยชีหรั่นเปิดประตูรถแล้ววิ่งออกไป วิ่งไปพลางโบกมือไปพลาง พร้อมเรียกพวกเขาทั้งสอง
“ชีหรั่น คุณก็มาที่นี่งั้นเหรอ” จงหยุนซางจูงมือเซี่ยชีหรั่น และทักทายอย่างสนิทสนม
เมื่อเจอหน้าหลี่เหอไท้ เซี่ยชีหรั่นจึงนึกถึงเรื่องอาการป่วยของจ้าวเหวินอิงขึ้นมาได้
“พี่เหอไท้ อาการของแม่เป็นยังไงบ้างคะ?”หลังจากถามเสร็จเซี่ยอี้ชิงก็ก้มหน้า หลายวันมานี้มัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน จึงไม่ได้ถามไถ่ทุกข์สุขของแม่เลย ตนในฐานะที่เป็นลูกก็ควรที่จะใส่ใจบ้าง เดี๋ยวอีกสักพักกลับบ้านไปก็จะต้องโทรหาท่านสักหน่อย
“ไม่ได้เป็นไรมากหรอก”หลี่เหอไท้ลูบหัวของเซี่ยชีหรั่น ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู เซี่ยชีหรั่นนั้นคงจะยุ่งจริงๆ มิฉะนั้นก็คงจะไม่ลืมมาเยี่ยมท่านหรอก
“ชีหรั่น ช่วงนี้ยุ่งไหม?”หลี่เหอไท้ถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ
เซี่ยชีหรั่นไม่พูดอะไรออกไป ทำเพียงส่ายหัว ใบหน้านั้นยังคงรอยยิ้มอย่างเป็นมารยาท เธอนั้นไม่อยากให้หลี่เหอไท้รู้เรื่อง เพราะแม่นั้นป่วยอยู่ เกรงว่าหากหลี่เหอไท้จะเก็บความลับไว้ไม่อยู่แล้วเปิดเผยออกมา เซี่ยชีหรั่นนั้นคิดว่าการที่ตนไม่ได้โทรศัพท์หาแม่ก็เป็นเรื่องที่อกตัญญูพอแล้ว เธอไม่อยากให้แม่ต้องเป็นกังวล
หลี่เหอไท้มองเย่เชินหลินด้วยความสงสัย ว่าทำไมเย่เชินหลินถึงไม่ลงจากรถ?หรือว่าจะมีปัญหา
“พวกคุณเดินเล่นกันต่อเถอะ ฉันกลับบ้านก่อน ว่างๆไว้มาเที่ยวด้วยกันนะ”เซี่ยชีหรั่นเกรงว่าเย่เชินหลินนั้นจะรอตนไม่ไหว เกรงว่าจะหนีไปเสียก่อน จึงรีบบอกลาพวกเขาแล้วจากไป
พวกเขานั้นนั่งเงียบตลอดทาง
“เชินหลิน คุณพูดกับฉันหน่อยเถอะ การตายของเย่เจิ้งเหิงแม้ว่าส่วนหนึ่งมันเป็นความรับผิดชอบของฉัน แต่ส้งหลิงหลิงดึงฉันไว้ ฉันจึงทำได้เพียงตะโกนเรียกให้พ่อบ้านเข้ามา”เซี่ยชีหรั่นทนบรรยายการที่อึมครึม ไม่พูดไม่จานี้ไม่ไหว อีกทั้งเธอก็ยังกลัวว่าใจของเย่เชินหลินนั้นจะรู้สึกอัดอั้น และจะเป็นผลเสียต่อร่างกาย
เย่เชินหลินนั้นไม่ได้ตอบคำถามเซี่ยชีหรั่น แม้แต่คำตอบรับง่ายๆก็ไม่ได้ปริปากออกมา
“เชินหลิน คุณอย่าโกรธเลยได้ไหม” เซี่ยชีหรั่นขอร้องอยู่ภายในรถ
เมื่อรถขับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่ วันทั้งวันนี้เย่เชินหลินไม่ได้ปริปากพูดกับเซี่ยชีหรั่นเลยแม้แต่คำเดียว
เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเย็น เย่เชินหลินสั่งให้สาวใช้นำอาหารมาเสิร์ฟในห้องหนังสือ จากนั้นคนก็หายเงียบไป
“พ่อคะ แม่คะ วันนี้ฉันคิดทุกวิถีทางที่จะทำให้เย่เชินหลินนั้นพูดคุยกับฉันแล้ว แต่เขาก็ไม่สนใจฉันเลยค่ะ”เซี่ยชีหรั่นนั้นไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เธอเป็นห่วงก็คือต่อไปเย่เชินหลินนั้นจะสนใจเธอหรือไม่ จะใช้งานเป็นเครื่องมือมาทำร้ายตนเองเช่นนี้อีกหรือไม่
“ทานข้าวก่อนเถอะ”เย่เฮ่าหรันพยักหน้าบอกเป็นนัยว่าท่านทราบแล้ว ข้าวของมื้อนี้แม้จะทานเข้าไปแล้ว แต่ทุกคนก็ไม่รู้สึกถึงความอิ่มเอม
งานเสิร์ฟอาหารของสาวใช้นั้นถูกเย่เฮ่าหรันทำแทน เขาปัดมือเพื่อบอกให้สาวใช้นั้นถอยไป
หลังจากที่เย่เฮ่าหรันเคาะประตูแล้วเดินเข้าไปเขานั้นยังไม่ได้เอ่ยปากพูด ส่วนเย่เชินหลินนั้นก็จดจ่ออยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ จึงไม่ได้สังเกตว่าเย่เฮ่าหรันนั้นเข้ามา เสียงที่ฟังดูเย็นชาและไร้ซึ่งความรู้สึกก็ดังขึ้น:“เอาวางไว้ตรงนั้น แล้วออกไป อย่ามารบกวนผม”เย่เชินหลินจ้องมองรูปของเย่เจิ้งเหิงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเหม่อลอย ดวงตานั้นมีคราบน้ำตา แต่หากไม่สังเกตดีๆก็คงจะมองไม่เห็น
“เย่เชินหลิน ลูกผู้ชายเสียเลือดได้แต่อย่าเสียน้ำตา ยิ่งอยู่ในสถานะของลูกชายของตระกูลเย่แล้วด้วยจะต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ให้มากๆ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ แม้ว่าจงหวีฉวนนั้นจะเงียบหายไป แต่สุนัขจิ้งจอกตัวนี้จะต้องสะสมพลังความเข้มแข็งและรอคอยโอกาสที่จะจู่โจมเป็นแน่ พวกเรามีใครบ้างที่ไม่รู้ ”เย่เฮ่าหรั่นเมื่อเห็นว่าจงหวีฉวนนั้นนิ่งเงียบไป ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
“ทราบแล้วครับ”
“เซี่ยชีหรั่นนั้นเป็นเด็กดี”หลังจากที่เย่เฮ่าหรันพูดจบก็ออกไปจากห้อง เรื่องบางเรื่องไม่ใช่ว่าจะสามารถพูดให้ชัดเจนได้ พ่อก็เป็นแค่แสงไฟ ที่คอยชี้นำทาง แต่สุดท้ายลูกก็ต้องเป็นคนเดินเอง
เย่เชินหลินก็รู้ว่าเซี่ยชีหรั่นนั้นเป็นผู้หญิงที่ดี เพียงแต่พอคิดถึงเรื่องที่ลูกของตนต้องตาย เย่เชินหลินก็รู้สึกว่าตนนั้นรับความจริงนี้ไม่ได้
สุนัขจิ้งจอก จงหวีฉวนในช่วงเวลานี้นั้นเงียบเป็นพิเศษ แต่ฝนจากภูเขามักจะมามีลมพัดไปทั่วหอสูง เย่เชินหลินหรี่ตาลง เขานั้นจำเป็นที่จะต้องเตรียมการรับมือ
เขานั้นไม่ได้ออกจากห้องหนังสือ ยังคงนั่งทำงานอยู่เพียงลำพังจนกระทั่งถึงตีหนึ่ง ไม่ได้ดื่มน้ำเป็นระยะเวลานาน เย่เชินหลินจึงอยากจะออกไปดื่มน้ำก่อนที่จะเข้ามาทำงานต่อ ใช้ช่วงค่ำคืนที่ไร้ผู้คน เย่เชินหลินก็ออกจากห้องหนังสือแล้วเดินมาที่บริเวณทางเดิน
เวลานี้ อากาศนั้นสดชื่นมาก เสียงดังเอะอะในช่วงกลางวันนั้นเงียบหายไปจนหมดสิ้น ค่ำคืนที่เงียบสงบนี้ทำให้ได้ยินเสียงหัวใจเต้นชัดเจนยิ่งขึ้น บรรยากาศโดยรอบนั้นเริ่มจับตัวเข้าด้วยกัน